Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 16 มิ.ย.2569

ข้าวเผิงไหลสะท้อนความก้าวหน้าด้านการวิจัยและการปรับปรุงพันธุ์พืชของไต้หวัน จนกลายเป็นข้าวที่บริโภคหลักของไต้หวัน(Photo:AC)
ข้าวเผิงไหลสะท้อนความก้าวหน้าด้านการวิจัยและการปรับปรุงพันธุ์พืชของไต้หวัน จนกลายเป็นข้าวที่บริโภคหลักของไต้หวัน(Photo:AC)

       ปี 2026 เป็นวาระครบรอบ 100 ปีของการตั้งชื่อ “ข้าวเผิงไหล” (蓬萊米) อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นข้าวจาโปนิกาที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ในไต้หวัน โดยคำว่า “เผิงไหล” เป็นชื่อเชิงกวีที่ใช้เรียกไต้หวันในความหมายว่า “เกาะสวรรค์” เดิมข้าวชนิดนี้ถูกเรียกว่า “ข้าวพันธุ์แผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่น” (內地種米) ก่อนที่เมื่อวันที่ 24 เมษายน 1926 อิซาวะ ทากิโอะ (Izawa Takio) ผู้สำเร็จราชการไต้หวันในขณะนั้น จะประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น “ข้าวเผิงไหล” ในงานมหกรรมข้าวแห่งจักรวรรดิญี่ปุ่น ครั้งที่ 19 ณ โรงแรมรถไฟไทเป และรัฐบาลอาณานิคมได้ประกาศใช้ชื่อดังกล่าวทั่วไต้หวันอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมปีเดียวกัน

       ประวัติศาสตร์ของข้าวเผิงไหลสะท้อนความก้าวหน้าด้านการวิจัยและปรับปรุงพันธุ์พืชของไต้หวัน อีกทั้งยังเปลี่ยนแปลงทั้งรสนิยมการบริโภคข้าวและโครงสร้างเศรษฐกิจเกษตรของสังคมไต้หวันอย่างลึกซึ้ง การเกิดขึ้นของข้าวเผิงไหลทำให้ข้าวพันธุ์ท้องถิ่นและพันธุ์ญี่ปุ่นถูกปลูกควบคู่กัน พร้อมเกิดปรากฏการณ์ “ข้าวกับน้ำตาลแย่งพื้นที่เพาะปลูก” (米糖相剋) จากการแข่งขันใช้ที่ดินระหว่างนาข้าวกับไร่อ้อย จนนำไปสู่โครงสร้างเศรษฐกิจเกษตรแบบสองขั้วในยุคนั้น

       ในยุคที่ญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน ญี่ปุ่นกำหนดให้ไต้หวันเป็นฐานเกษตรกรรมเพื่อป้อนอาหารแก่ประเทศ โดยเฉพาะหลังการเร่งอุตสาหกรรมและช่วงสงครามรัสเซีย–ญี่ปุ่นที่ญี่ปุ่นเผชิญภาวะอาหารตึงตัว ทำให้ข้าวจากไต้หวันถูกผนวกเข้าสู่ระบบจัดหาอาหารของญี่ปุ่น และตลาดส่งออกข้าวของไต้หวันก็เปลี่ยนจากจีนแผ่นดินใหญ่มาเป็นญี่ปุ่น

        เดิมชาวไต้หวันนิยมบริโภคข้าวอินดิกาเมล็ดยาว ขณะที่ชาวญี่ปุ่นนิยมข้าวจาโปนิกาเมล็ดสั้นเหนียวนุ่ม ญี่ปุ่นจึงพยายามพัฒนาพันธุ์ข้าวจาโปนิกาให้ปลูกในไต้หวันได้สำเร็จ โดย อิโซะ เอคิจิ (Iso Eikichi) และ เมงุมุ สุเอนากะ (Megumu Suenaga) สามารถพัฒนาพันธุ์ “ไถจงหมายเลข 65” ในปี 1929 จนกลายเป็นต้นกำเนิดสำคัญของ “ข้าวเผิงไหล” และทำให้ไต้หวันปลูกข้าวได้ปีละสองครั้ง ทั้งสองจึงได้รับการขนานนามว่าเป็น “บิดาและมารดาแห่งข้าวเผิงไหล”

        หลังรัฐบาลอาณานิคมผลักดัน “ข้าวเผิงไหล” อย่างจริงจัง พื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และแซงหน้าข้าวพื้นเมืองในปี 1935 เนื่องจากให้ผลผลิตและราคาสูงกว่า โดยเฉพาะจากการส่งออกไปญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ข้าวพื้นเมืองยังคงได้รับความนิยมเพราะต้นทุนต่ำและปรับตัวกับสภาพแวดล้อมได้ดี ทำให้เกิดระบบการปลูกข้าวแบบ “สองระบบ” ที่ข้าวจาโปนิกาและอินดิกาดำรงอยู่ร่วมกัน

       การผลักดันข้าวเผิงไหลยังเป็นจุดเริ่มต้นของเกษตรสมัยใหม่ในไต้หวัน ทั้งระบบชลประทาน งานวิจัย และการปรับปรุงพันธุ์พืช หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ข้าวเผิงไหลหันมาจำหน่ายภายในประเทศแทนการส่งออก และปัจจุบันมีสัดส่วนพื้นที่ปลูกมากกว่า 90% ของไต้หวัน ขณะที่อนาคตของข้าวแต่ละชนิดยังขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดเป็นสำคัญ

        ความน่าเศร้าของการผลิตข้าวในไต้หวันยุคนั้น คือแทบไม่ได้ตั้งอยู่บนความต้องการของชาวไต้หวันเอง แต่ต้องปรับตามนโยบายและความต้องการของญี่ปุ่น ทั้งด้านการบริโภค การควบคุมราคาข้าว และความต้องการทางทหาร อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีการผลิตและสายพันธุ์ข้าวที่พัฒนาขึ้นในยุคนั้น กลายเป็นมรดกสำคัญที่ช่วยให้ไต้หวันฟื้นกำลังการผลิตหลังสงครามได้อย่างรวดเร็ว จนปี 1950 ผลผลิตข้าวสูงกว่าระดับก่อนสงครามสำเร็จ

        ตลอด 100 ปีที่ผ่านมา “ข้าวเผิงไหล” ได้สร้างคุณูปการสำคัญต่อไต้หวัน 5 ด้าน ได้แก่ วางรากฐานเกษตรสมัยใหม่ ผลักดันโครงการชลประทานขนาดใหญ่ เพิ่มรายได้จากการส่งออกจนเกิดเศรษฐกิจ “ข้าว–น้ำตาล” เปลี่ยนรสนิยมการบริโภคของชาวไต้หวันจากข้าวอินดิกามาสู่ข้าวจาโปนิกา และเสริมความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

        ปัจจุบัน ไต้หวันมีอัตราพึ่งพาตนเองด้านข้าวมากกว่า 100% และมีคลังสำรองข้าวของรัฐจำนวนมาก ข้าวเผิงไหลจึงไม่ใช่เพียงสายพันธุ์ข้าว แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรดั้งเดิมสู่เกษตรวิทยาศาสตร์ และสะท้อนพลังการพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรของไต้หวันตลอดศตวรรษที่ผ่านมา

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解