Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569

ขุนพลแรงงานไทย นโยบาย "ศูนย์ค่าหัวคิว" ใช้เฉพาะภาคการผลิตและประมง ไม่เกี่ยวผู้อนุบาลในครัวเรือน
ขุนพลแรงงานไทย นโยบาย "ศูนย์ค่าหัวคิว" ใช้เฉพาะภาคการผลิตและประมง ไม่เกี่ยวผู้อนุบาลในครัวเรือน

1. กระทรวงแรงงานไต้หวันแจงนโยบาย "ศูนย์ค่าหัวคิว" ใช้เฉพาะภาคการผลิตและประมง ไม่เกี่ยวผู้อนุบาลในครัวเรือน วอนอย่าตื่นตระหนกเกินเหตุ

      กระทรวงแรงงานไต้หวันออกแถลงการณ์ชี้แจงเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังภาคประชาสังคมแสดงความกังวลต่อนโยบาย "ศูนย์ค่าบริการจัดหางาน" หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ศูนย์ค่าหัวคิว" ซึ่งกำหนดให้นายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการนำเข้าแรงงานต่างชาติทั้งหมด โดยกระทรวงฯ ยืนยันชัดเจนว่า นโยบายดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตและภาคการประมงเท่านั้น และไม่มีผลบังคับใช้กับนายจ้างภาคครัวเรือนหรือแรงงานในตำแหน่งผู้อนุบาลแต่อย่างใด พร้อมขอให้ประชาชนอย่าได้วิตกกังวลจนเกินเหตุ

กลุ่มนายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลในครัวเรือนคัดค้านนโยบายให้นายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันของแรงงานต่างชาติ กระทรวงแรงงานชี้แจงว่า ผู้อนุบาลไม่เกี่ยว (ภาพจาก CNA)

      ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสมาคมครอบครัวผู้พิการและกลุ่มนายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลในครัวเรือน ได้ยื่นข้อเสนอผ่าน JOIN แพลตฟอร์มการมีส่วนร่วมของประชาชน เมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ภายใต้หัวข้อ "คัดค้านการผลักภาระค่าใช้จ่ายแรงงานต่างชาติสูงสุดถึง 190,000 เหรียญไต้หวันให้นายจ้างแบกรับแต่เพียงผู้เดียว" โดยปฏิเสธนโยบายที่ถูกมองว่าเป็นการผลักแรงกดดันต่างประเทศมาให้ไต้หวัน จนอาจทำลายทั้งภาคอุตสาหกรรมและครอบครัวที่มีผู้ป่วยต้องดูแล ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าวมีผู้ร่วมลงนามสนับสนุนผ่านเกณฑ์ 5,000 รายชื่อแล้ว และคาดว่ากระทรวงแรงงานจะมีคำตอบอย่างเป็นทางการในกลางเดือนสิงหาคมนี้

ไต้หวันผลักดันนโยบาย "ศูนย์ค่าบริการจัดหางาน" ให้นายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการนำเข้าแรงงานต่างชาติภาคการผลิตและประมงภายในเวลา 3 ปี 

      สมาคมฯ ระบุว่า แม้นโยบายนี้จะอ้างอิงกรอบความตกลงทางการค้าระหว่างไต้หวันและสหรัฐอเมริกา (ART) แต่ในทางปฏิบัติกลับเป็นการโยนภาระต้นทุนทั้งมวลไปให้นายจ้างชาวไต้หวันและครอบครัวกลุ่มเปราะบาง ซึ่งไม่ต่างจากการใช้หลักการสิทธิมนุษยชนสากลเป็นเครื่องมือเรียกเก็บภาษีทางอ้อมในอัตราสูงจากผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ภาคการประมง และครอบครัวที่มีผู้ป่วยติดเตียง นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังชี้ให้เห็นว่า ครอบครัวที่ต้องดูแลผู้พิการ ผู้ป่วยอาการหนัก หรือผู้สูงอายุ ต่างแบกรับภาระอันหนักอยู่แล้ว การจ้างผู้อนุบาลต่างชาติส่วนใหญ่เกิดจากข้อจำกัดของระบบบริการดูแลระยะยาวของรัฐที่ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างทั่วถึง หากต้องมารับภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของแรงงานต่างชาติเพิ่มเติมอีก ก็จะยิ่งซ้ำเติมความยากลำบากของกลุ่มเปราะบางเหล่านี้ให้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

แรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานก่อสร้างที่นครไทจง (ภาพจาก บจง. Yang Luck) 

      ต่อกรณีดังกล่าว กระทรวงแรงงานย้ำว่า พันธกรณีของรัฐบาลไต้หวันภายใต้ความตกลงทางการค้าไต้หวัน-สหรัฐฯ (ART) ในส่วนที่เกี่ยวกับมาตรการป้องกันการบังคับใช้แรงงานนั้น ครอบคลุมเฉพาะภาคการผลิตและภาคการประมงเท่านั้น โดยไม่มีข้อผูกพันใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้อนุบาลในครัวเรือน ดังนั้น ข้อกังวลที่ว่านโยบายนี้จะส่งผลกระทบต่อนายจ้างภาคครัวเรือนจึงเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง

      สำหรับภาคการผลิตและภาคการประมง กระทรวงฯ ชี้แจงว่าจะมีระยะเวลาปรับตัวนานถึง 3 ปี ในช่วงเวลาดังกล่าว รัฐบาลจะดำเนินการหารือและรับฟังความคิดเห็นอย่างใกล้ชิดจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม องค์กรนายจ้าง รัฐบาลของประเทศที่ส่งออกแรงงาน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการรองรับที่เหมาะสม โดยมุ่งให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ขณะเดียวกันก็พยายามลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

      กระทรวงแรงงานย้ำอีกครั้งว่า นายจ้างภาคครัวเรือนและแรงงานตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือน ไม่ได้อยู่ในขอบข่ายของความตกลงทางการค้าไต้หวัน-สหรัฐฯ (ART) แต่อย่างใด ขอให้ประชาชนอย่าวิตกกังวลและตื่นตระหนกเกินเหตุ

2. ทลายแก๊งนายหน้าเถื่อน! ขูดรีด 21 ผีน้อยไทย เรียกค่าหัว 6.5 หมื่น กดค่าจ้างต่ำ ชม. ละ 60-150 ซุกห้องรูหนูและยึดพาสปอร์ต

      เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา สำนักงานอัยการหยุนหลินสั่งฟ้องผู้ต้องหารวม 4 ราย ในคดีจัดหางานผิดกฎหมาย นำโดยนายไช่ ชายชาวไต้หวันอายุ 50 ปี ซึ่งร่วมกับพวกรวมถึงหญิงชาวไทยคนหนึ่ง ชักชวนผ่านสื่อสังคมออนไลน์และลักลอบนำแรงงานไทยที่เดินทางเข้าไต้หวันด้วยวีซ่าท่องเที่ยวไปทำงานในฟาร์มและพื้นที่การเกษตรในเมืองหยุนหลินและจางฮั่ว โดยเรียกเก็บค่านายหน้ารายละ 6,000 ถึง 65,000 เหรียญไต้หวัน ขณะที่แรงงานได้รับค่าจ้างเพียงชั่วโมงละ 60 ถึง 150 เหรียญไต้หวันเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมายที่กำหนดไว้ที่ 196 เหรียญต่อชั่วโมง

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทลายขบวนการนายหน้าเถื่อน ขูดรีด 21 ผีน้อยไทย เรียกค่าหัว 6.5 หมื่น กดค่าจ้างต่ำ ให้เช่าห้องพักแคบ ๆ และยึดพาสปอร์ต (ภาพจาก CNA)

      อัยการเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้เข้าตรวจค้นพื้นที่ในเมืองหยุนหลินและจางฮั่ว และพบแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายกลุ่มดังกล่าวกำลังทำงานอยู่ในภาคเกษตรกรรม แรงงานเหล่านี้ถูกจัดหาโดยเครือข่ายของนายไช่ และถูกบังคับให้พักอาศัยในห้องพักขนาดเพียง 10 ตารางเมตร โดยให้อยู่รวมกัน 2 ถึง 3 คนต่อห้อง นอกจากนี้ นายไช่ยังเรียกเก็บค่าเช่าพร้อมค่าน้ำและค่าไฟจากแรงงานแต่ละรายเดือนละ 2,000 เหรียญไต้หวันอีกด้วย

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทลายขบวนการนายหน้าเถื่อน ขูดรีด 21 ผีน้อยไทย เรียกค่าหัว 6.5 หมื่น กดค่าจ้างต่ำ ให้เช่าห้องพักแคบ ๆ และยึดพาสปอร์ต (ภาพจาก CNA)

      นายจูฉี่เหริน หัวหน้าอัยการเมืองหยุนหลิน ระบุว่า ขบวนการดังกล่าวเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2566 โดยนายไช่และพวกได้เช่าร้านขายของชำในตำบลซีหลัว และบ้านชั้นเดียวอีก 2 หลังในตำบลเอ้อหลุน เพื่อใช้เป็นที่พักของแรงงาน และได้ว่าจ้างนางสาวดรุณี (นามสมมุติ) หญิงไทยอายุ 28 ปีที่เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยวและอยู่เกินกำหนดวีซ่าเช่นกัน ให้ทำหน้าที่ติดต่อชักชวนแรงงานชาวไทย 21 ราย ให้เดินทางมาทำงานโดยใช้วีซ่าท่องเที่ยว ลักษณะงานที่ต้องทำ ได้แก่ การปลูกผักและผลไม้ การใส่ปุ๋ย การเก็บเกี่ยว การล้างทำความสะอาด และการบรรจุหีบห่อ ยิ่งไปกว่านั้น เครือข่ายดังกล่าวยังยึดหนังสือเดินทางของแรงงานไว้ เพื่อควบคุมไม่ให้หลบหนีและสะดวกต่อการบังคับบัญชา

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทลายขบวนการนายหน้าเถื่อน ขูดรีด 21 ผีน้อยไทย เรียกค่าหัว 6.5 หมื่น กดค่าจ้างต่ำ ให้เช่าห้องพักแคบ ๆ และยึดพาสปอร์ต (ภาพจาก CNA)

      จากการประเมินเบื้องต้น คาดว่านายไช่ได้รับผลประโยชน์โดยมิชอบจากการดำเนินขบวนการนี้รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านเหรียญไต้หวัน พนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนคดีและสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ในข้อหาละเมิดกฎหมายการจ้างงาน ส่วนแรงงานชาวไทยทั้งหมดจะถูกส่งตัวกลับประเทศไทย ขณะที่กลุ่มนายจ้างที่รับแรงงานผิดกฎหมายเข้าทำงานจะต้องเผชิญกับโทษปรับเป็นเงิน 150,000 เหรียญไต้หวัน และยังอาจต้องรับผิดทางอาญาตามกฎหมายต่อไปด้วย

3. กรุงไทเปจัดตรวจสุขภาพแรงงานต่างชาติฟรี ครั้งที่ 2 วันที่ 14 มิถุนายนนี้ ณ สถานีรถไฟไทเป เชิญแรงงานไทยไปใช้บริการได้

      กองแรงงานกรุงไทเปประกาศจัดกิจกรรมตรวจสุขภาพฟรีสำหรับแรงงานต่างชาติทั้งสิ้น 4 ครั้งในปีนี้ หลังจากการจัดครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมาประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี สำหรับครั้งที่ 2 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายน เวลา 12.30–15.00 น. ณ ห้องโถงชั้น 1 สถานีรถไฟไทเป (Taipei Main Station) โดยขอให้แรงงานต่างชาติที่ประสงค์เข้ารับบริการนำบัตรถิ่นที่อยู่ (ARC) และบัตรประกันสุขภาพ (NHI) มาด้วย

      การตรวจสุขภาพครั้งนี้ยังคงจัดร่วมกับสมาคมแพทย์อาสาพุทธฉือจี้ ครอบคลุมบริการหลากหลายสาขา ได้แก่ การตรวจสุขภาพทั่วไป ทันตกรรม หู-คอ-จมูก อายุรกรรม นรีเวชศาสตร์ จิตเวชศาสตร์ และแพทย์แผนจีน

      จากสถิติย้อนหลังพบว่า บริการให้คำปรึกษาด้านการใช้ยาอย่างปลอดภัยติดอันดับ 1 ใน 3 ของบริการที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องมีจำนวนผู้เข้ารับบริการเพิ่มขึ้นทุกปี สะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักด้านการป้องกันและดูแลสุขภาพ รวมทั้งความต้องการรับคำปรึกษาทางการแพทย์ของกลุ่มแรงงานต่างชาติ

บรรยากาศการตรวจสุขภาพสำหรับแรงงานต่างชาติที่กองแรงงานกรุงไทเปจัดขึ้นครั้งก่อนที่ห้องโถงชั้น 1 สถานีรถไฟไทเป (ภาพจากเว็บไซต์สำนักงานบริหารและฟื้นฟูกำลังแรงงาน)

      นอกจากการตรวจสุขภาพแล้ว ภายในงานยังมีบริการให้ความรู้ด้านสุขอนามัยและการดูแลสุขภาพ รวมถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการดำรงชีวิตในไต้หวัน พิเศษยิ่งกว่านั้น ผู้ที่ตรวจสุขภาพเสร็จสิ้น 20 ท่านแรก จะได้รับคูปองนวดโดยผู้พิการทางสายตาฟรี 15 นาที

การตรวจสุขภาพครั้งนี้ยังคงจัดร่วมกับสมาคมแพทย์อาสาพุทธฉือจี้ มีทั้งตรวจสุขภาพทั่วไป ทันตกรรม หู-คอ-จมูก อายุรกรรม นรีเวชศาสตร์ จิตเวชศาสตร์ และแพทย์แผนจีน (ภาพจากเว็บไซต์สำนักงานบริหารและฟื้นฟูกำลังแรงงาน)

      สำหรับกำหนดการตรวจสุขภาพในช่วงครึ่งหลังของปี จะจัดขึ้นอีก 2 ครั้ง ในวันที่ 16 สิงหาคม และ 4 ตุลาคม กองแรงงานจึงขอความร่วมมือนายจ้างและบริษัทจัดหางานช่วยเผยแพร่ข้อมูลนี้ให้แรงงานในความดูแลรับทราบโดยทั่วกัน

การแพทย์แผนจีนเป็นหนึ่งในบริการที่แรงงานต่างชาติให้ความสนใจ (ภาพจากเว็บไซต์สำนักงานบริหารและฟื้นฟูกำลังแรงงาน)

      ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ “手牽手at Taipei” ของสำนักงานบริหารและฟื้นฟูกำลังแรงงาน หรือสอบถามข้อมูลได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ (02) 2338-1600 ต่อ 4210

กรุงไทเปจัดกิจกรรมตรวจสุขภาพฟรีแก่แรงงานต่างชาติมาเป็นเวลา 22 ปีแล้ว แต่ละปี 2-4 ครั้ง มีแรงงานต่างชาติเข้ารับการตรวจแล้วกว่า 20,000 คน (ภาพจากเว็บไซต์สำนักงานบริหารและฟื้นฟูกำลังแรงงาน)

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解