สวัสดีครับคุณผู้ฟังทุกท่าน! ต้อนรับเข้าสู่รายการ อะไรๆ ในไต้หวัน 台灣泰好玩 กับผม ธีระ หยาง 亓淞 ครับ คุณผู้ฟังครับ เวลาที่เราพูดถึง "ไทเป" หลายคนคงนึกถึงภาพเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงสี ตึกระฟ้า และความคึกคักวุ่นวายใช่ไหมครับ? แต่รู้หรือไม่ครับว่า เสน่ห์ที่แท้จริงอย่างหนึ่งของไทเป คือการที่เราสามารถ "หันหลังให้ความวุ่นวาย แล้วก้าวเข้าสู่ธรรมชาติ" ได้ในพริบตาเดียว! วันนี้ผมมีลายแทงลับที่คนไทเป (และคนที่รักไทเป) ต้องรู้มาฝากกันครับ ทางสำนักงานวิศวกรรมธรณีเทคนิคแห่งกรุงไทเป เขาได้คัดสรร "10 เส้นทางเดินเขาชมวิว" ที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองหลวงมาเปิดเผยให้เราได้ตามไปเช็คอินกันครับ เส้นทางเหล่านี้เปรียบเสมือนหอสังเกตการณ์ชั้นยอด ที่ให้เราได้มองเมืองไทเปในมุมมองแบบ 3 มิติ มีตั้งแต่การชมแสงไฟยามค่ำคืน ไปจนถึงการปีนป่ายก้อนหินยักษ์รูปร่างแปลกตาเลยล่ะครับ
- เริ่มต้นด้วยกลุ่มแรก สำหรับสายลุยที่ชอบความตื่นเต้นและอยากได้ภาพถ่ายที่มีพลัง มีความอิมแพคทางสายตาสูง ผมขอแนะนำให้พุ่งตัวไปที่ เส้นทางเดินเขาจวินเจี้ยนเหยียน (軍艦岩步道) และ เส้นทางเดินเขาจินเมี่ยนซาน (金面山步道) ครับ
สำหรับ จวินเจี้ยนเหยียน หรือที่แปลเป็นไทยว่า "หินเรือรบ" นั้น ตั้งอยู่แถบเขตเป่ยโถวครับ จุดเด่นของที่นี่คือเนินหินทรายสีขาวบริสุทธิ์ขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา รูปร่างของมันมองไกลๆ เหมือนหัวเรือรบขนาดใหญ่ที่กำลังแล่นฝ่าคลื่นต้นไม้สีเขียวขจี พอเราเดินไต่ขึ้นไปยืนอยู่บนยอดหินขาวนั้น ลมพัดแรงสะใจมากครับ และเมื่อกวาดสายตามองลงมา คุณจะเห็นวิวทิวทัศน์ของทุ่งราบกวนตู้ (Guandu Plain) แบบพาโนรามา เห็นแม่น้ำสายสำคัญไหลพาดผ่าน และที่สนุกมากๆ คือ จากจุดนี้เราสามารถมองเห็นและติดตามเส้นทางการบินของเครื่องบินพาณิชย์ที่กำลังลดระดับเพดานบินเพื่อร่อนลงจอดที่สนามบินซงซานได้อย่างชัดเจน เป็นภาพที่แปลกตามากครับ
ขยับมาที่ จินเมี่ยนซาน หรือ "เขาหน้าทอง" ในเขตเน่ยหู ที่นี่โด่งดังมากในหมู่วัยรุ่นและนักท่องเที่ยวสายผจญภัย เพราะทางเดินช่วงสุดท้ายก่อนถึงยอดเขาค่อนข้างลาดชันและต้องอาศัยการปีนป่ายไปตามโขดหินทรายที่มีส่วนผสมของแร่ควอตซ์ ทำให้เวลากระทบแสงแดดจะส่องประกายระยิบระยับเหมือนทองคำ ไฮไลท์สำคัญคือสิ่งที่เรียกว่า หินกรรไกร (剪刀石) ก้อนหินรูปทรงแหลมคมที่ยื่นออกไปในอากาศราวกับปากกรรไกรยักษ์ การได้ไปนั่งอยู่บนปลายหินก้อนนั้นแล้วมองลงมาเห็นกลุ่มตึกระฟ้าของไทเปและเทือกเขาโดยรอบ มันสร้าง視覺衝擊 หรือความรู้สึกตื่นตาตื่นใจทางสายตาขั้นสุดยอดจริงๆ ครับ
แต่ถ้าคุณผู้ฟังบอกว่า "อยากได้มุมมองที่แปลกตา ลาดเอียง และตื่นเต้นกว่านั้นอีกมีไหม?" มีแน่นอนครับ! ลองไปที่ เส้นทางเดินเขาหลงฉวนเหยียน (龍船岩步道) หรือ "หินเรือมังกร" ที่นี่มีหินแกรนิตขนาดยักษ์ความยาวหลายสิบเมตร ทอดตัวนอนราบอยู่บนสันเขา ดูคล้ายกับเรือมังกรที่กำลังลอยลำอยู่เหนือกองทัพต้นไม้ จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของหลงฉวนเหยียนคือ ก้อนหินนี้มันมีความเอียงในระดับที่น่าหวาดเสียว เวลาคนไปถ่ายรูปเนี่ย เขามักจะใช้เทคนิคการเอียงกล้องช่วย ทำให้ภาพที่ออกมาดูเหมือนเรากำลังใช้พละกำลังทั้งหมดในการเกาะหน้าผาสูงชันที่กำลังจะร่วงหล่นลงไปด้านล่าง เป็นพิกัดเรียกยอดไลก์ในโซเชียลมีเดียที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งเลยล่ะครับ
ขยับมาดูเส้นทางสายชิลที่เน้นการเสพธรรมชาติบริสุทธิ์กันบ้าง สำหรับใครที่ชอบความเขียวขจี ลมพัดเย็นสบาย สูดกลิ่นอายของใบไม้ใบหญ้า ต้องยกให้คู่หูแห่งเขตเน่ยหูครับ นั่นคือ เส้นทางป่าต้าหลุนโถว (大崙頭森林步道) และ เส้นทางธรรมชาติต้าหลุนโถว (大崙頭自然步道) สองเส้นทางนี้จะพาคุณผู้ฟังลัดเลาะเข้าไปในระบบนิเวศป่าไม้ที่สมบูรณ์มาก มีทางเดินไม้ยกระดับ (Wooden Boardwalk) ที่เดินง่าย ไม่ทำลายหน้าดิน และช่วยป้องกันไม่ให้เราไปรบกวนสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยในป่า จุดที่ไม่ควรพลาดคือ "แท่นรับลม" หรือ 風衝林平台 ซึ่งเป็นบริเวณที่ต้นไม้ในป่าต้องเผชิญกับกระแสลมแรงอยู่ตลอดเวลา ทำให้ต้นไม้บริเวณนั้นมีลักษณะเตี้ยและแคระแกร็นคล้ายบอนไซธรรมชาติ และเมื่อเดินต่อไปจนถึง ป้อมปราการเล่นลม หรือ 乘風堡 บนยอดเขา คุณจะได้รับการต้อนรับด้วยวิวทิวทัศน์อันงดงามของแม่น้ำจีหลงที่คดเคี้ยวพาดผ่านเมือง ราวกับสายริบบิ้นสีเงินที่สะท้อนแสงแดดซัมเมอร์ครับ
สำหรับนักเดินเขาที่แสวงหาความเงียบสงบขั้นสุดและอยากจะเห็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์ ผมขอแนะนำให้ขึ้นเหนือไปที่แถบอุทยานแห่งชาติหยางหมิงซานแล้วตามหา เส้นทางจงเจิ้งซานหลิ่งโถว (中正山嶺頭步道) ครับ เส้นทางนี้ค่อนข้างมีความเป็นธรรมชาติสูงและลาดชันเล็กน้อย แต่ผลตอบแทนที่ได้กลับมานั้นคุ้มค่าทุกหยาดเหงื่อครับ เพราะที่นี่คือจุดยุทธศาสตร์ที่คุณจะได้เห็นความลึกลับและความเคลื่อนไหวอันมีชีวิตชีวาของทะเลหมอกและกลุ่มเมฆที่พัดผ่านเทือกเขาต้าถุน หมอกขาวๆ จะค่อยๆ ไหลลอยละล่องเข้ามาปกคลุมยอดไม้ แล้วก็จางหายไปเผยให้เห็นวิวเมืองด้านล่าง เป็นภาพที่ราวกับภาพวาดพู่กันจีนโบราณเลยทีเดียว เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากโลกที่วุ่นวายอย่างแท้จริง
มาถึงกลุ่มที่ 4 ครับ กลุ่มนี้คือ "พิกัดมหาชน" ที่ถ้าพูดชื่อไปแล้วไม่มีใครไม่รู้จัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นจุดชมวิวเมืองไทเปที่สวยที่สุด นั่นคือ เส้นทางเดินเขาเซี่ยงซาน (象山步道 - เขาช้าง) และ เส้นทางเดินเขาหู่ซาน (虎山步道 - เขาเสือ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทิวเขาซื่อโซ่วซาน (เขาสี่สัตว์) ที่ตั้งอยู่ใกล้กับตึกไทเป 101 มากที่สุด
ตรง เซี่ยงซาน หรือเขาช้าง แน่นอนครับว่าจุดเช็คอินยอดฮิตตลอดกาลคือ 6 หินยักษ์ ที่ไม่ว่าใครก็ต้องปีนขึ้นไปยืนแอคท่าถ่ายรูปโดยมีตึกไทเป 101 ตั้งเป็นฉากหลังอย่างยิ่งใหญ่ ส่วน หู่ซาน หรือเขาเสือ จะให้บรรยากาศที่ร่มรื่นกว่า มีลำธารเล็กๆ ไหลผ่านชวนให้รู้สึกเย็นสบาย โดยมีจุดชมวิวบนยอดเขาเสือ เป็นลานกว้างที่ช่างภาพทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นนิยมมาตั้งขารับกล้องเพื่อรอเก็บภาพแสงทไวไลท์สีเคาท์ดาวน์ในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน และภาพผังเมืองเขตซิ่นอี้ ที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าอันทันสมัย
สำหรับคุณผู้ฟังที่เป็นสายโรแมนติก แสวงหาจุดชมวิวกลางคืนแบบดั้งเดิมหรือที่เรียกกันว่า วิวกลางคืนระดับตำนาน ต้องไม่พลาด เส้นทางข้ามเขาจงหย่งซาน (忠勇山越嶺步道) ครับ เส้นทางนี้อาจจะมีความชันในช่วงแรก แต่เมื่อเราเดินลัดเลาะข้ามเขามาจนถึงปลายทาง... สิ่งที่จะได้พบคือความตระการตาของ "วัดปี้ซานเหยียน" ซึ่งเป็นวัดลัทธิเต๋าที่ตั้งอยู่บนหน้าผา จุดเด่นของวัดนี้คือมีลานระเบียงหินอ่อนที่กว้างขวาง เรียบกว้าง และสะอาดสะอ้านมาก พอเราไปยืนริมระเบียงปุ๊บ ภาพของเมืองไทเปทั้งเมืองจะปรากฏอยู่ตรงหน้าโดยไม่มีอะไรมาบดบัง สายตาจะมองเห็นตั้งแต่ตึกไทเป 101 สะพานข้ามแม่น้ำสีแดงฉาน และแสงไฟระยิบระยับของยวดยานพาหนะบนทางด่วน เป็นวิวกลางคืนที่คลาสสิกและสง่างามที่สุดแห่งหนึ่งของไทเปเลยครับ
และเส้นทางที่ 10 เส้นทางสุดท้ายในทำเนียบนี้ก็คือ เส้นทางขึ้นเขาเมาคง (貓空登高步道) อยู่ในเขตเหวินซาน แหล่งปลูกชาทีกวนอิมที่มีชื่อเสียง เส้นทางนี้มีลักษณะพิเศษคือ "สั้น ราบเรียบ และเดินง่ายมาก" เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุหรือเด็กๆ พอเดินขึ้นไปถึงจุดสูงสุด คุณจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพของแอ่งกระทะไทเปทั้งหมด และเห็นกระเช้าลอยฟ้าเมาคงแล่นผ่านไปมาอย่างช้าๆ ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายจิตใจเป็นอย่างยิ่งครับ (ภาพจากสำนักงานวิศวกรรมธรณีเทคนิคแห่งกรุงไทเป )
