Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

อย่างงี้คุณจะว่างไง วันเสาร์ที่ 27 มิ.ย.2569

จากยาหวัดสู่ยาบ้า! แก๊งนักเคมีใต้ดินใช้ยากว่า 800,000 เม็ด ผลิตยาเสพติดเกรดสูง(photo:Criminal Investigation Bureau)
จากยาหวัดสู่ยาบ้า! แก๊งนักเคมีใต้ดินใช้ยากว่า 800,000 เม็ด ผลิตยาเสพติดเกรดสูง(photo:Criminal Investigation Bureau)

ตำรวจใช้เวลากว่า 1 ปีในการติดตามรอยขบวนการนักเคมีใต้ดิน ที่ลักลอบนำยาหวัดกว่า 800,000 เม็ดมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตยาเสพติดเกรดสูง

        กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมของไต้หวันเปิดโปงเครือข่ายผลิตยาเสพติดรายใหญ่ที่นำยาหวัดซึ่งมีสาร “เอฟีดรีน (Ephedrine)” กว่า 800,000 เม็ดจากทั่วไต้หวัน มาสกัดและผลิตเป็นแอมเฟตามีนความบริสุทธิ์สูงถึงราว 70–80% โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาสืบสวนนานเกือบ 1 ปี ก่อนเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 คน พร้อมยึดของกลางทั้งผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปและกึ่งสำเร็จรูปรวมเกือบ 400 กิโลกรัม ซึ่งหากผลิตสำเร็จทั้งหมดจะมีมูลค่าทางการตลาดสูงถึงประมาณ 40–50 ล้านเหรียญไต้หวัน

จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาหลายรายมีวุฒิการศึกษาเพียงระดับมัธยมปลายหรืออาชีวศึกษาที่ยังเรียนไม่จบ แต่สามารถศึกษาความรู้ด้านเคมีด้วยตนเองและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้ผลิตรายอื่น จนพัฒนาทักษะการผลิตยาเสพติดได้ในระดับสูง เสมือน “หมอปรุงยาเสพติด” จากซีรีส์ดัง Breaking Bad โดยใช้สารเคมีถูกกฎหมายกว่า 40–50 ชนิด ผ่านกระบวนการทางเคมีหลายขั้นตอน จนสามารถสกัดสารจากยาหวัดและแปรรูปเป็นแอมเฟตามีนที่มีลักษณะเป็นผลึกสีขาวใสและมีความบริสุทธิ์สูงเป็นพิเศษ

เครือข่ายดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ โดยนายอู๋ อายุ 33 ปี และนายกัว อายุ 26 ปี ทำหน้าที่ผลิตยาเสพติด ขณะที่ภรรยาของนายอู๋รับผิดชอบจัดซื้อและขนย้ายอุปกรณ์ ส่วนชายแซ่ซู อายุ 44 ปี ช่วยติดตั้งเครื่องจักรและระบบภายในโรงงาน เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม พวกเขาเลือกใช้พื้นที่ห่างไกลและโรงงานร้างเป็นฐานปฏิบัติการ รวมถึงเปลี่ยนสถานที่ผลิตอยู่ตลอดเวลา โดยเริ่มสกัดสารเอฟีดรีนจากยาหวัดในเขตอันติ้ง เมืองไถหนาน ก่อนขนส่งไปยังเมืองผิงตงเพื่อผ่านกระบวนการทำให้เป็นกรด (Acidification) และส่งต่อไปยังโรงงานในเขตหูเน่ย เมืองเกาสง เพื่อทำกระบวนการเติมไฮโดรเจน (Hydrogenation) จนกลายเป็นแอมเฟตามีน พร้อมใช้รถกระบะเช่าสำหรับขนส่งสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์ โดยวางแผน “กลางวันขนยา กลางคืนผลิตยา” เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกตรวจจับ

เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหาเลือกใช้พื้นที่ภูเขาและบริเวณรกร้างที่แทบไม่มีผู้คนสัญจร ตำรวจจึงไม่สามารถเข้าใกล้พื้นที่ได้ง่าย และต้องอาศัยการเฝ้าสังเกตการณ์จากระยะไกล บางครั้งถึงขั้นนอนเฝ้าอยู่ภายในรถเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของรถบรรทุกที่เข้าออกพื้นที่ อย่างไรก็ตาม วิธีดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันขั้นตอนการผลิตภายในโรงงานได้ เจ้าหน้าที่จึงเปลี่ยนยุทธวิธีไปติดตาม “รถขยะ” ที่ออกจากพื้นที่ เมื่อรถขยะเคลื่อนออกไปไกลพอจึงเข้าตรวจค้นถุงขยะที่ถูกทิ้งไว้ และใช้เวลาคัดแยกหลักฐานในเวลากลางคืน นับจำนวนซองฟอยล์บรรจุยาทีละชิ้น เพื่อนำมาคำนวณปริมาณสารตั้งต้นและกำลังการผลิตของเครือข่าย

ในที่สุด เมื่อตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานได้ครบถ้วน จึงเข้าปฏิบัติการจับกุมและตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ทั้งยาไอซ์ และยาบ้า โดยมีสารออกฤทธิ์หลักคือ เมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) กว่า 71 กิโลกรัม สารละลายกึ่งสำเร็จรูปกว่า 46 กิโลกรัม สารเอฟีดรีน รวมถึงสารตั้งต้นและอุปกรณ์ผลิตยาเสพติดจำนวนมาก เมื่อนำไปรวมกับของกลางจากคดีที่เกี่ยวข้องก่อนหน้านี้ พบว่ามีน้ำหนักรวมเกือบ 400 กิโลกรัม และสามารถผลิตยาเสพติดได้มากกว่า 140 กิโลกรัม

หลังเสร็จสิ้นการสอบสวน คดีถูกส่งต่อให้อัยการเมืองไถหนานดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยนายอู๋และนายกัวถูกศาลสั่งควบคุมตัวโดยไม่อนุญาตให้ประกันตัว ขณะที่ผู้ต้องหาในคดีรอบแรกบางรายถูกพิพากษาจำคุกแล้ว สำนักงานตำรวจสอบสวนกลางไต้หวันระบุว่า โรงงานผลิตยาเสพติดมักซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและก่อให้เกิดมลพิษจากสารเคมีอันตราย จึงจำเป็นต้องติดตามปราบปรามทั้งเครือข่ายการผลิต ขนส่ง และจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนให้ช่วยสอดส่องสิ่งผิดปกติและแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อร่วมกันลดปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมในสังคม

ประเด็นร่วม & Podcast
อย่างนี้คุณจะว่ายังไง
อย่างนี้คุณจะว่ายังไง
เวลาออกอากาศ: วันเสาร์

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解