Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 24 มิถุนายน 2569

รู้จักเหรียญและธนบัตรหมวดเลข 2 ของไต้หวัน พร้อมเคล็ดลับการดูเงินปลอม!
รู้จักเหรียญและธนบัตรหมวดเลข 2 ของไต้หวัน พร้อมเคล็ดลับการดูเงินปลอม!

1. ข้อควรรู้สำหรับแรงงานไทยในไต้หวัน : เคยใช้หรือยัง? รู้จักธนบัตรหมวดเลข 2 สุดแปลก พร้อมเคล็ดลับการดูเงินปลอม!

           เวลาไปซื้อของหรือรับเงินเดือนในไต้หวัน คุณอาจจะเจอธนบัตรหรือเหรียญบางชนิดที่ไม่ค่อยคุ้นตา ไม่ต้องตกใจ! เงินเหล่านี้เป็นเงินที่ถูกกฎหมายและสามารถใช้ได้จริง แต่เนื่องจากไม่ค่อยพบเห็นบ่อยนัก จึงมักถูกกลุ่มมิจฉาชีพนำมาทำปลอมเพื่อหลอกลวง

โปรดสละเวลา 1 นาทีเพื่อจำจุดสำคัญเหล่านี้ จะได้ปกป้องเงินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงกัน!

🪙 ทำความรู้จักเหรียญ 20 เหรียญสุดพิเศษ

           ไต้หวันมีเหรียญราคา 1, 5, 10 และ 50 เหรียญที่ใช้บ่อย นอกจากนี้แล้ว ยังมี 20 เหรียญ ซึ่งเป็นเหรียญสองสี ด้านหน้าเป็นรูปของโมนา รูดาว (Mona Rudao 1882-1930) วีรบุรุษชาวพื้นเมือง เผ่าซีดิก (Seediq) เนื่องจากเหรียญนี้มีการหมุนเวียนน้อย จึงต้องเรียนรู้วิธีสังเกตของจริงและของปลอมดังนี้:

           ลักษณะสองสี: วงนอกจะเป็นสีทอง (ทองแดงผสมอลูมิเนียม) ส่วนวงในจะเป็นสีเงิน (นิกเกิล)

         ตัวอักษรซ่อนรูปสุดมหัศจรรย์: ลองหยิบเหรียญขึ้นมาแล้วพลิกเอียงไปมา บริเวณด้านล่างของฝั่งด้านหน้าจะปรากฏ ปี ค.ศ. ที่ผลิต เช่น 2001 ขึ้นมาให้เห็น

           สัมผัสแล้วนูนมือ: ลองใช้มือสัมผัสดู รูปคนด้านหน้าและรูปเรือแคนูของชนเผ่าหลานอวี่ด้านหลัง จะมีเส้นลายพิมพ์ที่หนาและนูนชัดเจนมาก ส่วนของปลอมจะเรียบ ๆ แบน ๆ และดูเบลอ

💵 ระวังธนบัตรหมวดเลข 2 ที่พบยาก ได้แก่แบงก์ 200 และ 2,000 เหรียญ

           นอกจากแบงก์ 100, 500 และ 1,000 ที่เราใช้กันบ่อย ๆ แล้ว ไต้หวันยังมีแบงก์สีเขียวมูลค่า 200 เหรียญและแบงก์สีม่วง 2,000 เหรียญด้วย เนื่องจากไม่ค่อยได้เห็นบ่อย หากได้รับมา ขอแนะนำให้ใช้สูตร 3 ขั้นตอนของธนาคารกลางไต้หวันในการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว:

        1. สัมผัสกระดาษธนบัตรเช็กความนูน ใช้ปลายนิ้วลูบตรงตัวเลขราคา 200 หรือ 2,000 และลวดลายหลักบนธนบัตร ของจริงจะมีรอยหมึกนูนขึ้นมาอย่างชัดเจน

        2. ยกส่องดูกับแสง ยกธนบัตรขึ้นส่องกับแสงสว่าง ตรงบริเวณพื้นที่ว่างสีขาวจะปรากฏลายน้ำขึ้นมาอย่างชัดเจน (แบงก์ 200 เป็นรูปดอกกล้วยไม้ ส่วนแบงก์ 2,000 เป็นรูปต้นสน)

      3. พลิกดูเพื่อเช็กการเปลี่ยนสี 2 จุด ได้แก่

           - แถบฟอยล์นิรภัย: เมื่อลองพลิกธนบัตรไปมา แถบเงา ๆ ด้านหลังจะสะท้อนแสงและเปลี่ยนสีได้

           - หมึกพิมพ์เปลี่ยนสี: เมื่อพลิกเอียง ตัวเลข 200 หรือ 2,000 ตรงมุมล่างซ้าย จะเปลี่ยนจากสีทองเป็นสีเขียว

⚠️ คำเตือนด้านความปลอดภัยที่สำคัญ

           1. เป็นเงินจริงใช้ได้ตามกฎหมาย: เหรียญ 20, แบงก์ 200 และแบงก์ 2,000 เป็นเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายของไต้หวัน ร้านค้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธการรับเงินนี้โดยไม่มีเหตุผล

           2. อย่ารับแลกเงินมั่วซั่ว: ถ้ามีคนแปลกหน้าในโรงงานหรือหอพัก ถือแบงก์ 2,000 มาขอแลกเป็นแบงก์ 1,000 หรือ 500 หลาย ๆ ใบจากคุณ ให้ปฏิเสธทันที! เพราะมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นมิจฉาชีพที่นำแบงก์ปลอมมาเนียนขอแลกเงินจริง

           3. เจอเงินปลอมต้องทำอย่างไร: หากพลาดได้รับธนบัตรที่ผิวสัมผัสลื่น ๆ เหมือนกระดาษของเล่น หรือลวดลายเบลอๆ ห้ามนำไปใช้ซื้อของเด็ดขาด เพราะการใช้ธนบัตรปลอมในไต้หวันมีความผิดทางกฎหมาย ให้รีบแจ้งนายจ้าง บริษัทจัดหางาน หรือโทรแจ้งสายด่วนตำรวจที่เบอร์ 110 ทันที    

2. รวบหนุ่มอินโดฯ หลังหอบเหรียญปลอมชนิด 50 เหรียญถุงใหญ่จำนวน 677 เหรียญ หวังแลกธนบัตรจริงที่ธนาคารในไทเป

      เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีซิ่นอี้ กรุงไทเป เข้าจับกุมชายสัญชาติอินโดนีเซียรายหนึ่ง ภายหลังพยายามนำเหรียญกษาปณ์ปลอมชนิด 50 เหรียญไต้หวันจำนวนมากเข้าแลกเปลี่ยนเป็นธนบัตรที่สาขาธนาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่ โดยพนักงานธนาคารสามารถตรวจพบความผิดปกติได้ทันที ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดำเนินการ

      จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ผู้ต้องหาเป็นชายสัญชาติอินโดนีเซีย เดินทางเข้ามายังไต้หวันเพียงลำพังด้วยวีซ่าท่องเที่ยวได้ประมาณ 1 สัปดาห์ โดยก่อนเดินทาง เขาได้กว้านซื้อเหรียญกษาปณ์ที่มีลักษณะคล้ายเหรียญชนิด 50 เหรียญไต้หวันจากประเทศอินโดนีเซียในราคาต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ แล้วนำเข้ามายังไต้หวันเพื่อแลกเป็นธนบัตรจริง โดยมุ่งหวังแสวงหากำไรจากส่วนต่างระหว่างราคาที่ซื้อมากับมูลค่าเงินที่จะได้รับ ซึ่งถือเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย

      อย่างไรก็ตาม เหรียญดังกล่าวมีสภาพหยาบและลวดลายเลือนรางอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งด้านหลังของเหรียญยังขาดระบบป้องกันการปลอมแปลงตามมาตรฐาน ส่งผลให้พนักงานธนาคารหญิงผู้รับผิดชอบเกิดความสงสัยและตรวจพบความผิดปกติในทันที ธนาคารจึงดำเนินการออกเอกสารอายัดเหรียญปลอมตามระเบียบ พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดำเนินการโดยเร่งด่วน

      เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางถึงที่เกิดเหตุ ได้ทำการตรวจยึดของกลางประกอบด้วย เหรียญกษาปณ์ปลอมชนิด 50 เหรียญไต้หวัน จำนวน 677 เหรียญ เอกสารการแลกเงิน บัตร EasyCard ที่มีการเติมเงินแล้ว โทรศัพท์มือถือ และเงินสดจำนวน 72,000 เหรียญไต้หวัน ซึ่งเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดในครั้งนี้

ของกลางที่ยึดได้ เป็นเหรียญปลอมชนิด 50 เหรียญ จำนวน 677 เหรียญ (ภาพจาก CNA)

      ภายหลังการสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องต่อสำนักงานอัยการกรุงไทเป ในข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการลงโทษผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับเงินตราของชาติ และข้อหาใช้เงินตราปลอม พร้อมเสนอให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาลขอควบคุมตัวผู้ต้องหาระหว่างการสอบสวน ขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างการสอบสวนภายใต้การกำกับของพนักงานอัยการ โดยเจ้าหน้าที่จะขยายผลการสืบสวนเพื่อตรวจสอบว่ามีผู้ร่วมขบวนการรายอื่นในไต้หวันหรือไม่ รวมถึงติดตามเส้นทางการกระจายของเหรียญปลอมดังกล่าวด้วย

      สถานีตำรวจซิ่นอี้ได้ออกประกาศเตือนประชาชนโดยอ้างอิงข้อมูลจากธนาคารกลางแห่งไต้หวันว่า เหรียญกษาปณ์ชนิด 50 เหรียญไต้หวันที่แท้จริงจะมีระบบป้องกันการปลอมแปลงที่สังเกตได้ชัดเจน ได้แก่ อักษรนูนบริเวณขอบเหรียญ และตัวอักษรแฝงบนด้านหลัง ซึ่งสามารถใช้เป็นเกณฑ์ตรวจสอบความถูกต้องได้โดยง่าย

      ทั้งนี้ หากประชาชนพบเหรียญที่มีลักษณะน่าสงสัยว่าอาจเป็นของปลอม ขอให้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือส่งมอบให้ธนาคารดำเนินการตรวจสอบโดยทันที พร้อมเน้นย้ำว่าไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ห้ามนำเหรียญปลอมออกใช้จ่ายต่อโดยเด็ดขาด เนื่องจากการนำเงินปลอมออกใช้โดยเจตนา แม้จะเป็นเพียงการเสียดายเงิน ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายได้เช่นกัน

3. นักศึกษาไทยสวมบทติวเตอร์! กองแรงงานนครไถหนาน จับมือ ม.เฉิงกง และตงหยางกรุ๊ป จัดตั้งกลุ่มส่งเสริมการเรียนรู้ หนุนแรงงานไทยคว้าใบอนุญาตควบคุมเครนโรงงาน

      กองแรงงานนครไถหนานร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง (National Cheng Kung University: NCKU) และตงหยางกรุ๊ป (Tong Yang Group) บริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ชั้นนำของไต้หวัน เดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพแรงงานต่างชาติ ผ่านการจัดตั้ง "กลุ่มส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อสอบใบอนุญาตควบคุมเครน" โดยเริ่มเปิดการเรียนการสอนอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เพื่อช่วยเหลือแรงงานไทยที่เพิ่งเดินทางเข้ามาทำงานในไต้หวันให้สามารถเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน สาขาช่างเทคนิคควบคุมปั้นจั่นชนิดติดตั้งประจำที่ หรือเครนเหนือศีรษะ อันเป็นการยกระดับทักษะวิชาชีพควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยในการทำงาน

นักศึกษาไทยสวมบทติวเตอร์ ช่วยเหลือแรงงานไทยสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน สาขาช่างเทคนิคควบคุมปั้นจั่นชนิดติดตั้งประจำที่ (ภาพจากกองแรงงานนครไถหนาน)

      นายหวงเหว่ยเจ๋อ ผู้ว่าการนครไถหนาน เปิดเผยว่า เทศบาลนครไถหนานยังคงขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ “บ้านแห่งความหวัง” อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ที่เป็นมิตร เปิดกว้าง และเคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรม ช่วยให้แรงงานต่างชาติสามารถใช้ชีวิตและทำงานในนครไถหนานได้อย่างมั่นใจ พร้อมทั้งได้รับโอกาสในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

      ผู้ว่าการนครไถหนานกล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานทรัพยากรของนักศึกษาไทยจากมหาวิทยาลัยเฉิงกงเข้ากับระบบการฝึกอบรมที่มีประสิทธิภาพของตงหยางกรุ๊ป เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสให้แรงงานไทยสอบผ่านใบอนุญาตวิชาชีพได้มากยิ่งขึ้น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของนครไถหนานในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

นักศึกษาไทยสวมบทติวเตอร์ ช่วยเหลือแรงงานไทยสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน สาขาช่างเทคนิคควบคุมปั้นจั่นชนิดติดตั้งประจำที่ (ภาพจากกองแรงงานนครไถหนาน)

      ด้านนายหวังซินจี ผู้อำนวยการกองแรงงานนครไถหนาน กล่าวว่า เทศบาลนครไถหนานเป็นผู้ริเริ่มโครงการ “บริการเยี่ยมเยียนและดูแลนักศึกษาต่างชาติ” เป็นแห่งแรกในไต้หวัน เพื่อติดตามการปรับตัวและความต้องการด้านการดำรงชีวิตของนักศึกษาต่างชาติในไต้หวัน จนสามารถสร้างเครือข่ายสนับสนุนที่เป็นมิตรและเข้มแข็งขึ้นได้ และในวันนี้เราได้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเปลี่ยนบทบาทของนักศึกษาต่างชาติจากผู้รับการช่วยเหลือ มาเป็นผู้ให้การช่วยเหลือ โดยเข้ามามีส่วนร่วมในการให้บริการแรงงานต่างชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังของการพึ่งพาอาศัยกันในระดับสากล และการยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมของนครไถหนาน

      ผู้อำนวยการกองแรงงานนครไถหนานระบุเพิ่มเติมว่า กลุ่มติวสอบใบอนุญาตควบคุมเครนรางเลื่อนไฟฟ้า จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เพื่อนร่วมชาติ ภาษาเดียวกัน” เพื่อให้แรงงานไทยก้าวข้ามอุปสรรคด้านภาษาและคำศัพท์เฉพาะทางเทคนิค เพิ่มความเข้าใจในการเรียน เสริมความมั่นใจในการสอบใบอนุญาต และยกระดับความรู้ด้านวิชาชีพ

กองแรงงานนครไถหนาน กล่าวว่า กลุ่มติวสอบใบอนุญาตควบคุมเครน ช่วยให้แรงงานไทยก้าวข้ามอุปสรรคด้านภาษาและคำศัพท์เฉพาะทางเทคนิค (ภาพจากกองแรงงานนครไถหนาน)

      ปัจจุบันโครงการดังกล่าวได้จัดการเรียนการสอนไปแล้ว 10 ครั้ง โดยมีนักศึกษาไทยจากมหาวิทยาลัยเฉิงกงร่วมเป็นพี่เลี้ยง คอยประกบดูแลตลอดกระบวนการเรียนรู้ ทั้งการเข้าร่วมชั้นเรียนภาคทฤษฎี การช่วยแปลภาษา การนั่งเรียนเป็นเพื่อน ตลอดจนการอธิบายประเด็นสำคัญต่าง ๆ ให้เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากจะช่วยส่งเสริมความรู้ด้านวิชาชีพแล้ว ยังเป็นการสร้างกำลังใจและมิตรภาพให้แก่แรงงานไทย ช่วยให้สามารถมุ่งมั่นเรียนรู้และเตรียมตัวสอบได้อย่างเต็มที่ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการทำงานในแต่ละวัน

      ศาสตราจารย์ ดร. ไช่ฉวินลี่ คณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง กล่าวว่า มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของมหาวิทยาลัย (University Social Responsibility: USR) มาโดยตลอด และคณะสังคมศาสตร์ก็มีเป้าหมายในการสร้างคุณูปการเชิงบวกแก่สังคม สำหรับโครงการนี้ คณะฯ ได้ร่วมประสานงานคัดเลือกนักศึกษาชาวไทยที่มีพื้นฐานด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าร่วมเป็นติวเตอร์และล่าม เพื่อให้การแปลภาษาและการอธิบายเนื้อหาทางเทคนิคมีความถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น

กองแรงงานนครไถหนาน กล่าวว่า กลุ่มติวสอบใบอนุญาตควบคุมเครน ช่วยให้แรงงานไทยก้าวข้ามอุปสรรคด้านภาษาและคำศัพท์เฉพาะทางเทคนิค (ภาพจากกองแรงงานนครไถหนาน)

      ทั้งนี้ นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการมาจากหลากหลายสาขาวิชา อาทิ วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมการบินและอวกาศ หลักสูตรนานาชาติด้านวิศวกรรมพลังงาน และบัณฑิตวิทยาลัยบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ ครอบคลุมทั้งนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 4 ระดับปริญญาโท และปริญญาเอก

      การมีนักศึกษาที่มีพื้นฐานทางวิชาชีพที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมถ่ายทอดความรู้ ไม่เพียงช่วยให้การแปลคำศัพท์เฉพาะด้านการควบคุมเครื่องจักรและความปลอดภัยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้แรงงานไทยเข้าใจหลักการสำคัญทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการเรียนรู้และความพร้อมในการสอบเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

      ด้านตงหยางกรุ๊ประบุว่า บริษัทให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการทำงานและการพัฒนาทักษะวิชาชีพของแรงงานต่างชาติมาโดยตลอด สำหรับแรงงานไทยที่เพิ่งเดินทางเข้ามาทำงานใหม่ บริษัทได้จัดหลักสูตรเตรียมสอบใบอนุญาตควบคุมเครนโรงงานอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งการเรียนภาคทฤษฎี การฝึกปฏิบัติจริง การฝึกทำข้อสอบเก่า ตลอดจนการจัดกลุ่มติวเข้มในวันหยุด เพื่อช่วยให้ผู้เข้าอบรมคุ้นเคยกับเนื้อหาการสอบและขั้นตอนการปฏิบัติงาน

กองแรงงานนครไถหนาน กล่าวว่า กลุ่มติวสอบใบอนุญาตควบคุมเครน ช่วยให้แรงงานไทยก้าวข้ามอุปสรรคด้านภาษาและคำศัพท์เฉพาะทางเทคนิค (ภาพจากกองแรงงานนครไถหนาน)

      บริษัทระบุเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือกับนักศึกษาไทยจากมหาวิทยาลัยเฉิงกงในครั้งนี้ ถือเป็นการนำจุดแข็งด้านภาษาและวัฒนธรรมร่วมกันมาใช้เป็นสะพานเชื่อมการเรียนรู้ ช่วยเพิ่มความเข้าใจในเนื้อหาและสร้างความมั่นใจในการสอบให้แก่แรงงานไทย ซึ่งจะส่งผลให้อัตราการสอบผ่านสูงขึ้น พร้อมทั้งยกระดับความปลอดภัยในการทำงานและศักยภาพทางวิชาชีพไปพร้อมกัน

      กองแรงงานนครไถหนานกล่าวทิ้งท้ายว่า ในอนาคตจะเดินหน้ากระชับความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลความเป็นอยู่ การสนับสนุนด้านภาษา ไปจนถึงการเสริมสร้างศักยภาพทางวิชาชีพ เพื่อสร้างระบบสนับสนุนแรงงานต่างชาติที่สมบูรณ์และรอบด้าน ส่งเสริมให้แรงงานต่างชาติในนครไถหนานไม่ได้เป็นเพียงกำลังแรงงานสำคัญเท่านั้น แต่ยังเป็นหุ้นส่วนในการเติบโตและพัฒนาเมืองร่วมกัน

      ทั้งนี้ เทศบาลนครไถหนานจะยังคงผลักดันความร่วมมือข้ามภาคส่วนและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ “บ้านแห่งความหวัง” และร่วมกันสร้างนครไถหนานให้เป็นเมืองแห่งความสุขที่อบอุ่น เป็นมิตร เปิดกว้าง และยั่งยืนสำหรับทุกคน

        สำหรับตงหยางกรุ๊ป เป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ชั้นนำของไต้หวัน ในอดีตเคยใช้แรงงานไทยเป็นหลัก แต่ต่อมาเปลี่ยนไปใช้แรงงานชาติอื่น ตั้งแต่ปี 2569 ทยอยกลับมานำเข้าแรงงานไทยอีกครั้ง ปัจจุบันมีแรงงานไทยทำงานอยู่ในโรงงานนี้กว่า 100 คน

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解