ปลาบินไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของเกาะหลานอวี่ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชุมชนตงอ้าว เมืองอี๋หลาน ซึ่งเป็นชุมชนชาวอัทยา (Atayal/ไท่หย่า) เพียงแห่งเดียวในไต้หวันที่มีความผูกพันกับปลาบิน แทนที่จะตากแดดเหมือนพื้นที่อื่น ชาวบ้านใช้ฟืนรมควันปลาบินร่วมกัน จนกลายเป็นรสชาติประจำถิ่นที่สะท้อนการอยู่ร่วมกันของภูเขาและท้องทะเล
เพื่อสืบสานภูมิปัญญานี้ โรงเรียนประถมตงอ้าวจึงนำการทำปลาบินรมควันมาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ เด็กนักเรียนชั้น ป.5-6 ได้ออกไปคัดเลือกปลาบินสดจากท่าเรือประมงเฝิ่นเหนี่ยวหลิน (粉鳥林) ก่อนช่วยกันทำความสะอาด ควักไส้ โรยเกลือ และใช้ตะขอแขวนปลา โดยมีผู้สูงอายุในชุมชนถ่ายทอดเทคนิคดั้งเดิมอย่างใกล้ชิด วันนั้นเด็กๆ ร่วมกันเตรียมปลาบินกว่า 600 ตัว ก่อนนำเข้าเรือนไท่หย่าเพื่อรมควันด้วยฟืนนานกว่า 6 ชั่วโมง
ระหว่างที่เด็กๆ กลับเข้าเรียน ผู้สูงอายุและผู้อำนวยการโรงเรียนจะช่วยดูแลเตาไฟ คอยพลิกปลาและควบคุมความร้อนจนได้ปลารมควันที่หอมอร่อย เมื่อเลิกเรียน เด็กๆ ต่างกลับมาชิมผลงานของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ หลายคนกินได้หลายตัวพร้อมพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "อร่อยมาก"
อูเฉิงหมิน (鄔誠民) ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า ชุมชนตงอ้าวเป็นชุมชนชาวไท่หย่าแห่งเดียวในไต้หวันที่มีวัฒนธรรมปลาบิน เพราะบรรพบุรุษอพยพจากภูเขามาตั้งถิ่นฐานริมทะเล จนเกิดวิถีชีวิตที่ผสานทรัพยากรจากทั้งภูเขาและทะเล การพาเด็กๆ ลงมือทำปลาบินรมควันจึงไม่ใช่แค่การเรียนรู้การแปรรูปอาหาร แต่เป็นการส่งต่อวัฒนธรรม ความทรงจำ และรสชาติบ้านเกิดให้คงอยู่ แม้วันหนึ่งพวกเขาจะต้องออกไปใช้ชีวิตนอกชุมชนก็ตาม
การรมควันปลาบินเป็นงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งชุมชน จึงไม่เพียงสร้างความสามัคคี แต่ยังทำให้ปลาบินกลายเป็นสัญลักษณ์ของชุมชนตงเย่ว์ จนชุมชนใกล้เคียงเรียกชาวตงเย่ว์ว่า “Dobiyo” ซึ่งในภาษาไท่หย่าแปลว่า “ปลาบิน”
อู๋เฉิงหมิน ผู้อำนวยการโรงเรียนประถมตงอ้าว ซึ่งดำรงตำแหน่งมา 4 สมัย เห็นคุณค่าของภูมิปัญญานี้ จึงนำวัฒนธรรมปลาบินเข้าสู่ห้องเรียน หลังพาเด็กๆ ไปแข่งขันยิงธนูต่างประเทศในปี 2016 เขาต้องการปลูกฝังให้เด็กๆ สร้างโอกาสด้วยตนเอง จึงเชิญผู้สูงอายุมาเป็น "ครู" ถ่ายทอดการทำปลาบินรมควัน เพื่อนำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายหารายได้สนับสนุนการแข่งขัน
เมื่อโครงการประสบความสำเร็จ โรงเรียนจึงพัฒนาต่อยอดเป็นหลักสูตรท้องถิ่น ใช้ปลาบินเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชน เด็กๆ ได้ลงมือปฏิบัติจริง เรียนรู้จากผู้เฒ่าผู้แก่ พร้อมซึมซับแนวคิด "Gaga" หลักคุณธรรมและวิถีชีวิตของชาวไท่หย่า สืบทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นตามแนวคิด "ลงมือทำแล้วจึงจดจำ"