ธีระ หยาง 亓淞 และบันเทิงดอทคอม 娛樂達康 ประจำสัปดาห์นี้ (2026-06-14)
- ทักทายกันด้วยผลงานสุดหวานของโจวเจี๋ยหลุน ในเพลง七月的極光 (ชี เย่ว์ เตอะ จี๋ กวง -แสงเหนือในเดือนกรกฎาคม) ที่เป็นผลงานการแต่งทำนองและเนื้อร้องโดยโจวเจี๋ยหลุน และคู่หูคนดังอย่าง ฟางเหวินซาน ตัวเพลงได้ถักทอภาพความโรแมนติกผ่านถนนในฤดูร้อนและแสงเหนือสีชมพู จนเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของภาพยนตร์อย่างเข้มข้น เพลงนี้ไม่เพียงแต่เป็นผลงานสร้างสรรค์ที่ โจวเจี๋ยหลุน ใช้บันทึกเรื่องราวในชีวิตเท่านั้น แต่ยังซ่อนความรู้สึกอันแท้จริงที่เขามีต่อครอบครัวและความสุขเอาไว้ด้วย แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ แท้จริงแล้วมาจากความทรงจำในการเดินทางที่ โจวเจี๋ยหลุน ได้แบ่งปันผ่าน อินสตาแกรม (IG) ในช่วงก่อนหน้า ซึ่งตอนนั้นเขาได้ขับรถด้วยตนเอง พาภรรยา คือสาวคุนหลิงและลูกๆ ไปท่องเที่ยว และโชคดีได้ร่วมเป็นสักขีพยานในภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจของแสงเหนือสีชมพูและดาวตกอันระยิบระยับที่พาดผ่านท้องฟ้าค่ำคืนไปพร้อมๆ กัน วินาทีนั้นทำให้เขาตื้นตันใจจนต้องโพสต์ข้อความในทันทีว่า "ถ้าไม่ได้เอาภาพนี้มาแต่งเป็นเพลง คงจะดูใจร้ายเกินไปหน่อยใช่ไหม?" และในวันนี้ คำสัญญานั้นก็ได้กลายมาเป็นผลงานที่เปิดตัวสู่สายตาธารณชนอย่างเป็นทางการแล้ว ส่วน ฟางเหวินซานได้ใช้ฝีแปรงแห่งบทกวีอันเป็นเอกลักษณ์ ถ่ายทอดการเดินทางเพื่อ "ตามหาแสงเหนือแห่งความสุข" ให้กลายเป็นนิทานเชิงเปรียบเทียบอันแสนโรแมนติก โดยเขาเผยว่า เนื้อเพลงสองประโยคที่ว่า "ความปรารถนาทั้งหมดฉันเหลือไว้ให้เธอเป็นคนอธิษฐาน เพราะฉันรู้ว่าฉันจะอยู่ในความปรารถนาของ เธอ" นั้น แท้จริงแล้วมาจากแรงบันดาลใจของตัว โจวเจี๋ยหลุน เอง เนื่องจาก โจวเจี๋ยหลุน มองว่ายามที่เห็นดาวตกพาดผ่านท้องฟ้า ไม่จำเป็นที่คนสองคนจะต้องอธิษฐานพร้อมกัน "แค่เหลือความปรารถนาที่ดีที่สุดไว้ให้คนที่คุณรักก็พอแล้ว" ซึ่งในตอนนั้น โจวเจี๋ยหลุน ยังตั้งใจแท็กคุนหลิง บน อินสตาแกรม ด้วย ทำเอาชาวเน็ตรู้สึกถึงความหวานอันน่าอิจฉาไปตามๆ กัน โดยมิวสิกวิดีโอของเพลงนี้ ได้เดินทางไปถ่ายทำไกลถึง เมลเบิร์น ของออสเตรเลีย โดยใช้ทัศนียภาพของถนนอันกว้างใหญ่เป็นแกนหลัก โจวเจี๋ยหลุน ขับรถคลาสสิกวินเทจทะยานไปบนถนนชานเมือง ระหว่างทางได้ผ่านทุ่งทานตะวันอันงดงาม และยังได้ถ่ายภาพชายฝั่งอันตระการตาของ "โขดหินสิบสองอัครสาวก" ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของ ออสเตรเลีย ทำให้ภาพที่ออกมาอบอวลไปด้วยบรรยากาศของภาพยนตร์แนวโรดมูฟวี่ (Road Movie) อย่างเข้มข้น ตั้งแต่แสงเหนือ ดาวตก ไปจนถึงการเดินทางบนท้องถนน ทุกสิ่งล้วนหลอมรวมความรักและความสุขเอาไว้อย่างเปี่ยมล้นอยู่ในท่วงทำนองอย่างครบถ้วน จนทำให้แฟน ๆ จำนวนไม่น้อยต่างพากันแซวอย่างอารมณ์ดีว่า ท่านประธานโจว ช่างเป็นคนที่โรแมนติกอย่างสุดยอดจริงๆ!" (ภาพจาก JVR Music)

- กลับมาเจอกันอีกแล้วครับกับช่วง "เพลงเก่า แต่เราเก็ท" ช่วงที่พวกเราจะหยิบเอาเพลงระดับตำนานกลับมาปัดฝุ่นฟังใหม่ แล้วจะรู้เลยว่า ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี เนื้อหาและความหมายของเพลงเหล่านั้น... พวกเรายังเก็ทและอินกับมันได้เสมอครับ
คุณผู้ฟังครับ... ถ้าพูดถึงเรื่อง "ความสุข" ตอนนี้ความสุขของแต่ละคนคืออะไรกันบ้างครับ? บางคนอาจจะเป็นการได้โบนัสก้อนโต บางคนอยากมีบ้านหลังใหญ่ ๆ แต่สำหรับผู้ชายคนหนึ่ง... เขาบอกไว้เมื่อ 18 ปีก่อนว่า “ถ้าเหนื่อยนัก ก็แค่กลับบ้านไป... ความสำเร็จไม่ใช่จุดหมายหรอก การทำให้ตัวเองมีความสุขต่างหากคือความหมายที่แท้จริง”
ใช่ครับ... ผมกำลังพูดถึงเพลง เต้าเซียง (稻香 - กลิ่นหอมของต้นข้าว) เพลงระดับมาสเตอร์พีซปี 2008 ของราชาเพลงป็อปแมนดาริน โจวเจี๋ยหลุน หรือ เจย์ โจว ที่เขียนขึ้นมาเพื่อปลอบประโลมคนทั้งโลกในวันที่ต้องเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและภัยธรรมชาติ... โห ฟังแล้วซึ้งไหมครับ? เพลงนี้สอนให้เรา "รู้จักพอ" และมองหาความสุขง่าย ๆ รอบตัว
แต่ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน... ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี่เองครับคุณผู้ฟัง! ความสุขของแฟนเพลงชาวไทยคืออะไรถามจริง? คือการได้ไปเดินเล่นชิล ๆ ที่ตลาดสร้างสรรค์ที่เชียงใหม่ แล้วอยู่ ๆ ก็มีผู้ชายใส่ชุดลำลองธรรมดา ๆ คนหนึ่ง เดินไปคว้าไมค์จากนักดนตรีเปิดหมวก แล้วร้องเพลง เต้าเซียง ให้ฟังกันสด ๆ แบบฟรี ๆ กลางถนนเลยครับ!
โอ้โห... วินาทีนั้นคือรันเวย์เชียงใหม่แตกกระเจิง คนทะลักล้นจนช้างยังต้องหลบทางให้! แฟนคลับบางคนถึงกับร้องไห้โฮ บอกว่า "ชีวิตนี้คุ้มค่าแล้ว ได้เจอเฮียเจย์ตัวเป็น ๆ ในระยะประชิด" ส่วนแฟนคลับอีกกลุ่มที่นอนอืดอยู่บ้าน (รวมถึงผมด้วย) ได้แต่กำหมัดแน่นแล้วมองตาปริบ ๆ ผ่านหน้าจอ... อิจฉาตาร้อนจนไฟแทบจะลุกท่วมตาอยู่แล้วครับ! (ภาพจาก Next TV)
บางคนแอบแซวด้วยนะว่า "เอ๊ะ... ใช่ตัวจริงหรือเปล่า? ช่วงนี้ยิ่งมีเจย์ โจว ตัวปลอมเยอะอยู่" แต่พอหันไปเห็น "อาเคน" พิธีกรคู่หูยืนอยู่ข้าง ๆ... อะ โอเค ชัดเลย! นี่มัน "สติกเกอร์โฮโลแกรมกันปลอม" ของแท้แน่นอน ตัวจริงเสียงจริงครับพี่น้อง! แถมงานนี้ภรรยาสุดสวยอย่าง คุนหลิง ก็บินมาถ่ายรายการที่เชียงใหม่ในเวลาเดียวกันอีก เรียกได้ว่ามาทั้งคู่... หวานจนน้ำอ้อยเชียงใหม่จืดไปเลยครับ
เอาล่ะครับ... ไม่ว่าคุณจะโชคดีได้ไปยืนฟังเฮียเจย์ร้องสดที่เชียงใหม่ หรือจะเป็น "ผู้ประสบภัยความอิจฉา" ที่ฟังอยู่หน้าปัดวิทยุ/หน้าจอตอนนี้ (ขำ) เรามาเคลียร์ใจให้โล่ง ๆ แล้วมาร่วมย้อนวันวาน ดึงความบริสุทธิ์ในวัยเด็ก และความรู้สึกดี ๆ กลับมาพร้อมกัน
ไปฟังกันเลยครับ กับเพลงระดับตำนานที่ท่วงทำนองแบบฮิปฮอปโฟล์กจะช่วยโอบกอดหัวใจที่เหนื่อยล้าของทุกคน... เพลงที่มีกลิ่นอายของบ้านทุ่งและไออุ่นแห่งความเป็นมนุษย์... เต้าเซียง จากโจวเจี๋ยหลุน ครับ...

- เหลียงเฉาเหว่ย (梁朝偉) นักแสดงเจ้าบทบาทชาวฮ่องกง ยังคงอยู่ในโฟกัสของวงการบันเทิงเสมอ ล่าสุดได้รับเชิญให้ทำหน้าที่คณะกรรมการตัดสินรางวัลจินเจวี๋ย (金爵獎) ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเซี่ยงไฮ้ (上海國際電影節) ครั้งที่ 28 โดยในงานพบปะของคณะกรรมการ เขาได้กล่าวถึงประเด็น AI ที่กำลังเป็นที่สนใจอย่างกว้างขวางในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อถูกถามจากสื่อมวลชนว่ายินดีที่จะมอบสิทธิ์ในภาพลักษณ์บุคคล (肖像權) ให้ AI นำไปใช้หรือไม่ เหลียงเฉาเหว่ยตอบปฏิเสธอย่างไม่ลังเล เขาระบุว่า AI นำความสะดวกสบายมาสู่การผลิตภาพยนตร์อย่างแท้จริง เช่น การวางแผนงานล่วงหน้าและการตัดต่อในขั้นตอนหลังการผลิตล้วนสามารถร่นระยะเวลาการทำงานได้อย่างมาก โดยยกตัวอย่างการตัดต่อว่า งานที่ในอดีตอาจต้องใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนจึงจะเสร็จสิ้น AI อาจใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีสั้น ๆ ก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้ ซึ่งช่วยประหยัดต้นทุนให้กับผู้สร้างภาพยนตร์ได้เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เหลียงเฉาเหว่ยก็กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า AI เปรียบเสมือนดาบสองคม แม้ว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อโอกาสในการทำงานของบุคลากรในอุตสาหกรรมนี้จำนวนมาก และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ AI ทำได้เพียงพึ่งพาข้อมูลที่มีอยู่เดิมเพื่อนำมาวิเคราะห์และลอกเลียนแบบเท่านั้น ขาดแคลนซึ่งความคิดสร้างสรรค์และอารมณ์ความรู้สึกที่แท้จริง จึงไม่สามารถทดแทนบทบาทของมนุษย์ในการสร้างสรรค์งานศิลปะได้
เมื่อพูดถึงประเด็นที่ว่านักแสดงจะถูก AI เข้ามาแทนที่หรือไม่ เหลียงเฉาเหว่ยมองว่าข้อแตกต่างที่สำคัญที่สุดอยู่ที่ "ความรู้สึก" โดยเขาเผยว่า นักแสดงสามารถทำความเข้าใจตัวละครผ่านประสบการณ์และอารมณ์ความรู้สึกของตนเอง จนนำไปสู่การแสดงออกที่สมจริงและละเอียดอ่อน แต่สิ่งที่ AI ถ่ายทอดออกมานั้นเป็นเพียง "ปฏิกิริยาตอบสนอง" ที่คำนวณมาจากฐานข้อมูล ไม่สามารถมีความเข้าใจในประสบการณ์ทางอารมณ์ที่แท้จริงได้ เขาเน้นย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ที่ซับซ้อนและการดิ้นรนของความเป็นมนุษย์ภายในจิตใจของตัวละคร เป็นส่วนที่ AI ยากจะลอกเลียนแบบได้ และแม้ AI จะสามารถจำลองการแสดงที่ดูเหมือนจริงได้ แต่เมื่อผู้ชมรับรู้ว่าตัวละครในภาพยนตร์นั้นถูกสร้างขึ้นโดย AI ความรู้สึกในการรับชมก็ยังคงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากสิ่งสำคัญที่สุดของภาพยนตร์คือการแลกเปลี่ยนทางอารมณ์และความรู้สึกร่วม ซึ่งไออุ่นแห่งความเป็นมนุษย์ที่แท้จริงนี้เอง คือสิ่งที่ AI ยังไม่สามารถมอบให้ได้ในปัจจุบัน
แม้จะยังคงสงวนท่าทีต่อการที่ AI จะเข้ามาแทนที่นักแสดง แต่เหลียงเฉาเหว่ยก็ไม่ได้ปฏิเสธการใช้ AI ในฐานะเครื่องมือช่วยสนับสนุน โดยเขาเปิดเผยว่า ในเวลาปกติที่ต้องเตรียมตัวสำหรับบทบาทหรือเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เขาจะใช้ AI ในการค้นหาข้อมูลและทำความเข้าใจแนวคิดที่เป็นนามธรรมอยู่บ้าง แม้กระทั่งการทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการตัดสินในเทศกาลภาพยนตร์เป็นครั้งแรกนี้ เขาก็เคยใช้เครื่องมือ AI เพื่อทำความเข้าใจเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของคณะกรรมการเช่นกัน เขามองว่าหากใช้งานอย่างเหมาะสม AI ก็ยังสามารถเป็นผู้ช่วยที่ดีในการเรียนรู้และการสร้างสรรค์ แต่ส่วนที่เป็นแกนกลางสำคัญที่สุดของการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ ท้ายที่สุดแล้วก็ยังจำเป็นต้องสำเร็จด้วยฝีมือของมนุษย์อยู่ดี (ภาพจากเวยปั๋วของหลิวเจียหลิง)

- โจลิน ไช่อีหลิน นักร้องสาวคนดังของวงการเพลงจีน ได้นำคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ "PLEASURE" ที่อัปเกรดแบบจัดเต็ม ขึ้นสู่เวทีที่สนามกีฬารังนกของปักกิ่งเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 12 ถึง 14 มิถุนายน โดยเปิดการแสดงติดต่อกันถึง 3 วัน ซึ่งครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบ 27 ปีนับตั้งแต่เข้าวงการของโจลิน ที่ได้ขึ้นแสดงคอนเสิร์ตที่นี่ และยังเป็นการกลับมาจัดคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ที่ปักกิ่ง (北京) อีกครั้งในรอบ 10 ปี โดยทัวร์คอนเสิร์ต "PLEASURE" ในเมืองจีนได้เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมจากเซินเจิ้น และตระเวนเปิดการแสดงไปทั่วทั้งเซี่ยเหมิน, ฉางชา, ฉงชิ่ง, ชิงเต่า, ซีอาน, หางโจว และสถานที่อื่น ๆ จนกระทั่งมาถึงจุดหมายปลายทางที่ปักกิ่ง ในครั้งนี้ โจลิน (JOLIN) ได้อัปเกรดทุกอย่างแบบรอบด้าน ตั้งแต่เพลง เวที ไปจนถึงเสื้อผ้าหน้าผม อีกทั้งยังสั่งตัดชุดการแสดงสุดหรูใหม่ 3 ชุดเป็นพิเศษสำหรับรอบปักกิ่งโดยเฉพาะ ขณะเดียวกัน โปรดักชันของพร็อพแฟนตาซีขนาดใหญ่ประกอบการแสดงก็ได้พัฒนาขึ้นอีกขั้นต่อจาก "เรือแห่งความรื่นรมย์" (愉悅之舟), "ภูเขาผลไม้ทองคำมหัศจรรย์" (奇幻金果山) และ "กงล้อแห่งสวนสนุก" (樂園之輪) ทางคอนเสิร์ตรอบปักกิ่ง ได้ทุ่มทุนสร้างกว่าสิบล้านเพื่อสรรค์สร้างโปรดักชันใหม่อย่าง "ดอกไม้เจิดจรัส" (璀璨之花) เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนจิตสำนึกแห่งความรื่นรมย์ภายในที่เบ่งบานและตื่นรู้ราวกับดอกไม้ ทั้งยังสอดคล้องกับแนวคิดการค้นหาตนเองและการปลดปล่อยโสตสัมผัสที่อัลบั้มต้องการจะสื่อสารอีกด้วย ส่วนการแสดงรอบที่ 2 ในวันที่ 13 ก็ได้พบกับเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ที่สุด เมื่อโจลิน (JOLIN) ได้เชิญนักร้องระดับเจ้าพ่อของวงการเพลงจีน เจ้าของรางวัล Golden Melody Awards อย่าง เจเจ หลินจวิ้นเจี๋ยมาร่วมเป็นแขกรับเชิญ ซึ่งทั้งสองได้กลับมาร่วมเวทีเดียวกันอีกครั้งในรอบ 13 ปี พร้อมร่วมกันร้องเพลง "บุคคลที่สาม" (第三人稱) และ "ฝึกฝนความรัก" (修煉愛情) ซึ่งสะกดผู้ชมกว่า 55,000 คนให้ร่วมร้องไปพร้อมกัน เปลี่ยนสนามกีฬารังนกให้กลายเป็นห้องคาราโอเกะ (KTV) ขนาดยักษ์ของคนนับหมื่นในพริบตา จนกลายเป็นภาพจำระดับตำนานที่น่าประทับใจที่สุดของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ (ภาพจาก Eternal Music)
