ช่วงหลายปีที่ผ่านมา พื้นที่เมืองฮัวเหลียนและไถตงได้ผลักดันโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูพันธุ์พืชดั้งเดิมของชนพื้นเมือง โดยใช้ “ข้าวฟ่าง” เป็นพืชหลัก ควบคู่กับการเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมชาติพันธุ์ในโรงเรียนและการนำผลผลิตเข้าสู่โครงการอาหารกลางวันของนักเรียน จนเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ล่าสุดในปีนี้ สำนักงานการเกษตรภาคตะวันออก ได้ขยายโครงการไปสู่ “เผือก” ซึ่งเป็นพืชที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรมไม่แพ้กัน
มูลนิธิพัฒนาเกษตรอินทรีย์ฉือซิน (慈心有機農業發展基金會) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักการเกษตรสาขาภาคตะวันออก ได้ดำเนิน “โครงการเสริมสร้างการอนุรักษ์และฟื้นฟูพันธุ์พืชดั้งเดิมในพื้นที่ฮัวเหลียนและไถตง ปี 2026” โดยจัดพิธีเปิดเตาเผาเผือกแบบดั้งเดิมของชนเผ่าไพวัน ณ โรงเรียนทดลองวัฒนธรรม VUSAM ชุมชนถู่ปั่น ตำบลต๋าเหริน เมืองไถตง เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา มีการประกอบพิธีกรรมดั้งเดิมเพื่อขอพร พร้อมด้วยคณะครู นักเรียน และชาวชุมชนร่วมเป็นสักขีพยาน เปลวไฟจากเตาที่ลุกโชนและกลิ่นหอมของเผือกที่อบอวล สะท้อนการหยั่งรากใหม่ของวัฒนธรรมเผือกในรั้วโรงเรียน
สำนักงานเกษตรสาขาภาคตะวันออกระบุว่า เผือกเป็นทั้งอาหารหลักในชีวิตประจำวันและมีบทบาทสำคัญในพิธีกรรมตามประเพณีของชนเผ่าไพวัน อีกทั้งยังเป็นพืชที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี ดูแลรักษาง่าย และสามารถนำมาอบในเตาแบบดั้งเดิมจนกลายเป็น “เผือกแห้ง” ที่เก็บรักษาได้นาน ซึ่งในอดีตเคยเป็นเสบียงพกพาของนักล่าสัตว์ สะท้อนภูมิปัญญาการดำรงชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติ
โครงการในปีนี้จะขับเคลื่อนผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การบันทึกและจัดทำฐานข้อมูลพันธุกรรมเผือกของชุมชนชนพื้นเมือง การถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านกิจกรรมการเรียนการสอน และการเชื่อมโยงสู่ภาคอุตสาหกรรมอาหาร โดยจะจัดตั้งแปลงสาธิตอนุรักษ์พันธุ์เผือก ส่งเสริมการเรียนรู้วัฒนธรรมอาหารจากเผือก และประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการร้านอาหารที่มีแนวคิดสอดคล้องกัน เพื่อนำเผือกจากชุมชนพื้นเมืองเข้าสู่ตลาด สร้างมูลค่าเพิ่มควบคู่กับการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยั่งยืน