Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

สโมสรผู้ฟัง ประจำวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569

สโมสรผู้ฟัง ประจำวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569
สโมสรผู้ฟัง ประจำวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569

     สโมสรผู้ฟังสัปดาห์นี้จะมาพูดคุยกันในประเด็นแรกเกี่ยวกับ นครไถหนานส่งเสริมให้นำดอกกล้วยไม้และดอกหน้าวัวที่เพาะปลูกในท้องถิ่น มามอบเป็นของขวัญแสดงความยินดีกับผู้ที่สำเร็จการศึกษาในฤดูกาลรับปริญญาของไต้หวัน เพราะในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปีหลายสถาบันการศึกษาทั่วไต้หวันจะทยอยจัดพิธีมอบปริญญาบัตร ส่งผลให้ช่อดอกไม้และกระเช้าดอกไม้กลายเป็นของขวัญยอดนิยมในการแสดงความยินดี โอกาสนี้กองเกษตรกรรม นครไถหนาน จึงส่งเสริมการใช้ดอกหน้าวัวและดอกกล้วยไม้ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของท้องถิ่น มามอบให้กับบัณฑิตจบใหม่เพื่อสื่อถึงคำอวยพรและความภาคภูมิใจ เพราะดอกหน้าวัวมีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ สื่อถึงความกระตือรือร้น ความมั่นใจ และความสำเร็จในหน้าที่การงาน ขณะที่ดอกกล้วยไม้เป็นสัญลักษณ์ของความสง่างาม ความเป็นเลิศ และความพยายาม 

     ไถหนานถือเป็นหนึ่งในแหล่งเพาะปลูกกล้วยไม้ที่สำคัญที่สุดของไต้หวัน โดยเฉพาะในเขตโฮ่วปี้และหลิ่วอิ๋ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกกล้วยไม้ระดับโลก ส่วนดอกหน้าวัวนิยมเพาะปลูกในพื้นที่ภาคใต้ เช่น ไถหนาน เกาสง และผิงตง เนื่องจากมีสภาพอากาศร้อนชื้นเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต สำหรับราคาจำหน่ายในตลาดไต้หวัน ดอกหน้าวัวตัดดอกมีราคาเฉลี่ยประมาณ 20-50 เหรียญไต้หวันต่อดอก ขึ้นอยู่กับขนาดและสายพันธุ์ ส่วนกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิสหรือกล้วยไม้ผีเสื้อซึ่งได้รับความนิยมในช่วงรับปริญญา มีราคาตั้งแต่ 300-1,500 เหรียญไต้หวันต่อกระถาง ขณะที่ช่อดอกไม้รับปริญญาที่จัดจากกล้วยไม้และดอกหน้าวัวมักมีราคาตั้งแต่ 500-2,000 เหรียญไต้หวัน 

畢業季到來台南推蘭花與火鶴花傳遞祝福| 地方| 中央社CNA

     นอกจากส่งเสริมการใช้ดอกไม้ในช่วงพิธีรับปริญญาแล้ว นครไถหนานยังร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมผลักดันการเรียนรู้เรื่องดอกไม้ในโรงเรียน โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ลงมือปลูกและดูแลดอกหน้าวัวด้วยตนเอง เพื่อเรียนรู้วงจรชีวิตของพืชและปลูกฝังความผูกพันกับผลผลิตท้องถิ่น ดอกไม้ที่นักเรียนช่วยกันดูแลจนผลิบานยังสามารถนำไปใช้สร้างสรรค์งานศิลปะ การจัดดอกไม้ หรือประดับตกแต่งบ้านได้อีกด้วย สะท้อนให้เห็นว่าดอกไม้ไม่เพียงเป็นของขวัญแห่งความยินดี แต่ยังเป็นสื่อกลางในการเรียนรู้และสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่นไปพร้อมกัน

     ประเด็นต่อมาเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการแก้กฎหมายเพื่อเพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้ขับขี่ที่เสพแล้วขับ โดยไต้หวันเดินหน้ายกระดับมาตรการปราบปรามปัญหา “เสพแล้วขับ” อย่างจริงจัง หลังจำนวนคดีพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยกระทรวงคมนาคมไต้หวันเตรียมแก้ไขกฎหมายเพิ่มความเข้มงวดทั้งต่อผู้ขับขี่ ผู้เสพยาเสพติด และแม้แต่ผู้โดยสารที่นั่งร่วมรถกับผู้กระทำผิด พร้อมตั้งเป้าให้กฎหมายฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ภายในสิ้นปีนี้ (2026)

     การผลักดันแก้ไขกฎหมายครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางเหตุสะเทือนขวัญหลายคดี โดยภายใต้ร่างกฎหมายใหม่นี้ ผู้ที่กระทำผิดฐานเสพแล้วขับเป็นครั้งแรก แม้จะไม่ได้ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงหรือมีผู้เสียชีวิต ก็จะต้องถูกเพิ่มโทษจากการระงับใบอนุญาตขับขี่ 1-2 ปี เป็นการเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ทันที และห้ามยื่นขอสอบใหม่เป็นเวลา 3 ปี นอกจากนี้ผู้ที่ตรวจพบการเสพยาเสพติดประเภทที่ 1 และ 2 แม้จะไม่ได้อยู่ระหว่างการขับขี่ ก็อาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่เป็นเวลา 3 ปีเช่นกัน ส่วนผู้ที่ใช้ยาเสพติดประเภทที่ 3 และ 4 จะถูกระงับสิทธิ์การใช้ใบอนุญาตขับขี่ 1-2 ปี

嚴打毒駕!交通部祭拒測首罰27萬吸毒者吊銷駕照|壹蘋新聞網

     อีกประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจคือ การขยายความรับผิดไปยังผู้โดยสารที่บรรลุนิติภาวะซึ่งโดยสารมากับผู้เสพแล้วขับ โดยอาจถูกปรับสูงสุดถึง 15,000 เหรียญไต้หวัน หากถูกพิจารณาว่ามีส่วนร่วมในการกระทำผิดหรือรู้เห็นแต่ไม่ยับยั้ง ขณะเดียวกันยังมีแนวคิดเพิ่มโทษสำหรับผู้กระทำผิดซ้ำ โดยอาจเพิ่มค่าปรับอีก 90,000 เหรียญไต้หวันจากอัตราโทษสูงสุดที่กฎหมายกำหนด

     สำหรับอัตราค่าปรับใหม่ ผู้ขับขี่รถยนต์ที่เสพแล้วขับจะถูกปรับสูงสุด 120,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จะถูกปรับสูงสุด 90,000 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นอย่างมากจากอัตราเดิมที่กำหนดไว้ 30,000 และ 15,000 เหรียญไต้หวันตามลำดับ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังมีอำนาจยึดยานพาหนะ ณ จุดเกิดเหตุ และใช้มาตรการควบคุมใบอนุญาตขับขี่ที่เข้มงวดขึ้น

     ทั้งนี้ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติไต้หวันสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหา โดยจำนวนคดีเสพแล้วขับเพิ่มจาก 43 คดีในปี ค.ศ. 2021 เป็น 8,659 คดีในปี ค.ศ. 2025 หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 200 เท่าในเวลาเพียง 4 ปี ขณะที่ช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายนปีนี้ ก็มีกรณีเสพแล้วขับถึง 4,725 คดี สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนเกือบ 3 เท่า สาเหตุสำคัญมาจากการแพร่ระบาดของยาเสพติดชนิดใหม่ โดยเฉพาะสารแอมเฟตามีนและสาร etomidate ที่ผสมในบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งส่งผลให้ผู้เสพมีอาการมึนงง ตอบสนองช้า หรือหมดสติชั่วขณะ

泰國抽大麻回台檢出駕照會吊銷交通部研議毒駕銷毀車輛可行性|知新聞

     ดังนั้นเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลไต้หวันได้เริ่มใช้ชุดตรวจสารเสพติดจากน้ำลายบริเวณด่านตรวจบนท้องถนนตั้งแต่ปลายปี ค.ศ. 2025 ส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น รัฐบาลไต้หวันมองว่าปัญหาเสพแล้วขับไม่ต่างจากการเมาแล้วขับ เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยบนท้องถนนและชีวิตของประชาชน จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการทางกฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้น ทั้งการเพิ่มโทษทางอาญา การควบคุมใบอนุญาตขับขี่ และการขยายความรับผิดไปยังผู้โดยสาร เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ผู้เสพยาเสพติดนำยานพาหนะออกสู่ท้องถนน และลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุที่เกิดจากการใช้สารเสพติดต่อไปในอนาคต

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解