Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

อย่างงี้คุณจะว่าไง วันเสาร์ที่ 11 ก.ค.2569

แมลงวันลายตัวเต็มวัยมีลำตัวมันวาวคล้ายโลหะ หนวดแบนยาว และมีจุดโปร่งแสงที่ปล้องท้องที่ 2 พวกมันพรางตัวเลียนแบบต่อหรือผึ้งที่ดุร้าย จึงมีศัตรูตามธรรมชาติน้อยและมักอยู่รวมกันเป็นฝูง(ภาพ: shutterstock)
แมลงวันลายตัวเต็มวัยมีลำตัวมันวาวคล้ายโลหะ หนวดแบนยาว และมีจุดโปร่งแสงที่ปล้องท้องที่ 2 พวกมันพรางตัวเลียนแบบต่อหรือผึ้งที่ดุร้าย จึงมีศัตรูตามธรรมชาติน้อยและมักอยู่รวมกันเป็นฝูง(ภาพ: shutterstock)

วิกฤตเศษอาหารหลังปี 2027 จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของธุรกิจอาหาร

ที่นิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในตำบลหูเหว่ย (虎尾) เมืองหยุนหลิน มีอาคารโรงงานเก่า ๆ ตั้งอยู่อย่างเงียบ ๆ ไม่มีป้ายโดดเด่นหรือภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมดาวรุ่ง แต่สถานที่แห่งนี้กลับเป็นฐานเพาะเลี้ยง “แมลงวันลาย” (Black Soldier Fly) เชิงพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไต้หวันในปัจจุบัน

ขณะที่นโยบายห้ามนำเศษอาหารไปเลี้ยงสุกรทั่วประเทศกำลังนับถอยหลังเข้าสู่ปี 2027 และหลายฝ่ายกำลังมองหาทางออกใหม่ในการจัดการเศษอาหาร กลุ่มคนรุ่นใหม่วัยเฉลี่ยเพียงกว่า 30 ปี ได้ทุ่มเททำงานในอุตสาหกรรมเฉพาะทางนี้มานานเกือบ 7 ปีแล้ว

หงจื้อเฮิง (洪自亨) ผู้จัดการบริษัท InnoRs Biotechnology (循創生物科技) กล่าวว่า “นี่อาจเป็นหนึ่งในคำตอบสำคัญของปัญหาเศษอาหารในไต้หวัน” พร้อมหยิบตัวอ่อนแมลงวันลายจำนวนมากขึ้นมาจากโรงเพาะเลี้ยง โดยปล่อยให้พวกมันเคลื่อนไหวอยู่บนฝ่ามืออย่างคุ้นเคย

จากเดิมที่ใช้จัดการเศษเหลือจากกระบวนการแปรรูปอาหาร กำลังขยายไปถึงเศษอาหารจำนวนมหาศาลที่อาจหลั่งไหลเข้ามาในอนาคต แมลงวันลายซึ่งมีรูปลักษณ์ไม่น่าดึงดูดและมักทำให้หลายคนไม่กล้ามองใกล้ๆ กำลังได้รับความหวังให้เป็นดาวเด่นดวงใหม่ของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างไรก็ตาม สำหรับ เฉียนป๋อหลุน (錢柏綸) ผู้ก่อตั้งและผู้จัดการใหญ่ของบริษัท เส้นทางธุรกิจนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนคิด

เขาเล่าว่า ในช่วงที่โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ระบาด บริษัทได้รับการติดต่อสอบถามจากผู้ประกอบการจำนวนมาก โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารที่ต้องการหาทางจัดการเศษอาหาร แต่การขยายกำลังการผลิตอย่างรวดเร็วไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากข้อจำกัดด้านบุคลากรและการหาพื้นที่ตั้งโรงงานที่เหมาะสม “พอลงมือทำจริงจึงรู้ว่า เส้นทางนี้ยากกว่าที่คิดมาก

จุดเริ่มต้นของบริษัท InnoRs Biotechnology ย้อนกลับไปในเดือนสิงหาคม ปี 2018 เมื่อเกิดการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรที่มณฑลเหลียวหนิงของจีน ส่งผลให้ไต้หวันยกระดับมาตรการป้องกันโรค และจุดกระแสถกเถียงเรื่องการห้ามใช้เศษอาหารเลี้ยงสุกร จนกลายเป็นแรงผลักดันให้บริษัทแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้น

เฉียนป๋อหลุน ซึ่งสำเร็จการศึกษาด้านชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติจงซิง และศึกษาต่อด้านสมุทรศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน เดิมทำงานอยู่ในภาคเทคโนโลยี แต่หลังเห็นตัวอย่างการใช้แมลงวันลายกำจัดขยะอินทรีย์ในต่างประเทศ เขาจึงตัดสินใจลาออกและย้ายจากไทเปไปเริ่มต้นธุรกิจที่เมืองเหมียวลี่

ด้านคุณหงจื้อเฮิง ได้สัมผัสแนวคิดเกษตรหมุนเวียนระหว่างเรียนวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมที่มหาวิทยาลัยตงไห่ เขาเคยพัฒนาปุ๋ยจากแมลงวันลายด้วยตนเอง แต่พบว่าการดำเนินธุรกิจเพียงลำพังมีความท้าทายสูง จึงตัดสินใจเข้าร่วมทีมเพื่อใช้ความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน

เมื่อรวมกับ เสิ่นเว่ยเซวียน (沈蔚軒) ผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์และเครื่องจักร ทีมงานของ บริษัท InnoRs Biotechnology จึงประกอบด้วยบุคลากรจากหลากหลายสาขา ทั้งวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ชีววิทยา และวิศวกรรมเครื่องกล นับเป็นการรวมตัวข้ามศาสตร์ที่พบได้ไม่บ่อยนัก ขณะที่กลุ่มผู้ถือหุ้นของบริษัทยังมีความแข็งแกร่ง โดยนอกจาก เฉียนป๋อหลุนและครอบครัวแล้ว ยังมีนักลงทุนเชิงกลยุทธ์จากอุตสาหกรรมจัดการของเสีย พลังงานสีเขียว และอุตสาหกรรมปุ๋ยเข้าร่วมลงทุนด้วย

ปัจจุบัน บริษัท InnoRs Biotechnologyได้จัดตั้งโรงงานในเมืองเหมียวลี่และหยุนหลินแล้ว และยังได้รับสัญญาจากเมืองซินจู๋ให้ก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 3 อีกด้วย เฉียนป๋อหลุน ระบุว่า อุตสาหกรรมแมลงวันลายไม่ได้ต้องการเพียงเงินลงทุนจำนวนมาก แต่ต้องการนักลงทุนที่พร้อมสนับสนุนธุรกิจในระยะยาว โดยบริษัทมีแนวโน้มที่จะพลิกจากภาวะขาดทุนกลับมาทำกำไรได้ภายในปีนี้

เมื่อก้าวเข้าสู่โรงงานของบริษัท InnoRs Biotechnology (循創生物科技) ในตำบลหูเหว่ย จะพบกับเครื่องจักรขนาดใหญ่เรียงราย แต่ละชุดมีความยาวถึง 30 เมตร กว้างเกือบ 3 เมตร นี่คือระบบอัตโนมัติแบบ 6 ชั้นรูปตัว S ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเองและอยู่ระหว่างการยื่นจดสิทธิบัตร

หงจื้อเฮิง ผู้จัดการบริษัท อธิบายว่า ตัวอ่อนแมลงวันลายที่มีอายุ 6 วันและมีขนาดเพียง 0.2 เซนติเมตร จะถูกนำเข้าสู่ชั้นบนสุดของระบบ ก่อนที่อาหารลักษณะคล้ายโคลนจะถูกส่งผ่านท่ออัตโนมัติเพื่อเลี้ยงตัวอ่อน เมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งวัน วัสดุทั้งหมดจะถูกเลื่อนลงสู่ชั้นถัดไปโดยอัตโนมัติ หลังผ่านไป 7 วัน ตัวอ่อนจะเจริญเติบโตเต็มที่และพร้อมเข้าสู่กระบวนการเก็บเกี่ยว

สายการผลิตอัตโนมัติหนึ่งชุดสามารถกำจัดขยะอินทรีย์ได้ราว 3 ตันต่อวัน ปัจจุบันโรงงานที่หยุนหลินมีระบบดังกล่าว 4 ชุด ทำให้รองรับการกำจัดขยะได้วันละ 10-12 ตัน

ปัจจุบันการเลี้ยงแมลงวันลายใช้เศษอาหารจากพืชเท่านั้น เนื่องจากสอดคล้องกับกับประสิทธิภาพการผลิตและข้อกำหนดทางกฎหมายด้วย หงจื้อเฮิง (洪自亨) อธิบายว่า การใช้เศษอาหารจากพืชเลี้ยงแมลงวันลายทำให้ข้อมูลด้านผลผลิตและอัตราการแปรสภาพอาหารเป็นชีวมวลมีความสม่ำเสมอและคาดการณ์ได้ดีกว่า และสามารถนำตัวแมลงวันลายไปเลี้ยงสัตว์ได้ เนื่องจากกฎหมายกำหนดว่าหากแมลงวันลายกินเศษอาหารที่มีส่วนประกอบจากสัตว์ไม่สามารถนำไปใช้เลี้ยงสุกรได้ อ้างอิงตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

เฉียนป๋อหลุน ผู้ก่อตั้งบริษัท กล่าวว่า หลายคนมองว่าการใช้แมลงวันลายกำจัดเศษอาหารมีต้นทุนสูง แต่ในความเป็นจริง จุดเด่นสำคัญของแมลงชนิดนี้คือการสร้างมูลค่าเพิ่มได้หลายต่อ ต่างจากการเผา ฝังกลบ หรือทำปุ๋ยหมักแบบดั้งเดิมที่มีรายได้จากค่ากำจัดขยะเป็นหลัก

หลังจากเลี้ยงตัวอ่อนเป็นเวลา 7 วัน ตัวอ่อนจะถูกฆ่าเชื้อด้วยความร้อน ล้าง อบแห้ง และบดเป็นผงโปรตีน เพื่อนำไปผลิตอาหารสัตว์น้ำ สัตว์ปีก สุกร และสัตว์เลี้ยง ขณะที่มูลแมลง คราบลอกคราบ และเส้นใยพืชที่ย่อยไม่หมด จะถูกนำไปผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งมีสารไคตินตามธรรมชาติ ช่วยกระตุ้นจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดินและลดปัญหาโรคจากไส้เดือนฝอย

แมลงตัวเดียว สร้างมูลค่าได้ถึง 4 ชั้น เฉียนป๋อหลุนเผยว่า ปัจจุบันทั้งผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์และปุ๋ยอินทรีย์สามารถจำหน่ายได้ทั้งหมด โดยแมลงวันลายไม่เพียงช่วยกำจัดของเสียเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างมูลค่าจากหลายผลิตภัณฑ์ ได้แก่ โปรตีนแมลง สำหรับอาหารสัตว์ ปุ๋ยอินทรีย์ จากมูลและคราบลอกคราบของแมลง น้ำมันแมลง ที่มีศักยภาพพัฒนาเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพแบบยั่งยืน (SAF) บริการจัดการขยะอินทรีย์ และเศษอาหาร

แมลงวันลายหนึ่งตัวสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างน้อย 3-4 ต่อ” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า ในอดีตบริษัทต้องใช้เวลามากในการโน้มน้าวผู้ผลิตอาหารสัตว์และเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงให้ยอมรับวัตถุดิบชนิดใหม่นี้ แต่ปัจจุบัน เมื่อราคามีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้นและตลาดเริ่มเข้าใจคุณค่าของผลิตภัณฑ์ ความต้องการจากลูกค้าก็เริ่มเข้ามาเองอย่างต่อเนื่อง

        เมื่อไต้หวันเตรียมยุติการนำเศษอาหารไปเลี้ยงสุกรในปี 2027 อุตสาหกรรมแมลงวันลายกำลังเข้าสู่ช่วงเติบโตอย่างก้าวกระโดด ล่าสุดบริษัท InnoRs Biotechnology (循創生物科技) ได้รับโครงการจากเมืองซินจู๋ เพื่อก่อสร้างโรงงานกำจัดเศษอาหารที่มีกำลังการรองรับสูงถึง 24 ตันต่อวัน โดยในอนาคตจะเป็นกำลังสำคัญในการจัดการเศษอาหารจากครัวเรือนของเมืองซินจู๋

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับวัตถุดิบจากพืชที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่เศษอาหารจากครัวเรือนมีความซับซ้อนมากกว่า เพราะมักปะปนด้วยพลาสติก กระดูก และไขมันจำนวนมาก จึงกลายเป็นความท้าทายสำคัญของการดำเนินงานในระยะต่อไป เฉียนป๋อหลุน ผู้ก่อตั้งบริษัท ยอมรับว่า โรงงานแห่งใหม่จำเป็นต้องเพิ่มกระบวนการเตรียมวัตถุดิบล่วงหน้า เช่น การแยกน้ำ การแยกไขมัน การแยกของแข็งและของเหลว รวมถึงการบดละเอียด เพื่อให้แมลงวันลายสามารถย่อยและกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทเลือกใช้แนวทาง “พัฒนาเทคโนโลยีหลักด้วยตนเอง ควบคู่กับการนำอุปกรณ์ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วจากต่างประเทศมาใช้งาน” โดยอ้างอิงเทคโนโลยีจากยุโรปและสหรัฐอเมริกา

แม้ว่าหลายภาคธุรกิจและองค์กรปกครองท้องถิ่นจะแสดงความสนใจนำระบบแมลงวันลายไปใช้ แต่ข้อจำกัดด้านบุคลากรและสถานที่ ทำให้การขยายกำลังการผลิตในระยะสั้นยังเป็นเรื่องยาก เนื่องจากอุปสรรคสำคัญของอุตสาหกรรมแมลงวันลาย คือ คน พื้นที่ และเงินทุน หลายคนมองว่าความท้าทายหลักของการเพาะเลี้ยงแมลงวันลายคือเทคโนโลยีชีวภาพ แต่ในความเป็นจริง ปัญหาที่ใหญ่กว่ากลับเป็นเรื่องบุคลากร พื้นที่ เงินลงทุน และการขยายสู่ระดับอุตสาหกรรม

หงจื้อเฮิง ผู้จัดการบริษัท อธิบายว่า ธุรกิจนี้ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขา ทั้งชีววิทยา วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม วิศวกรรมเครื่องกล ระบบอัตโนมัติ วิทยาศาสตร์อาหารสัตว์ และการผลิตปุ๋ย ซึ่งเป็นบุคลากรที่หาได้ยากมาก

อีกหนึ่งปัญหาคือการหาพื้นที่ตั้งโรงงาน แม้แมลงวันลายจะไม่เป็นพาหะนำโรค แต่เมื่อเกี่ยวข้องกับการจัดการของเสีย ชุมชนจำนวนไม่น้อยยังมองว่าเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่พึงประสงค์ (NIMBY อ่านว่า นิมบี้ ย่อมาจากประโยคภาษาอังกฤษว่า Not In My Backyardแปลตรงตัวคือ "ไม่ใช่ที่สนามหลังบ้านของฉัน" แต่ในทางสังคมศาสตร์และการพัฒนาเมือง หมายถึง กลุ่มคนที่เห็นด้วยกับการพัฒนาหรือการสร้างสิ่งก่อสร้างที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวม แต่คัดค้านอย่างหนักหากสิ่งนั้นจะถูกสร้างขึ้นใกล้บริเวณที่พักอาศัยของตนเอง) ทำให้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดหาที่ดิน การขอใบอนุญาตโรงงาน ไปจนถึงการสื่อสารกับชุมชน ล้วนเต็มไปด้วยความท้าทาย

เฉียนป๋อหลุนเผยว่า การสร้างความไว้วางใจกับชุมชนใช้ทั้งเวลาและต้นทุนมากกว่าที่คาดไว้ บริษัทจึงติดตั้งระบบควบคุมสภาพแวดล้อมแบบครบวงจร ใช้ระบบแรงดันลบเพื่อรวบรวมอากาศเสีย ก่อนส่งผ่านหอล้างก๊าซเพื่อลดกลิ่นและมลภาวะ แต่ถึงอย่างนั้น การสื่อสารกับชุมชนก็ยังเป็นภารกิจระยะยาวที่ต้องดำเนินต่อไป

ความท้าทายอีกด้านคือเงินลงทุนและการขยายกำลังการผลิต เฉียนป๋อหลุนระบุว่า โรงงานแมลงวันลายระดับอุตสาหกรรมหนึ่งแห่ง แม้จะมีเทคโนโลยีพร้อมแล้ว แต่เพียงค่าเครื่องจักรก็ต้องลงทุนราว 30-40 ล้านเหรียญไต้หวัน หากรวมค่าก่อสร้างโรงงานและโครงสร้างพื้นฐาน เงินลงทุนทั้งหมดอาจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายด้านการวิจัย การตลาด การสร้างความรู้แก่ตลาด และการประสานงานด้านกฎหมาย ส่งผลให้มีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยต้องยุติกิจการกลางทาง

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์จากแมลงวันลายยังต้องแข่งขันในตลาดจริง ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยหรืออาหารสัตว์ ซึ่งลูกค้าหลักคือเกษตรกรและผู้เพาะเลี้ยงสัตว์ ดังนั้นราคาจำเป็นต้องอยู่ในระดับที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงได้

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการโฆษณาว่าเพียงใช้ตู้คอนเทนเนอร์ก็สามารถเลี้ยงแมลงวันลายได้ แต่เฉียนป๋อหลุนมองว่า ระบบขนาดเล็กเหมาะสำหรับการศึกษาและการเรียนรู้ด้านเกษตรอาหารเท่านั้น หากต้องการผลิตสินค้าให้แข่งขันในตลาดได้จริง จำเป็นต้องพัฒนาไปสู่ระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

เพื่อรองรับการยกเลิกการใช้เศษอาหารเลี้ยงสุกร กระทรวงสิ่งแวดล้อมไต้หวันคาดการณ์ว่า ภายในสิ้นปี 2026 กำลังการกำจัดเศษอาหารด้วยแมลงวันลายต้องเพิ่มจาก 72 ตันต่อวัน เป็น 213 ตันต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าภายในเวลาเพียง 1 ปี

แม้เฉียนป๋อหลุนจะมองว่าตัวเลขดังกล่าวค่อนข้างท้าทาย แต่เขาก็ไม่เชื่อว่าแมลงวันลายเพียงอย่างเดียวจะสามารถแก้ปัญหาเศษอาหารทั้งหมดของประเทศได้

ในภาพฝันของเขา แต่ละเมืองของไต้หวันควรมีศูนย์กำจัดเศษอาหารด้วยแมลงวันลายอย่างน้อย 1-2 แห่ง เพื่อสร้างเครือข่ายการจัดการแบบกระจายศูนย์ หากทำได้จริง จะสามารถกำจัดเศษอาหารได้วันละ 400-600 ตัน หรือคิดเป็นประมาณ 20% ของปริมาณเศษอาหารทั้งประเทศ

อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าเป้าหมายดังกล่าวยังต้องใช้เวลาอีกมาก เพราะแมลงวันลายไม่ใช่ทางออกที่สามารถคัดลอกและขยายผลได้ในชั่วข้ามคืน แต่เป็นโครงการอุตสาหกรรมระยะยาวที่ต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยี เงินทุน นโยบายภาครัฐ การยอมรับของสังคม และเวลาในการพัฒนาไปพร้อมกัน

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解