1. ข้อควรรู้สำหรับแรงงานไทยในไต้หวัน : เคยใช้หรือยัง? รู้จักธนบัตรหมวดเลข 2 สุดแปลก พร้อมเคล็ดลับการดูเงินปลอม!
เวลาไปซื้อของหรือรับเงินเดือนในไต้หวัน คุณอาจจะเจอธนบัตรหรือเหรียญบางชนิดที่ไม่ค่อยคุ้นตา ไม่ต้องตกใจ! เงินเหล่านี้เป็นเงินที่ถูกกฎหมายและสามารถใช้ได้จริง แต่เนื่องจากไม่ค่อยพบเห็นบ่อยนัก จึงมักถูกกลุ่มมิจฉาชีพนำมาทำปลอมเพื่อหลอกลวง
โปรดสละเวลา 1 นาทีเพื่อจำจุดสำคัญเหล่านี้ จะได้ปกป้องเงินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงกัน!

🪙 ทำความรู้จักเหรียญ 20 เหรียญสุดพิเศษ
ไต้หวันมีเหรียญราคา 1, 5, 10 และ 50 เหรียญที่ใช้บ่อย นอกจากนี้แล้ว ยังมี 20 เหรียญ ซึ่งเป็นเหรียญสองสี ด้านหน้าเป็นรูปของโมนา รูดาว (Mona Rudao 1882-1930) วีรบุรุษชาวพื้นเมือง เผ่าซีดิก (Seediq) เนื่องจากเหรียญนี้มีการหมุนเวียนน้อย จึงต้องเรียนรู้วิธีสังเกตของจริงและของปลอมดังนี้:
ลักษณะสองสี: วงนอกจะเป็นสีทอง (ทองแดงผสมอลูมิเนียม) ส่วนวงในจะเป็นสีเงิน (นิกเกิล)
ตัวอักษรซ่อนรูปสุดมหัศจรรย์: ลองหยิบเหรียญขึ้นมาแล้วพลิกเอียงไปมา บริเวณด้านล่างของฝั่งด้านหน้าจะปรากฏ ปี ค.ศ. ที่ผลิต เช่น 2001 ขึ้นมาให้เห็น
สัมผัสแล้วนูนมือ: ลองใช้มือสัมผัสดู รูปคนด้านหน้าและรูปเรือแคนูของชนเผ่าหลานอวี่ด้านหลัง จะมีเส้นลายพิมพ์ที่หนาและนูนชัดเจนมาก ส่วนของปลอมจะเรียบ ๆ แบน ๆ และดูเบลอ
💵 ระวังธนบัตรหมวดเลข 2 ที่พบยาก ได้แก่แบงก์ 200 และ 2,000 เหรียญ
นอกจากแบงก์ 100, 500 และ 1,000 ที่เราใช้กันบ่อย ๆ แล้ว ไต้หวันยังมีแบงก์สีเขียวมูลค่า 200 เหรียญและแบงก์สีม่วง 2,000 เหรียญด้วย เนื่องจากไม่ค่อยได้เห็นบ่อย หากได้รับมา ขอแนะนำให้ใช้สูตร 3 ขั้นตอนของธนาคารกลางไต้หวันในการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว:
1. สัมผัสกระดาษธนบัตรเช็กความนูน ใช้ปลายนิ้วลูบตรงตัวเลขราคา 200 หรือ 2,000 และลวดลายหลักบนธนบัตร ของจริงจะมีรอยหมึกนูนขึ้นมาอย่างชัดเจน
2. ยกส่องดูกับแสง ยกธนบัตรขึ้นส่องกับแสงสว่าง ตรงบริเวณพื้นที่ว่างสีขาวจะปรากฏลายน้ำขึ้นมาอย่างชัดเจน (แบงก์ 200 เป็นรูปดอกกล้วยไม้ ส่วนแบงก์ 2,000 เป็นรูปต้นสน)
3. พลิกดูเพื่อเช็กการเปลี่ยนสี 2 จุด ได้แก่
- แถบฟอยล์นิรภัย: เมื่อลองพลิกธนบัตรไปมา แถบเงา ๆ ด้านหลังจะสะท้อนแสงและเปลี่ยนสีได้
- หมึกพิมพ์เปลี่ยนสี: เมื่อพลิกเอียง ตัวเลข 200 หรือ 2,000 ตรงมุมล่างซ้าย จะเปลี่ยนจากสีทองเป็นสีเขียว
⚠️ คำเตือนด้านความปลอดภัยที่สำคัญ
1. เป็นเงินจริงใช้ได้ตามกฎหมาย: เหรียญ 20, แบงก์ 200 และแบงก์ 2,000 เป็นเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายของไต้หวัน ร้านค้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธการรับเงินนี้โดยไม่มีเหตุผล
2. อย่ารับแลกเงินมั่วซั่ว: ถ้ามีคนแปลกหน้าในโรงงานหรือหอพัก ถือแบงก์ 2,000 มาขอแลกเป็นแบงก์ 1,000 หรือ 500 หลาย ๆ ใบจากคุณ ให้ปฏิเสธทันที! เพราะมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นมิจฉาชีพที่นำแบงก์ปลอมมาเนียนขอแลกเงินจริง
3. เจอเงินปลอมต้องทำอย่างไร: หากพลาดได้รับธนบัตรที่ผิวสัมผัสลื่น ๆ เหมือนกระดาษของเล่น หรือลวดลายเบลอๆ ห้ามนำไปใช้ซื้อของเด็ดขาด เพราะการใช้ธนบัตรปลอมในไต้หวันมีความผิดทางกฎหมาย ให้รีบแจ้งนายจ้าง บริษัทจัดหางาน หรือโทรแจ้งสายด่วนตำรวจที่เบอร์ 110 ทันที
2. รวบหนุ่มอินโดฯ หลังหอบเหรียญปลอมชนิด 50 เหรียญถุงใหญ่จำนวน 677 เหรียญ หวังแลกธนบัตรจริงที่ธนาคารในไทเป
เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีซิ่นอี้ กรุงไทเป เข้าจับกุมชายสัญชาติอินโดนีเซียรายหนึ่ง ภายหลังพยายามนำเหรียญกษาปณ์ปลอมชนิด 50 เหรียญไต้หวันจำนวนมากเข้าแลกเปลี่ยนเป็นธนบัตรที่สาขาธนาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่ โดยพนักงานธนาคารสามารถตรวจพบความผิดปกติได้ทันที ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดำเนินการ

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ผู้ต้องหาเป็นชายสัญชาติอินโดนีเซีย เดินทางเข้ามายังไต้หวันเพียงลำพังด้วยวีซ่าท่องเที่ยวได้ประมาณ 1 สัปดาห์ โดยก่อนเดินทาง เขาได้กว้านซื้อเหรียญกษาปณ์ที่มีลักษณะคล้ายเหรียญชนิด 50 เหรียญไต้หวันจากประเทศอินโดนีเซียในราคาต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ แล้วนำเข้ามายังไต้หวันเพื่อแลกเป็นธนบัตรจริง โดยมุ่งหวังแสวงหากำไรจากส่วนต่างระหว่างราคาที่ซื้อมากับมูลค่าเงินที่จะได้รับ ซึ่งถือเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม เหรียญดังกล่าวมีสภาพหยาบและลวดลายเลือนรางอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งด้านหลังของเหรียญยังขาดระบบป้องกันการปลอมแปลงตามมาตรฐาน ส่งผลให้พนักงานธนาคารหญิงผู้รับผิดชอบเกิดความสงสัยและตรวจพบความผิดปกติในทันที ธนาคารจึงดำเนินการออกเอกสารอายัดเหรียญปลอมตามระเบียบ พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดำเนินการโดยเร่งด่วน
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางถึงที่เกิดเหตุ ได้ทำการตรวจยึดของกลางประกอบด้วย เหรียญกษาปณ์ปลอมชนิด 50 เหรียญไต้หวัน จำนวน 677 เหรียญ เอกสารการแลกเงิน บัตร EasyCard ที่มีการเติมเงินแล้ว โทรศัพท์มือถือ และเงินสดจำนวน 72,000 เหรียญไต้หวัน ซึ่งเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดในครั้งนี้

ของกลางที่ยึดได้ เป็นเหรียญปลอมชนิด 50 เหรียญ จำนวน 677 เหรียญ (ภาพจาก CNA)
ภายหลังการสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องต่อสำนักงานอัยการกรุงไทเป ในข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการลงโทษผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับเงินตราของชาติ และข้อหาใช้เงินตราปลอม พร้อมเสนอให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาลขอควบคุมตัวผู้ต้องหาระหว่างการสอบสวน ขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างการสอบสวนภายใต้การกำกับของพนักงานอัยการ โดยเจ้าหน้าที่จะขยายผลการสืบสวนเพื่อตรวจสอบว่ามีผู้ร่วมขบวนการรายอื่นในไต้หวันหรือไม่ รวมถึงติดตามเส้นทางการกระจายของเหรียญปลอมดังกล่าวด้วย
สถานีตำรวจซิ่นอี้ได้ออกประกาศเตือนประชาชนโดยอ้างอิงข้อมูลจากธนาคารกลางแห่งไต้หวันว่า เหรียญกษาปณ์ชนิด 50 เหรียญไต้หวันที่แท้จริงจะมีระบบป้องกันการปลอมแปลงที่สังเกตได้ชัดเจน ได้แก่ อักษรนูนบริเวณขอบเหรียญ และตัวอักษรแฝงบนด้านหลัง ซึ่งสามารถใช้เป็นเกณฑ์ตรวจสอบความถูกต้องได้โดยง่าย
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเหรียญที่มีลักษณะน่าสงสัยว่าอาจเป็นของปลอม ขอให้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือส่งมอบให้ธนาคารดำเนินการตรวจสอบโดยทันที พร้อมเน้นย้ำว่าไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ห้ามนำเหรียญปลอมออกใช้จ่ายต่อโดยเด็ดขาด เนื่องจากการนำเงินปลอมออกใช้โดยเจตนา แม้จะเป็นเพียงการเสียดายเงิน ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายได้เช่นกัน
3. นักศึกษาไทยสวมบทติวเตอร์! กองแรงงานนครไถหนาน จับมือ ม.เฉิงกง และตงหยางกรุ๊ป จัดตั้งกลุ่มส่งเสริมการเรียนรู้ หนุนแรงงานไทยคว้าใบอนุญาตควบคุมเครนโรงงาน
กองแรงงานนครไถหนานร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง (National Cheng Kung University: NCKU) และตงหยางกรุ๊ป (Tong Yang Group) บริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ชั้นนำของไต้หวัน เดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพแรงงานต่างชาติ ผ่านการจัดตั้ง "กลุ่มส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อสอบใบอนุญาตควบคุมเครน" โดยเริ่มเปิดการเรียนการสอนอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เพื่อช่วยเหลือแรงงานไทยที่เพิ่งเดินทางเข้ามาทำงานในไต้หวันให้สามารถเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน สาขาช่างเทคนิคควบคุมปั้นจั่นชนิดติดตั้งประจำที่ หรือเครนเหนือศีรษะ อันเป็นการยกระดับทักษะวิชาชีพควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยในการทำงาน

นักศึกษาไทยสวมบทติวเตอร์ ช่วยเหลือแรงงานไทยสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน สาขาช่างเทคนิคควบคุมปั้นจั่นชนิดติดตั้งประจำที่ (ภาพจากกองแรงงานนครไถหนาน)
นายหวงเหว่ยเจ๋อ ผู้ว่าการนครไถหนาน เปิดเผยว่า เทศบาลนครไถหนานยังคงขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ “บ้านแห่งความหวัง” อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ที่เป็นมิตร เปิดกว้าง และเคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรม ช่วยให้แรงงานต่างชาติสามารถใช้ชีวิตและทำงานในนครไถหนานได้อย่างมั่นใจ พร้อมทั้งได้รับโอกาสในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
ผู้ว่าการนครไถหนานกล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานทรัพยากรของนักศึกษาไทยจากมหาวิทยาลัยเฉิงกงเข้ากับระบบการฝึกอบรมที่มีประสิทธิภาพของตงหยางกรุ๊ป เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสให้แรงงานไทยสอบผ่านใบอนุญาตวิชาชีพได้มากยิ่งขึ้น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของนครไถหนานในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

นักศึกษาไทยสวมบทติวเตอร์ ช่วยเหลือแรงงานไทยสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน สาขาช่างเทคนิคควบคุมปั้นจั่นชนิดติดตั้งประจำที่ (ภาพจากกองแรงงานนครไถหนาน)
ด้านนายหวังซินจี ผู้อำนวยการกองแรงงานนครไถหนาน กล่าวว่า เทศบาลนครไถหนานเป็นผู้ริเริ่มโครงการ “บริการเยี่ยมเยียนและดูแลนักศึกษาต่างชาติ” เป็นแห่งแรกในไต้หวัน เพื่อติดตามการปรับตัวและความต้องการด้านการดำรงชีวิตของนักศึกษาต่างชาติในไต้หวัน จนสามารถสร้างเครือข่ายสนับสนุนที่เป็นมิตรและเข้มแข็งขึ้นได้ และในวันนี้เราได้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเปลี่ยนบทบาทของนักศึกษาต่างชาติจากผู้รับการช่วยเหลือ มาเป็นผู้ให้การช่วยเหลือ โดยเข้ามามีส่วนร่วมในการให้บริการแรงงานต่างชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังของการพึ่งพาอาศัยกันในระดับสากล และการยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมของนครไถหนาน
ผู้อำนวยการกองแรงงานนครไถหนานระบุเพิ่มเติมว่า กลุ่มติวสอบใบอนุญาตควบคุมเครนรางเลื่อนไฟฟ้า จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เพื่อนร่วมชาติ ภาษาเดียวกัน” เพื่อให้แรงงานไทยก้าวข้ามอุปสรรคด้านภาษาและคำศัพท์เฉพาะทางเทคนิค เพิ่มความเข้าใจในการเรียน เสริมความมั่นใจในการสอบใบอนุญาต และยกระดับความรู้ด้านวิชาชีพ

กองแรงงานนครไถหนาน กล่าวว่า กลุ่มติวสอบใบอนุญาตควบคุมเครน ช่วยให้แรงงานไทยก้าวข้ามอุปสรรคด้านภาษาและคำศัพท์เฉพาะทางเทคนิค (ภาพจากกองแรงงานนครไถหนาน)
ปัจจุบันโครงการดังกล่าวได้จัดการเรียนการสอนไปแล้ว 10 ครั้ง โดยมีนักศึกษาไทยจากมหาวิทยาลัยเฉิงกงร่วมเป็นพี่เลี้ยง คอยประกบดูแลตลอดกระบวนการเรียนรู้ ทั้งการเข้าร่วมชั้นเรียนภาคทฤษฎี การช่วยแปลภาษา การนั่งเรียนเป็นเพื่อน ตลอดจนการอธิบายประเด็นสำคัญต่าง ๆ ให้เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากจะช่วยส่งเสริมความรู้ด้านวิชาชีพแล้ว ยังเป็นการสร้างกำลังใจและมิตรภาพให้แก่แรงงานไทย ช่วยให้สามารถมุ่งมั่นเรียนรู้และเตรียมตัวสอบได้อย่างเต็มที่ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการทำงานในแต่ละวัน
ศาสตราจารย์ ดร. ไช่ฉวินลี่ คณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง กล่าวว่า มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของมหาวิทยาลัย (University Social Responsibility: USR) มาโดยตลอด และคณะสังคมศาสตร์ก็มีเป้าหมายในการสร้างคุณูปการเชิงบวกแก่สังคม สำหรับโครงการนี้ คณะฯ ได้ร่วมประสานงานคัดเลือกนักศึกษาชาวไทยที่มีพื้นฐานด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าร่วมเป็นติวเตอร์และล่าม เพื่อให้การแปลภาษาและการอธิบายเนื้อหาทางเทคนิคมีความถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น

กองแรงงานนครไถหนาน กล่าวว่า กลุ่มติวสอบใบอนุญาตควบคุมเครน ช่วยให้แรงงานไทยก้าวข้ามอุปสรรคด้านภาษาและคำศัพท์เฉพาะทางเทคนิค (ภาพจากกองแรงงานนครไถหนาน)
ทั้งนี้ นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการมาจากหลากหลายสาขาวิชา อาทิ วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมการบินและอวกาศ หลักสูตรนานาชาติด้านวิศวกรรมพลังงาน และบัณฑิตวิทยาลัยบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ ครอบคลุมทั้งนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 4 ระดับปริญญาโท และปริญญาเอก
การมีนักศึกษาที่มีพื้นฐานทางวิชาชีพที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมถ่ายทอดความรู้ ไม่เพียงช่วยให้การแปลคำศัพท์เฉพาะด้านการควบคุมเครื่องจักรและความปลอดภัยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้แรงงานไทยเข้าใจหลักการสำคัญทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการเรียนรู้และความพร้อมในการสอบเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ด้านตงหยางกรุ๊ประบุว่า บริษัทให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการทำงานและการพัฒนาทักษะวิชาชีพของแรงงานต่างชาติมาโดยตลอด สำหรับแรงงานไทยที่เพิ่งเดินทางเข้ามาทำงานใหม่ บริษัทได้จัดหลักสูตรเตรียมสอบใบอนุญาตควบคุมเครนโรงงานอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งการเรียนภาคทฤษฎี การฝึกปฏิบัติจริง การฝึกทำข้อสอบเก่า ตลอดจนการจัดกลุ่มติวเข้มในวันหยุด เพื่อช่วยให้ผู้เข้าอบรมคุ้นเคยกับเนื้อหาการสอบและขั้นตอนการปฏิบัติงาน

กองแรงงานนครไถหนาน กล่าวว่า กลุ่มติวสอบใบอนุญาตควบคุมเครน ช่วยให้แรงงานไทยก้าวข้ามอุปสรรคด้านภาษาและคำศัพท์เฉพาะทางเทคนิค (ภาพจากกองแรงงานนครไถหนาน)
บริษัทระบุเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือกับนักศึกษาไทยจากมหาวิทยาลัยเฉิงกงในครั้งนี้ ถือเป็นการนำจุดแข็งด้านภาษาและวัฒนธรรมร่วมกันมาใช้เป็นสะพานเชื่อมการเรียนรู้ ช่วยเพิ่มความเข้าใจในเนื้อหาและสร้างความมั่นใจในการสอบให้แก่แรงงานไทย ซึ่งจะส่งผลให้อัตราการสอบผ่านสูงขึ้น พร้อมทั้งยกระดับความปลอดภัยในการทำงานและศักยภาพทางวิชาชีพไปพร้อมกัน
กองแรงงานนครไถหนานกล่าวทิ้งท้ายว่า ในอนาคตจะเดินหน้ากระชับความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลความเป็นอยู่ การสนับสนุนด้านภาษา ไปจนถึงการเสริมสร้างศักยภาพทางวิชาชีพ เพื่อสร้างระบบสนับสนุนแรงงานต่างชาติที่สมบูรณ์และรอบด้าน ส่งเสริมให้แรงงานต่างชาติในนครไถหนานไม่ได้เป็นเพียงกำลังแรงงานสำคัญเท่านั้น แต่ยังเป็นหุ้นส่วนในการเติบโตและพัฒนาเมืองร่วมกัน
ทั้งนี้ เทศบาลนครไถหนานจะยังคงผลักดันความร่วมมือข้ามภาคส่วนและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ “บ้านแห่งความหวัง” และร่วมกันสร้างนครไถหนานให้เป็นเมืองแห่งความสุขที่อบอุ่น เป็นมิตร เปิดกว้าง และยั่งยืนสำหรับทุกคน
สำหรับตงหยางกรุ๊ป เป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ชั้นนำของไต้หวัน ในอดีตเคยใช้แรงงานไทยเป็นหลัก แต่ต่อมาเปลี่ยนไปใช้แรงงานชาติอื่น ตั้งแต่ปี 2569 ทยอยกลับมานำเข้าแรงงานไทยอีกครั้ง ปัจจุบันมีแรงงานไทยทำงานอยู่ในโรงงานนี้กว่า 100 คน