รายการวันนี้เราจะพาไปติดตามประเด็นด้านสุขภาพที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในไต้หวัน นั่นก็คือการใช้ยานอนหลับในผู้สูงอายุ ซึ่งล่าสุดสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติไต้หวัน หรือ NHI ได้เริ่มใช้มาตรการตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้น หลังพบว่าผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยใช้ยานอนหลับหลายชนิดร่วมกันเป็นเวลานาน จนอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
ข้อมูลจากสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติไต้หวันระบุว่า ในแต่ละปีมีผู้ใช้ยานอนหลับในไต้หวันประมาณ 1 ล้าน 9 แสนคน และในจำนวนนี้เป็นผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปถึงร้อยละ 40 หรือประมาณ 760,000 คน ถือเป็นตัวเลขที่สูงมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมดของประเทศ เฉินเลี่ยงอวี๋ (陳亮妤) ผู้อำนวยการสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงไม่ใช่เพียงจำนวนผู้ใช้ยาเท่านั้น แต่คือพฤติกรรมการใช้ยานอนหลับหลายชนิดพร้อมกัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์อธิบายว่า ยานอนหลับจำนวนมากออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ผู้ใช้รู้สึกง่วง ซึม หรือการตอบสนองช้าลง หากใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน ผลข้างเคียงเหล่านี้ก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น สำหรับผู้สูงอายุ ความเสี่ยงที่พบได้บ่อยคือ การหกล้ม โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่ต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นอาจนำไปสู่กระดูกหัก ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของผู้สูงวัย เพราะการฟื้นตัวมักใช้เวลานาน และบางรายอาจสูญเสียความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองไปตลอดชีวิต นอกจากนี้ งานวิจัยทางการแพทย์ในหลายประเทศยังพบว่า การใช้ยานอนหลับต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเกี่ยวข้องกับการลดลงของความสามารถด้านการคิด การจดจำ และอาจเพิ่มความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมในอนาคต แม้ว่าปัจจัยดังกล่าวยังคงต้องมีการศึกษาต่อเนื่อง แต่ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หน่วยงานสาธารณสุขทั่วโลกพยายามลดการใช้ยานอนหลับที่ไม่จำเป็น
ด้วยเหตุนี้ ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นมา สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติไต้หวันจึงเริ่มดำเนินมาตรการติดตามตรวจสอบการใช้ยานอนหลับในผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ เกณฑ์สำคัญคือ หากผู้ป่วยมีอายุ 65 ปีขึ้นไป และใช้ยานอนหลับชนิดออกฤทธิ์สั้นหรือออกฤทธิ์ยาวรวมกันตั้งแต่ 3 ชนิดขึ้นไป พร้อมทั้งมีการใช้ยาสะสมเกิน 6 เดือนภายในระยะเวลา 1 ปี ผู้ป่วยรายดังกล่าวจะเข้าสู่ระบบติดตามตรวจสอบเป็นพิเศษ ทางสำนักงานประกันสุขภาพจะส่งข้อมูลให้สถานพยาบาลและแพทย์ผู้รักษาได้รับทราบทุกเดือน พร้อมเชิญผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบความเหมาะสมของการใช้ยา หากพบว่าการสั่งจ่ายยาไม่มีเหตุผลทางการแพทย์รองรับ หรือไม่เป็นไปตามแนวทางที่กำหนดไว้ อาจมีการตัดลดงบประมาณหรือไม่อนุมัติการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลจากระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ
จางฮุ่ยผิง (張惠萍) ที่ปรึกษาฝ่ายพิจารณาทางการแพทย์และวัสดุยา ของสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ อธิบายว่า แม้ผู้สูงอายุจำนวนมากจะมีปัญหานอนไม่หลับร่วมกับโรคเรื้อรังต่าง ๆ แต่ในทางการแพทย์โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ใช้ยานอนหลับตั้งแต่ 3 ชนิดขึ้นไปพร้อมกัน เพราะความเสี่ยงมักมากกว่าประโยชน์ที่ได้รับ มีองค์กรทางการแพทย์เข้าร่วมมากถึง 10 แห่ง รวมถึงสมาคมจิตเวชศาสตร์แห่งไต้หวัน สมาคมเวชศาสตร์การนอนหลับแห่งไต้หวัน สมาคมเวชศาสตร์ครอบครัวแห่งไต้หวัน สมาคมอายุรศาสตร์แห่งไต้หวัน สมาคมประสาทวิทยาแห่งไต้หวัน ตลอดจนแพทยสภาแห่งชาติ หลังการประชุมรวม 4 ครั้ง ทุกฝ่ายได้ข้อสรุปร่วมกันว่าควรยกระดับการบริหารจัดการการใช้ยานอนหลับในผู้สูงอายุ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด
สำนักงานประกันสุขภาพระบุว่า หลังจากมีการให้คำแนะนำแก่แพทย์และสถานพยาบาล รวมถึงมีการตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณ จำนวนผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ใช้ยานอนหลับหลายชนิดติดต่อกันเป็นเวลานานลดลงเหลือน้อยกว่า 100 คนแล้วอย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า การแก้ปัญหานอนไม่หลับไม่ควรพึ่งพายาเพียงอย่างเดียว องค์การอนามัยโลกและสมาคมเวชศาสตร์การนอนหลับหลายประเทศแนะนำว่า วิธีที่ได้ผลในระยะยาวคือการปรับพฤติกรรมการนอน หรือที่เรียกว่า Sleep Hygiene ตัวอย่างเช่น เข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลา ลดการดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในช่วงเย็น หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือก่อนนอน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และจัดสภาพแวดล้อมในห้องนอนให้เหมาะสม
สำหรับผู้สูงอายุที่มีอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง แพทย์อาจแนะนำการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรมสำหรับโรคนอนไม่หลับ หรือ CBT-I ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยกว่าการใช้ยาในระยะยาว นอกจากนี้ มาตรการใหม่ของไต้หวันยังถูกเชื่อมโยงเข้ากับโครงการ三高慢性病888計畫 หรือโคงการดูแลสุขภาพโรคเรื้อรัง 888 หรือที่เรียกว่า "สามสูง" ได้แก่ ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง และไขมันในเลือดสูง ประชาชนสามารถใช้แอปพลิเคชัน NHI App หรือสมุดบัญชีสุขภาพดิจิทัลของไต้หวัน全民健保行動快易通|健康存摺เพื่อประเมินพฤติกรรมสุขภาพของตนเอง หากระบบพบว่ามีความเสี่ยงเกี่ยวกับปัญหาการนอนหลับ ก็จะสามารถรับคำปรึกษาและเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาที่เหมาะสมต่อไป การนอนหลับที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ แต่การใช้ยานอนหลับอย่างเหมาะสมก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป้าหมายสูงสุดไม่ใช่เพียงการทำให้นอนหลับได้เท่านั้น แต่ต้องทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี ปลอดภัย และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในระยะยาว
ก่อนจบรายการวันนี้ เรามาเรียนรู้คำศัพท์ภาษาจีนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสุขภาพการนอนกันสักเล็กน้อย
1. 失眠 (Shīmián) แปลว่า นอนไม่หลับ
2. 安眠藥 (Ānmiányào) แปลว่า ยานอนหลับ
3.高齡者 (Gāolíngzhě) แปลว่า ผู้สูงอายุ
4.跌倒 (Diēdǎo) แปลว่า การหกล้ม
5.骨折 (Gǔzhé) แปลว่า กระดูกหัก
6.失智症 (Shīzhìzhèng) แปลว่า ภาวะสมองเสื่อม
7.健康存摺 (Jiànkāng Cúnzhé) แปลว่า สมุดบัญชีสุขภาพดิจิทัล