Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

อย่างงี้คุณจะว่าไง วันเสาร์ที่ 4 ก.ค.2569

ศูนย์จัดการทรัพยากรน้ำเขตกุยซาน นครเถาหยวน พลิกโฉม “เศษอาหาร” ให้กลายเป็นพลังงานสะอาด
ศูนย์จัดการทรัพยากรน้ำเขตกุยซาน นครเถาหยวน พลิกโฉม “เศษอาหาร” ให้กลายเป็นพลังงานสะอาด

เปลี่ยนเศษอาหารเป็นพลังงาน! ศูนย์ฯ กุยซาน พลิกขยะครัวเรือนหลายสิบตันต่อวันสู่พลังงานหมุนเวียน

เมื่อก้าวเข้าสู่ศูนย์จัดการทรัพยากรน้ำเขตกุยซาน นครเถาหยวน (Gui-Shan Water Resources Recycling Center) หลายคนอาจนึกภาพถึงสถานที่กำจัดเศษอาหารที่เต็มไปด้วยกลิ่นไม่พึงประสงค์ แต่ในความจริงกลับตรงกันข้าม เพราะบริเวณลำธารข้างโรงงานมีนกยางสีขาวหลายตัวเดินหากินและพักผ่อนอย่างอิสระ ในท่ามกลางบรรยากาศที่ร่มรื่นและใกล้ชิดธรรมชาติ แทบไม่น่าเชื่อว่า ห่างออกไปเพียงไม่กี่สิบเมตร คือโรงงานที่ต้องจัดการเศษอาหารจากครัวเรือนหลายสิบตันต่อวันอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นี่คือระบบผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพของบริษัท FUN SPRING CIRCUTECH (豐川綠能科技) ในเครือ Yuen Foong Yu Group หรือ YFY (永豐餘) ที่เปิดใช้งานเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ 2025ในเขตกุยซาน นครเถาหยวน โดยสามารถเปลี่ยน “เศษอาหาร” ให้กลายเป็น “พลังงาน” ได้ ขณะที่ไต้หวันกำลังนับถอยหลังสู่ปี 2027 ซึ่งจะเริ่มห้ามนำเศษอาหารไปใช้เป็นอาหารเลี้ยงสุกรอย่างเต็มรูปแบบ และรูปแบบการจัดการเช่นนี้จึงกลายเป็นแนวทางที่เทศบาลท้องถิ่นหลายแห่งให้ความสนใจมากขึ้น

เศษอาหารถูกนำไปบดและปรับให้มีความสม่ำเสมอ ก่อนเข้าสู่ระบบย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจนที่ปิดสนิท โดยใช้เวลาเร็วที่สุดเพียง 18 ชั่วโมง ก็สามารถเปลี่ยนเป็นก๊าซชีวภาพเพื่อผลิตไฟฟ้าได้ ระบบนี้สามารถผลิตไฟฟ้าได้ปีละประมาณ 6.4 ล้านหน่วย รองรับการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือนราว 1,600 หลังคาเรือนต่อปี ส่วนสารอินทรีย์ในเศษอาหาร หลังผ่านกระบวนการบำบัด จะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานและน้ำทิ้งที่ผ่านมาตรฐานการปล่อย

หลี่เกิงหวน (李庚桓) ผู้อำนวยการศูนย์จัดการทรัพยากรน้ำกุยซาน กล่าวว่า วิกฤตโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever: ASF) ทำให้ “เศษอาหารกลายเป็นตัวแปรสำคัญ” ของระบบจัดการขยะ พร้อมกล่าวติดตลกว่าเป็น “ตัวแปรที่โผล่มาแบบไม่คาดคิด” เดิมทีศูนย์ฯ มุ่งบำบัดของเสียจากอุตสาหกรรมอาหารและสิ่งปฏิกูลเป็นหลัก แต่หลังไต้หวันพบการระบาดของ ASF ภายในประเทศเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ภารกิจสำคัญในช่วงครึ่งปีต่อมากลับกลายเป็นการรับและจัดการเศษอาหารจากทั่วประเทศ

หลี่เกิงหวน ชี้ว่า หากเศษอาหารทั้งหมดทั่วไต้หวันประมาณ 1 ล้านตันต่อปี ถูกบดเป็นของเหลวและนำเข้าสู่ระบบย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจน จะสามารถผลิตไฟฟ้าสีเขียวได้ราว 260 ล้านหน่วย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันศูนย์จัดการทรัพยากรน้ำกุยซานสามารถรองรับเศษอาหารได้เพียงวันละ 30–40 ตัน ขณะที่ระบบบำบัดชีวภาพแบบไม่ใช้ออกซิเจนของบริษัท Yong Feng Yu (永豐餘) ในเขตซินอู นครเถาหยวน ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพขนาดใหญ่ที่สุดของไต้หวัน มีศักยภาพรองรับรวมกันจาก 2 แห่งได้ราว 100 ตันต่อวัน เมื่อเทียบกับปริมาณเศษอาหารที่ต้องจัดการทั่วประเทศแล้ว ยังถือว่ามีช่องว่างอีกมาก

หลี่เกิงหวน เตือนว่า หากแต่ละพื้นที่ไม่เร่งเสริมศักยภาพการจัดการเศษอาหารในระดับภูมิภาคตั้งแต่เนิ่น ๆ เมื่อมาตรการห้ามใช้เศษอาหารเลี้ยงสุกรทั่วประเทศในปี 2027 มีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ ไต้หวันอาจต้องเผชิญแรงกดดันด้านการกำจัดเศษอาหารที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันไต้หวันมีหลายวิธีในการจัดการเศษอาหาร เช่น การเผา การทำปุ๋ยหมัก การใช้หนอนแมลงวันลาย (Black Soldier Fly)หรือ แมลงทหารเสือ และการย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจน โดยแต่ละวิธีมีทั้งข้อดีและข้อจำกัด แต่หากพิจารณาด้านประสิทธิภาพการจัดการ การลดการปล่อยคาร์บอน และการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ การย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจนถือเป็นทางเลือกที่มีข้อได้เปรียบ

ทั้งนี้ การเผาเป็นวิธีที่ใช้เวลารวดเร็วที่สุด โดยอาจเสร็จภายใน 2 ชั่วโมง แต่ปัจจุบันเตาเผาขยะของหลายเมืองในไต้หวันมีปริมาณงานใกล้เต็มกำลังแล้ว หากเพิ่มเศษอาหารจำนวนมากเข้าไป อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่รองรับขยะประเภทอื่น อีกทั้งกระบวนการเผายังปล่อยก๊าซคาร์บอนในปริมาณมาก

ส่วนการทำปุ๋ยหมักมีต้นทุนต่ำกว่า แต่ต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่และใช้เวลาประมาณ 2 เดือนในการหมักให้สมบูรณ์ ระหว่างกระบวนการอาจเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ รวมถึงปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น มีเทน และเมื่อผลิตเสร็จแล้วก็ยังต้องพึ่งพาพื้นที่เกษตรกรรมในการนำไปใช้ ขณะที่การใช้แมลงวันลายเป็นแนวทางใหม่ที่ได้รับความสนใจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยอาศัยแมลงช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ แต่ก็ยังต้องใช้พื้นที่เพียงพอ และมีความท้าทายด้านการควบคุมแมลง

เมื่อเทียบกับวิธีเหล่านี้ ศูนย์ฯ กุยซานเลือกใช้เทคโนโลยี การย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจเพื่อ “เปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงาน” ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการจัดการเศษอาหาร โดยระบบดังกล่าวต้องใช้ทั้งถังหมักแบบไร้ออกซิเจน อุปกรณ์กำจัดกำมะถัน และชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ทำให้มีต้นทุนสูงและต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

สำหรับศูนย์จัดการทรัพยากรน้ำเขตกุยซาน มีการลงทุนเบื้องต้นประมาณ 210 ล้านเหรียญไต้หวัน และต้องใช้เวลาหลายปีในการก่อสร้าง ปรับปรุง และทดสอบระบบ จึงสามารถพัฒนาเป็นรูปแบบการดำเนินงานที่มีเสถียรภาพ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในอุปสรรคด้านเทคนิคที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ

ปัจจุบันศูนย์จัดการทรัพยากรน้ำเขตกุยซานรับเศษอาหารจากครัวเรือนเป็นหลัก และรับเศษอาหารจากภาคธุรกิจในปริมาณเล็กน้อย หากในอนาคตขยายการรับเศษอาหารจากภาคธุรกิจ จะต้องเลือกผู้ประกอบการอาหารที่มีขนาดใหญ่และสามารถจัดส่งวัตถุดิบได้อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงจะเน้นรับ เศษอาหารปรุงสุกแล้ว เพราะจุลินทรีย์ก็ไม่ชอบสภาพที่วันนี้มีอาหาร พรุ่งนี้ไม่มีอาหาร” หากปริมาณวัตถุดิบไม่เสถียร จะส่งผลต่อการทำงานของแบคทีเรียในระบบย่อยสลาย และกระทบต่อปริมาณก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้

แม้จะมีเทคโนโลยีและอุปกรณ์พร้อมแล้ว แต่ความท้าทายสำคัญในปัจจุบันคือการประสานงานกับเทศบาลท้องถิ่นและระบบรวบรวมขนส่งเศษอาหาร เพราะเดิมทีเศษอาหารในบางพื้นที่จะถูกรวบรวมในช่วงกลางคืนและส่งไปยังฟาร์มเลี้ยงสุกรในช่วงเช้า แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นการผลิตพลังงาน จำเป็นต้องปรับกระบวนการขนส่งและการเตรียมวัตถุดิบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งและการบำบัดในขั้นตอนต่อไป

หลังจากมาตรการ ห้ามใช้เศษอาหารเป็นอาหารเลี้ยงสุกร เริ่มบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2027 หลี่เกิงหวนมองว่า ไต้หวันจำเป็นต้องมีศูนย์พลังงานระดับภูมิภาคเพิ่มขึ้น ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออก ควรมีศูนย์ลักษณะนี้” ดังนั้น บริษัท FUN SPRING CIRCUTECH (豐川綠能科技) นอกจากโรงงานในนครเถาหยวนแล้ว ยังอยู่ระหว่างประเมินพื้นที่จัดตั้งศูนย์เพิ่มเติมในนครไถจง รวมถึงพื้นที่เมืองฮัวเหลียนและไถตง ทั้งนี้ ระยะทางขนส่งเศษอาหารไม่ควรไกลเกินไป เพราะหากต้องขนจากภาคตะวันออกไปยังภาคตะวันตก จะเพิ่มต้นทุนและลดประสิทธิภาพการจัดการ ดังนั้น การสร้างศักยภาพการบำบัดในแต่ละภูมิภาคจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

นอกจากลงทุนสร้างโรงงานเองแล้ว YFY ยังต้องการทำหน้าที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีและให้คำปรึกษาแก่ภาคส่วนต่าง ๆ โดยหลี่เกิงหวนเผยว่า ปัจจุบันมีบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งติดต่อเข้ามา เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการติดตั้งระบบย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจนภายในโรงงานของตนเอง

เมื่อไต้หวันกำลังนับถอยหลังสู่มาตรการห้ามใช้เศษอาหารเลี้ยงสุกรในปี 2027 ระบบจัดการขยะของประเทศกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหม่ เพราะเศษอาหารมากกว่า 2,700 ตันต่อวัน จะไม่สามารถส่งต่อไปยังฟาร์มเลี้ยงสุกรได้อีกต่อไป การสร้างระบบรองรับที่เพียงพอและมั่นคงจึงไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงกับการจัดการสิ่งแวดล้อมและของเสียเท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบความสามารถของไต้หวันในการผลักดัน เศรษฐกิจหมุนเวียนและการพัฒนาพลังงานสีเขียว อีกด้วย

ประเด็นร่วม & Podcast
อย่างนี้คุณจะว่ายังไง
อย่างนี้คุณจะว่ายังไง
เวลาออกอากาศ: วันเสาร์

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解