Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 7 ก.ค.2569

จากอุปสรรคสู่โอกาส! สับปะรดไต้หวันฝ่าปัญหาโรคแมลง และเนื้อดำ บุกตลาดญี่ปุ่นเต็มสูบ(ภาพจากสถานีวิจัยไถหนาน)
จากอุปสรรคสู่โอกาส! สับปะรดไต้หวันฝ่าปัญหาโรคแมลง และเนื้อดำ บุกตลาดญี่ปุ่นเต็มสูบ(ภาพจากสถานีวิจัยไถหนาน)

หลังจีนระงับการนำเข้าสับปะรดจากไต้หวันในปี 2021 ผู้ส่งออกจึงหันไปบุกตลาดญี่ปุ่น แต่ต้องเผชิญความท้าทายสำคัญจากมาตรการกักกันโรคพืช เนื่องจากการตรวจพบแมลงศัตรูพืชในสับปะรดสด ทำให้สินค้าจำนวนมากต้องผ่านการรมยาฆ่าแมลง (Fumigation) ซึ่งเพิ่มต้นทุนและทำให้อายุการเก็บรักษาสั้นลง แต่เพื่อลดอุปสรรคดังกล่าว กระทรวงเกษตรไต้หวันได้จัดตั้ง “ทีมสนับสนุนการส่งออกสับปะรด” บูรณาการหน่วยงานวิจัยและสถานีส่งเสริมการเกษตรทั่วประเทศ เพื่อแก้ปัญหาโรคพืช แมลงศัตรูพืช ระบบห่วงโซ่ความเย็น และการขนส่ง ส่งผลให้อัตราการรมยาสับปะรดส่งออกในปีนี้ลดลงอย่างมาก ขณะที่ราคาส่งออกเฉลี่ยปรับสูงขึ้น และกำลังเดินหน้าสู่เป้าหมายส่งออกไปญี่ปุ่นปีละ 20,000 ตัน

แม้ยอดส่งออกสับปะรดไปญี่ปุ่นในปีแรกจะพุ่งถึง 17,850 ตัน แต่ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา ญี่ปุ่นตรวจพบแมลงศัตรูพืชหลายชนิด เช่น ผีเสื้อลายปีกและเพลี้ยหอย ทำให้สับปะรดต้องผ่านการรมด้วยสารเมทิลโบรไมด์ก่อนนำเข้า โดยในปี 2023 อัตราการรมสูงถึง 35.4% และกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขยายตลาดส่งออกของไต้หวัน

        หวงโส่วหง(黃守宏) นักวิจัยและหัวหน้าฝ่ายดูแลพืชของสาขาทดลองการเกษตรเจียอี้ สังกัดสถาบันวิจัยการเกษตรไต้หวัน อธิบายว่า แมลงผีเสื้อลายปีกไม่ได้กัดกินเนื้อสับปะรด จึงแทบไม่ส่งผลต่อการจำหน่ายในประเทศ แต่สำหรับตลาดส่งออกที่ใช้มาตรฐาน “ต้องไม่พบแมลงเลย” แมลงชนิดนี้กลับกลายเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สินค้าติดปัญหาด้านกักกันโรคพืชและมีอัตราการรมสูง

        เฉินอิ้งเหยียน(陳映延) ประธานสหกรณ์การผลิตผักและผลไม้ต่าเมา (打貓果菜生產合作社) ในตำบลหมินสง เมืองเจียอี้ เล่าว่า ในช่วงแรกที่ญี่ปุ่นตรวจพบแมลงชนิดนี้บ่อยครั้ง เกษตรกรและผู้ประกอบการไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแมลงมาจากไหน พนักงานในโรงคัดบรรจุต้องพยายามล้างผลผลิตด้วยน้ำและใช้ปืนลมแรงดันสูงเป่าอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ว่าจะล้างหรือเป่าอย่างไรก็ไม่สามารถกำจัดแมลงได้หมด สร้างความปวดหัวให้กับผู้ส่งออกอย่างมาก

        หลังลงพื้นที่ศึกษานานกว่าหนึ่งปี ทีมนักวิจัยพบสาเหตุของปัญหา คือ ผีเสื้อลายปีก (紋翅蛾) มักหลบซ่อนอยู่ภายในดอกสับปะรดช่วงออกดอก เมื่อดอกปิดตัวลง แมลงจะติดอยู่ภายในผล ทำให้แม้ผ่านกระบวนการล้างและคัดบรรจุหลังเก็บเกี่ยวก็ไม่สามารถกำจัดได้

เดิมเกษตรกรมักหลีกเลี่ยงการกำจัดศัตรูพืชในช่วงออกดอก เพราะกังวลว่าจะกระทบการพัฒนาของผล แต่ทีมนักวิจัยยืนยันว่า สับปะรดสามารถติดผลได้เองโดยไม่ต้องอาศัยการผสมเกสร จึงสามารถควบคุมแมลงในระยะนี้ได้อย่างปลอดภัย ขณะเดียวกัน โรคผลเน่าดำหรือ “โรคราดำ” ก็เริ่มเข้าทำลายในช่วงออกดอกเช่นกัน ทำให้สถาบันวิจัยการเกษตรแนะนำให้จัดการทั้งแมลงและโรคพืชตั้งแต่ต้นทาง

ผลจากมาตรการดังกล่าวทำให้อัตราการรมยาสับปะรดส่งออกไปญี่ปุ่นลดลงจาก 35.4% ในปี 2023 เหลือ 16.6% ในปี 2025 จำนวนล็อตที่ต้องรมยาลดจาก 345 เหลือ 155 ล็อต ช่วยประหยัดต้นทุนเกือบ 20 ล้านเหรียญไต้หวัน ขณะที่สหกรณ์การผลิตผักและผลไม้ต่าเมาสามารถลดอัตราการรมยาลงเหลือต่ำกว่า 3% ได้สำเร็จ

นอกจากปัญหาศัตรูพืชแล้ว การขนส่งทางไกลยังเป็นอีกความท้าทายสำคัญ โดยสับปะรดพันธุ์ส่งออกหลักของไต้หวัน “ไถหนงหมายเลข 17” มีความอ่อนไหวต่อความเย็น ทำให้เกิดอาการ “เนื้อดำ” และเสี่ยงต่อโรคผลเน่าดำระหว่างการขนส่ง ทีมวิจัยจึงพัฒนามาตรฐานห่วงโซ่ความเย็นเฉพาะ โดยกำหนดให้ผลผลิตผ่านกระบวนการพรีคูลลิงหลังเก็บเกี่ยว และควบคุมอุณหภูมิตลอดการขนส่งไว้ที่ประมาณ 13 องศาเซลเซียส เพื่อลดความเสียหายจากความเย็น

ขณะเดียวกัน โรงคัดบรรจุยังเพิ่มมาตรการป้องกันเชื้อราบริเวณขั้วผล และปรับปรุงระบบคัดแยกด้วยอุปกรณ์ใหม่ ๆ รวมถึงการใช้โดรนพ่นสารในแปลง ช่วยลดต้นทุนการจัดการศัตรูพืชของเกษตรกรได้ราว 30% หรือประมาณ 4,000 เหรียญไต้หวันต่อเฮกตาร์

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解