1. อย่าแบกรับเรื่องราวหนัก ๆ ไว้คนเดียว: เตือนแรงงานไทยในไต้หวัน ระวังความเครียดสะสมจากงานและชีวิต เป็นโรคซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว
การเดินทางมาทำงานต่างแดน โดยเฉพาะในไต้หวัน แม้จะเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และอนาคตให้ครอบครัว แต่ในอีกด้านหนึ่ง แรงงานไทยจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับแรงกดดันจากภาระงาน ความคาดหวัง รายจ่าย ปัญหาครอบครัว ความแตกต่างด้านภาษาและวัฒนธรรม ตลอดจนความเหงาและการอยู่ห่างบ้าน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสะสมที่อาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจโดยไม่ทันรู้ตัว หลายคนมักเลือกเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว เพราะกลัวถูกมองว่าอ่อนแอ กลัวเป็นภาระ หรือไม่อยากให้คนที่บ้านเป็นห่วง ทั้งที่ความจริงแล้ว การขอความช่วยเหลือไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นการดูแลตัวเองอย่างมีสติและรับผิดชอบต่อสุขภาพใจของตนเอง

ความเครียดจากการทำงานหรือแรงกดดันที่สะสมเป็นเวลานาน หากไม่ได้รับการดูแล อาจนำไปสู่ความเหนื่อยล้า ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) ความวิตกกังวล นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า หรือบางรายอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย เช่น ปวดหัวเรื้อรัง ปวดเมื่อย หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง และประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุในที่ทำงานได้
ขอให้แรงงานไทยในไต้หวันทุกคนตระหนักว่า การดูแลสุขภาพจิตสำคัญไม่แพ้การดูแลสุขภาพกาย หากวันนี้รู้สึกเหนื่อย เหมือนกำลังแบกรับอะไรหนักเกินไป อย่าฝืนรับไว้เพียงลำพัง เพราะการพูดออกมาและการขอความช่วยเหลือ คือจุดเริ่มต้นของการกลับมาดูแลหัวใจของตัวเองอีกครั้ง เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตและทำงานในต่างแดนได้อย่างเข้มแข็งและปลอดภัยในระยะยาว

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่
- รู้สึกเหนื่อยล้า หมดแรง หรือไม่มีแรงจูงใจในการทำงาน
- เครียด วิตกกังวล หรือหงุดหงิดง่ายผิดปกติ
- นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท หรือฝันร้ายบ่อย
- เก็บตัว ไม่อยากพูดคุยกับผู้อื่น
- รู้สึกโดดเดี่ยว สิ้นหวัง หรือคิดว่าตนเองไม่มีคุณค่า
- ใช้แอลกอฮอล์ บุหรี่ สารเสพติดหรือพฤติกรรมเสี่ยงเพื่อระบายความเครียด
หากท่านเริ่มมีอาการดังกล่าว อย่าปล่อยให้ความเครียดสะสมจนเกินรับไหว ควรหาวิธีผ่อนคลายและดูแลจิตใจตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยสามารถเริ่มได้จากวิธีง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น

1. เปิดใจพูดคุยกับคนที่ไว้ใจได้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน หัวหน้างาน คนในครอบครัว หรือเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ การได้ระบายความรู้สึกออกมาจะช่วยลดแรงกดดันทางอารมณ์ และทำให้มองเห็นทางออกของปัญหาได้ชัดขึ้น
2. จัดเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนหลับอย่างมีคุณภาพ รับประทานอาหารให้ครบมื้อ และหลีกเลี่ยงการทำงานหนักติดต่อกันโดยไม่พัก เพราะร่างกายที่อ่อนล้าจะยิ่งส่งผลต่อสภาพจิตใจ
3. หากิจกรรมผ่อนคลายความเครียด เช่น ฟังเพลง ออกกำลังกาย เดินเล่น พูดคุยกับเพื่อน ดูหนัง ทำอาหาร หรือทำกิจกรรมที่ชอบ แม้เพียงวันละเล็กน้อยก็ช่วยให้จิตใจผ่อนคลายขึ้นได้
4. ฝึกหายใจลึก ๆ หรือนั่งสมาธิ เมื่อรู้สึกเครียดหรือกดดัน ลองหยุดพัก หายใจเข้าลึก ๆ ช้า ๆ และปล่อยลมหายใจออกอย่างผ่อนคลายประมาณ 5-10 นาที จะช่วยลดความตึงเครียดทั้งทางร่างกายและอารมณ์ได้
5. อย่าแก้ปัญหาด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสารเสพติดอย่างเด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงเรื่อย ๆ สุราและสารเสพติดทำลายสุขภาพร่างกายและจิตใจในระยะยาว สูญเสียเงินที่หามาเพื่อส่งกลับให้ครอบครัว อีกทั้งยังเสี่ยงถูกจับ จำคุก และถูกส่งกลับประเทศ
6. ขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเมื่อรู้สึกไม่ไหว หากรู้สึกว่าปัญหาหนักเกินรับมือ หรือมีความเครียดสะสมจนกระทบชีวิตประจำวัน อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานด้านสุขภาพจิตในไต้หวัน ซึ่งมีบริการให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือ โดยสามารถโทรติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1925 หากต้องการล่ามแปลภาษา สามารถโทรไปที่สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 เพื่อขอความช่วยเหลือได้
2. แรงงานไทยภาคกลางมีโอกาสจ้างตรงมากขึ้น ศูนย์บริการจ้างตรง สำนักงานภาคกลาง เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ
เพื่อให้นายจ้างและแรงงานต่างชาติได้รับบริการจ้างโดยตรงที่สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสานต่อแนวคิดการจัดหาแรงงานอย่างเป็นธรรมตามมาตรฐานสากล กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน ได้เปิดให้บริการศูนย์บริการจ้างตรง สำนักงานไทจง จางฮั่วและหนานโถว อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายนเป็นต้นไป โดยมุ่งมอบบริการแบบครบจบในที่เดียวที่เข้าถึงได้ในระดับท้องถิ่น ศูนย์แห่งนี้ผนวกรวมบริการล่ามแปลภาษามากมาย การตรวจสอบเอกสาร การให้คำปรึกษาด้านการยื่นคำขอ ตลอดจนการติดตามผลภายหลัง เพื่อช่วยให้นายจ้างสามารถใช้ระบบจ้างตรงในการจ้างแรงงานต่างชาติได้สะดวกขึ้น ลดภาระงานด้านเอกสารและขั้นตอน ทำให้ทั้งนายจ้างและแรงงานได้รับประสบการณ์การใช้บริการที่เป็นมิตรมากยิ่งขึ้น

กรมพัฒนากำลังแรงงานระบุว่า ระบบจ้างตรงจะช่วยให้นายจ้างสามารถดำเนินการจ้างแรงงานต่างชาติได้ด้วยตนเอง ลดค่าใช้จ่ายด้านค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิว และด้วยกระบวนการจ้างงานที่โปร่งใสและสะดวกยิ่งขึ้น ยังช่วยลดภาระงานด้านเอกสารของทั้งสองฝ่ายได้อีกด้วย เพื่อเพิ่มการเข้าถึงและความสะดวกของบริการ กรมพัฒนากำลังแรงงานยังคงเดินหน้าพัฒนาเครือข่ายบริการจ้างตรงอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากจุดให้บริการเดิมที่ไทเปและเกาสง การเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการของศูนย์บริการจ้างตรง สำนักงานไทจง จางฮั่วและหนานโถวในครั้งนี้ จะทำให้นายจ้างในพื้นที่ภาคกลางสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องได้อย่างใกล้บ้านมากขึ้น

ศูนย์บริการจ้างตรง สำนักงานภาคกลาง เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ 17 มิ.ย. นี้เป็นต้นไป (ภาพจากศูนย์บริการจ้างตรง สำนักงานไทจง จางฮั่วและหนานโถว)
ศูนย์บริการจ้างตรง สำนักงานไทจง จางฮั่วและหนานโถว ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 เลขที่ 838 ถนนจงซาน ช่วงที่ 2 เมืองจางฮั่ว (อยู่ชั้นบนของศูนย์จัดหางานจางฮั่ว) นับตั้งแต่เปิดให้บริการช่วงทดลองเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม มียอดผู้มาใช้บริการสะสมแล้วกว่า 700 ครั้ง โดยในจำนวนนี้ประมาณร้อยละ 80 เป็นกรณีการขอคำปรึกษาจากฝ่ายนายจ้าง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการของประชาชนที่มีต่อระบบจ้างตรงและบริการที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เนื้อหาการให้คำปรึกษากว่าร้อยละ 80 ยังเกี่ยวข้องกับการจ้างแรงงานดูแลผู้สูงอายุและคนป่วยในครัวเรือนจากต่างชาติ ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการด้านการดูแลในครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางสังคมผู้สูงวัย

ศูนย์บริการจ้างตรง สำนักงานภาคกลาง เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ 17 มิ.ย. นี้เป็นต้นไป (ภาพจากศูนย์บริการจ้างตรง สำนักงานไทจง จางฮั่วและหนานโถว)
ศูนย์บริการจ้างตรง สำนักงานไทจง จางฮั่วและหนานโถว ให้บริการล่ามแปลหลายภาษา ทั้งภาษาจีน อังกฤษ เวียดนาม ไทย และอินโดนีเซีย พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยดำเนินการยื่นคำขอ ดูแลแบบรายกรณีครบทุกขั้นตอน เพื่อช่วยนายจ้างในการตรวจสอบยืนยันตัวบุคคล กรอกแบบฟอร์ม จัดเตรียมเอกสาร ใช้งานระบบ ตลอดจนให้คำปรึกษาเรื่องขั้นตอนการจ้างตรง พร้อมทั้งจะโทรศัพท์ ส่งข้อความ หรือส่งอีเมลแจ้งเตือนกำหนดเวลาสำคัญในการดำเนินการล่วงหน้า เพื่อช่วยลดภาระงานด้านเอกสารในระหว่างขั้นตอนการยื่นคำขอ และหากแรงงานต่างชาติมีความจำเป็นด้านการสื่อสารภาษาในระหว่างกระบวนการยื่นคำขอ ก็สามารถได้รับความช่วยเหลือด้านการแปลภาษาได้ทันที เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการ

ศูนย์บริการจ้างตรง สำนักงานภาคกลาง เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ 17 มิ.ย. นี้เป็นต้นไป (ภาพจากศูนย์บริการจ้างตรง สำนักงานไทจง จางฮั่วและหนานโถว)
ขอเชิญชวนผู้ที่มีความต้องการใช้บริการจ้างตรง สามารถเดินทางไปติดต่อด้วยตนเองที่ศูนย์บริการจ้างตรง สำนักงานไทจง จางฮั่วและหนานโถว หรือโทรสอบถามได้ที่สายด่วน 04-7200800 โดยมีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือ