ปัจจุบันไต้หวันมีคู่สมรสต่างชาติเกือบ 620,000 คน ประชากรกลุ่มนี้กลายเป็นสมาชิกสำคัญของหลายครอบครัวและเป็นกำลังหลักในการเลี้ยงดูบุตร เพื่อช่วยให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ปรับตัวเข้ากับการใช้ชีวิตในไต้หวันได้เร็วขึ้น รวมทั้งทำความเข้าใจพฤติกรรมและรูปแบบการใช้บริการทางการเงินของคนกลุ่มนี้ ธนาคารไทเปฟู่ปัง (Taipei Fubon Bank) กับองค์กรพี่น้องชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในไต้หวัน (TransAsia Sisters Association, Taiwan: TASAT) จึงได้ร่วมกันจัดทำและเผยแพร่ "รายงานการสำรวจประสบการณ์และความต้องการด้านการใช้บริการทางการเงินของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่" เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา รายงานฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อสะท้อนภาพการใช้บริการทางการเงินของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในไต้หวันอย่างรอบด้าน และนำข้อมูลที่ได้ไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและยกระดับบริการทางการเงินให้มีความเป็นมิตร และลดอุปสรรคด้านภาษาและวัฒนธรรมที่ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ต้องเผชิญ
แบบสำรวจ "ประสบการณ์และความต้องการด้านการใช้บริการทางการเงินของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่" ฉบับนี้ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28 มกราคม ถึง 7 เมษายน ปี พ.ศ.2569 ผ่านการสนทนากลุ่ม (Focus Group) กับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และลูกหลานของพวกเขาจำนวน 11 คน เพื่อรวบรวมข้อมูลจากประสบการณ์และปัญหาการใช้บริการทางการเงินที่พวกเขาเผชิญ จากนั้นได้นำข้อมูลเหล่านี้มาจัดทำแบบสอบถามใน 7 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย เมียนมา กัมพูชา อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และภาษาจีน โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามครบสมบูรณ์สามารถนำไปวิเคราะห์ได้ รวมทั้งสิ้น 490 ชุด

ธนาคารไทเปฟู่ปัง กับองค์กรพี่น้องชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในไต้หวัน ร่วมกันจัดทำและเผยแพร่ "รายงานการสำรวจประสบการณ์และความต้องการด้านการใช้บริการทางการเงินของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่"
ผลการสำรวจพบว่า ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่ตอบแบบสอบถามกว่า 70% เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดการการเงินของครอบครัว สะท้อนให้เห็นว่าพวกเขาต้องตัดสินใจและมีความจำเป็นต้องใช้บริการทางการเงินอย่างต่อเนื่อง บริการที่ใช่บ่อยที่สุดในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ได้แก่ การถอนเงิน การชำระบิลต่าง ๆ และการโอนเงิน อย่างไรก็ตาม ผู้ตอบแบบสอบถามยังคงเผชิญกับอุปสรรคสำคัญ 3 ประการ
ประการแรก ความกังวลในการใช้บริการ — อ่านภาษาจีนไม่ออก ไม่ทราบว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
แม้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามบางส่วนจะสามารถสื่อสารภาษาจีนในชีวิตประจำวันได้ แต่ยังคงประสบปัญหาในการทำความเข้าใจคำศัพท์ด้านการเงิน รวมถึงข้อมูลที่ไม่คุ้นเคยในชีวิตประจำวัน นอกจากอุปสรรคด้านภาษาแล้ว การขาดความเข้าใจในข้อมูลและความไม่ชัดเจนในขั้นตอนการใช้บริการ ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญเช่นกัน ผลสำรวจพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 23.1% อ่านคำชี้แจงภาษาจีนไม่ออก 21.4 % ไม่ทราบว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง และ17.6% รู้สึกกดดันเมื่อถูกขอให้ชี้แจงวัตถุประสงค์การใช้บริการ
ประการที่ 2 ความเสี่ยงด้านดิจิทัล — กลัวกดผิด โอนเงินผิดบัญชี
บริการทางการเงินในระบบดิจิทัลมีความแพร่หลายมากขึ้น โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 37.3 % ใช้แอปพลิเคชันทางการเงิน และ 31.6 % ใช้บริการตู้เอทีเอ็ม อย่างไรก็ตาม ยังคงมีผู้ตอบแบบสอบถาม 21.1 % ที่รู้สึกกังวลต่อการใช้งานบริการทางการเงินในรูปแบบดิจิทัล ความเสี่ยงที่ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่กังวลมากที่สุด ได้แก่ การกดผิดหรือโอนเงินผิดบัญชี 48.8% รองลงมาคือข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล 44.3% การถูกหลอกลวง 43.5% และบัญชีถูกล็อก 28.6%
สิ่งที่น่าตกใจคือ เกือบ 1 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามเคยตกเป็นเหยื่อการหลอกลวง (23.9%) และผู้ที่ประเมินว่าตนเองมีความสามารถด้านภาษาจีนดี กลับมีสัดส่วนการถูกหลอกลวงสูงกว่า ( 28.2%) สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อทักษะภาษาจีนดีขึ้น ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จะมีโอกาสเข้าถึงการซื้อของออนไลน์ การลงทุน และการใช้สื่อสังคมออนไลน์ได้มากกว่า ส่งผลให้มีโอกาสสัมผัสกับกลโกงและภัยจากมิจฉาชีพในรูปแบบต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ดังนั้นการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการป้องกันการหลอกลวง จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่
ประการที่ 3 ขั้นตอนซับซ้อน ไม่ชัดเจน — เกือบ 30% ไม่กล้าเข้าไปใช้บริการธนาคาร
ขั้นตอนการให้บริการทางการเงินที่ไม่ชัดเจน และความไม่แน่นอนจากประสบการณ์การใช้บริการในอดีต กลายเป็นอุปสรรคสำคัญ ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จำนวนมาก เนื่องจากเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีในการใช้บริการ จึงมักเลือกหลีกเลี่ยง เลื่อนการทำธุรกรรม หรือเลือกพึ่งพาสมาชิกในครอบครัวช่วยดำเนินการแทนทั้งหมด
ผลสำรวจพบว่า 29.0% ไม่กล้าเข้าไปใช้บริการธนาคาร หรือเลือกเลื่อนการใช้บริการ เนื่องจากไม่ทราบขั้นตอนหรือกังวลว่าจะถูกซักถาม ขณะที่มากกว่า 40% เคยต้องเดินทางไปธนาคารหลายครั้ง เพื่อยื่นเอกสารเพิ่มเติมซ้ำหลายรอบ และ 31.6% เคยถูกปฏิเสธหรือถูกสอบถามเหตุผลในการเปิดบัญชีหรือทำธุรกรรมทางการเงินประเภทต่าง ๆ ซ้ำ ๆ
จากการสัมภาษณ์กลุ่มพบว่า ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่มักรู้สึกไม่มั่นใจในการใช้บริการทางการเงิน โดยผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่รุ่นที่สองที่เข้าร่วมการสนทนากลุ่มเล่าว่า แม่ของเธออ่านภาษาจีนไม่ออก จึงต้องใช้วิธีท่องจำขั้นตอนการใช้ ATM แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ลืม ทำให้ลูกสาวต้องพาไปทำรายการที่ตู้ ATM และสอนกดทีละขั้นตอน โดยยืนอยู่หน้าตู้ ATM ด้วยกัน ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของธนาคารเกิดความสงสัยและเข้ามาสอบถามความสัมพันธ์ของพวกเธอซ้ำๆ จนทำให้แม่ลูกทั้งคู่รู้สึกเหมือนว่าจะถูกต้องสงสัยว่าเป็นแก๊งกดเงินให้บัญชีม้าไปเสียแล้ว
ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่รุ่นที่สองอีกรายหนึ่งเล่าว่า เนื่องจากแม่ของเธออ่านภาษาจีนและทำความเข้าใจเนื้อหาได้ช้า ทำให้ต้องไปธนาคารหลายครั้ง ครั้งแรกไปเพื่อสอบถามข้อมูล ครั้งที่สองตรวจสอบเอกสารว่าครบถ้วนหรือไม่ และครั้งที่สามจึงจะสามารถทำธุรกรรมสำเร็จ ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่รุ่นที่สองที่เข้าร่วมการสนทนากลุ่มส่วนใหญ่ต่างเล่าว่า พวกเขาต้องคอยช่วยพ่อแม่กรอกเอกสารต่าง ๆ ตั้งแต่เด็ก ๆ พอโตขึ้นยังต้องลาเรียน ลางานเพื่อพาพ่อแม่ไปทำธุรกรรมทางการเงิน สะท้อนให้เห็นว่า การออกแบบขั้นตอนและข้อมูลการใช้บริการทางการเงินในปัจจุบัน ยังคงมีข้อจำกัดด้านการใช้บริการต่อผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในระดับหนึ่ง
ผลสำรวจยังพบว่า ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่มีความต้องการความรู้ทางการเงินที่หลากหลาย ตั้งแต่ความรู้ด้านการป้องกันการหลอกลวงและความปลอดภัยของบัญชี ไปจนถึงการวางแผนการเงินระยะยาว อาทิ การออมเงินและการเตรียมความพร้อมเพื่อวัยเกษียณ ความรู้พื้นฐานด้านการลงทุน รวมถึงการดูแลสุขภาพและการวางแผนการดูแลระยะยาว ในด้านรูปแบบการเรียนรู้ ผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่าครึ่งระบุว่า ชื่นชอบเนื้อหาที่ใช้ภาษาจีนด้วยถ้อยคำที่เข้าใจง่าย ประกอบด้วยกรณีตัวอย่าง และการฝึกปฏิบัติจริง เพื่อช่วยเพิ่มความเข้าใจและเสริมทักษะการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
คุณเฉินเสวี่ยฮุ่ย (陳雪慧) เลขาธิการองค์กรพี่น้องชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในไต้หวัน ระบุว่า แม้ภาครัฐและสถาบันการเงินจะมีการแปลเอกสารสำคัญเป็นภาษาต่าง ๆ แล้ว แต่ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่มีความต้องการมากกว่านั้น เธอจึงเสนอให้มีการยกระดับการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยทำให้ข้อมูลและขั้นตอนการขอใช้บริการทางการเงินมีความชัดเจนมากขึ้น อาทิ แผนผังขั้นตอนการทำธุรกรรม รายการเอกสารที่ต้องใช้ รวมถึงแนวทางการยื่นเอกสารเพิ่มเติมและคำแนะนำสำหรับกรณีที่ยื่นไม่ผ่าน นอกจากนี้ ควรพัฒนาระบบสนับสนุนการใช้บริการทางการเงินดิจิทัลควบคู่ด้วย ทั้งการยืนยันการทำรายการ การแจ้งเตือนความเสี่ยง และการจัดการเหตุผิดปกติ ไปจนถึงการให้ความรู้ด้านการป้องกันการฉ้อโกงที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละชุมชน ทั้งนี้ การศึกษาด้านการเงินควรเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันและการวางแผนการเงินของครอบครัว
อาจารย์เซี่ย เสี่ยวเจวียน (夏曉鵑) จากภาควิชาสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติเจิ้งจื้อ (National Chengchi University) ระบุว่า ความเสมอภาคทางการเงินของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ไม่ได้หมายถึงเพียงการเข้าถึงบริการทางการเงินเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้น คือการทำให้พวกเขา “เข้าใจสิ่งที่กำลังทำ กล้าดำเนินการ ได้รับความไว้วางใจ และรู้วิธีขอความช่วยเหลือ” เพื่อให้สามารถวางแผนชีวิตครอบครัวและเตรียมความพร้อมสำหรับวัยเกษียณได้ อาจารย์เซี่ยเน้นย้ำว่า ความไม่เสมอภาคทางการเงินไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในช่วงที่ถูกสถาบันการเงินปฏิเสธเท่านั้น แต่ยังแฝงอยู่ในชีวิตประจำวัน ผ่านการถูกตั้งข้อสงสัย การถูกขอให้แสดงหลักฐานยืนยันซ้ำ ๆ และความไม่กล้าที่จะดำเนินธุรกรรมเนื่องจากข้อจำกัดด้านการอ่านและความเข้าใจ โดยเฉพาะเมื่อผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่รุ่นแรกเริ่มเข้าสู่วัยกลางคนและวัยสูงอายุ ความเสมอภาคทางการเงินจึงไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวกในการเปิดบัญชี โอนเงิน หรือการป้องกันการถูกหลอกลวง แต่ยังกลายเป็นประเด็นด้านความมั่นคงในชีวิตหลังเกษียณ และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการใช้ชีวิตอย่างมั่นคงในวัยชราในไต้หวันของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่อีกด้วย
จากผลการสำรวจครั้งนี้ ธนาคารไทเปฟู่ปัง กับองค์กรพี่น้องชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในไต้หวัน จึงได้วางแผนผลักดันมาตรการเสริมสร้างศักยภาพทางการเงินหลายโครงการ รวมถึงการจัดเวิร์กช็อป ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารไทเปฟู่ปังรับหน้าที่เป็นวิทยากร โดยออกแบบเนื้อหาหลักสูตรด้านการวางแผนการเงินและการป้องกันการหลอกลวง ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ เพื่อบ่มเพาะผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และลูกหลาน 10 -12 คน ให้กลายเป็นวิทยากรต้นแบบ ที่มีความสามารถด้านภาษาและความเข้าใจทางวัฒนธรรม และเข้าร่วมในกิจกรรมอบรมการวางแผนการเงินแบบเคลื่อนที่ทั่วไต้หวันที่จะจัดขึ้นในอนาคต
คุณเฉินเสวี่ยฮุ่ยกล่าวว่า เราไม่ได้ต้องการให้คนไต้หวันหรือคนที่มีความรู้ทางการเงินสูงมาเป็นวิทยากร แต่ต้องการคนที่เป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ซึ่งเคยผ่านประสบการณ์เหล่านี้มาก่อน และเข้าใจสถานการณ์ที่ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ต้องเผชิญ โดยที่พวกเธอสามารถใช้ภาษาแม่บอกเล่าประสบการณ์ สิ่งที่กังวัล วิธีรับมือ เชื่อว่าเมื่อคนบ้านเดียวกันคุยกัน จะช่วยให้ข้อมูลสำคัญเหล่านี้ เข้าถึงผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่มากกว่า
คุณหยางหย่าหยวน (楊雅媛) ผู้ช่วยอาวุโสฝ่ายความยั่งยืนของแบรนด์ ธนาคารไทเปฟู่ปัง กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี 2024 ที่ธนาคารไทเปฟู่ปังได้ร่วมมือกับ One-Forty องค์กรด้านการศึกษาและวัฒนธรรมของแรงงานต่างชาติ เพื่อดำเนินการสำรวจ "ความรู้ทางการเงินของแรงงานต่างชาติ" ธนาคารได้ให้ความสำคัญต่อสิทธิทางการเงินของกลุ่มแรงงานต่างชาติ ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่รุ่นที่สองและนักศึกษาต่างชาติในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง
นอกจากการจัดทำคู่มือป้องกันการหลอกลวงหลายภาษา ได้แก่ ภาษาไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ รวมถึงคู่มือการใช้บริการธนาคารที่พบบ่อย วิดีโอความรู้ด้านการเงิน และบอร์ดเกมการเงินแบบสองภาษา (จีน–อินโดนีเซีย) แล้ว ในปี 2026 ธนาคารยังได้บูรณาการบริการทางการเงินที่เป็นมิตรและทรัพยากรด้านการเสริมสร้างศักยภาพ เพื่อพัฒนา “ชุดเครื่องมือความปลอดภัยทางการเงิน” ใน 4 ภาษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชุดเครื่องมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความสามารถในการทำความเข้าใจข้อมูล และการประเมินความเสี่ยงทางการเงินของผู้ใช้บริการชาวต่างชาติ ทั้งนี้ ความร่วมมือกับองค์กรพี่น้องชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในไต้หวันครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพทางการเงินของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และบุตรหลานรุ่นที่สองอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยกระดับการเข้าถึงและความสามารถในการใช้บริการทางการเงินของกลุ่มประชากรหลายเชื้อชาติให้ดียิ่งขึ้น
เอกสารเกี่ยวกับความรู้ทางการเงิน ฉบับภาษาไทย
https://www.fubon.com/banking/Foreign_Nationals/index.html#thailand