Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ชีพจรเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ชีพจรเศรษฐกิจ 6 กรกฎาคม 2569
ชีพจรเศรษฐกิจ 6 กรกฎาคม 2569

สหรัฐฯ-อิหร่าน บรรลุข้อตกลงเบื้องต้น 14 ข้อ ยุติสงคราม-เตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ 

     เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้เปิดเผยรายละเอียดของร่างข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านอย่างเป็นทางการ โดยจัดทำในรูปแบบกรอบความร่วมมือ 14 ข้อ เพื่อสะท้อนฉันทามติร่วมกันของผู้นำทั้งสองประเทศ ขณะที่ประเด็นอ่อนไหวและมีความซับซ้อนสูงที่สุดอย่างการยุติโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน จะถูกนำไปหารือเพิ่มเติมในการเจรจาข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ในภายหลัง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเนื้อหาดังกล่าวเป็นการอ่านรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ให้สื่อมวลชนรับฟัง และยังไม่มีการเผยแพร่เอกสารฉบับทางการต่อสาธารณะ รายละเอียดบางส่วนอาจมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยในด้านถ้อยคำหรือการเรียบเรียงข้อความ

     สำหรับข้อตกลงเบื้องต้นฉบับนี้ จะถูกใช้เป็นกรอบสำคัญสำหรับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเป็นเวลา 60 วัน ซึ่งมีกำหนดเริ่มขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายอย่างเป็นทางการ รวมถึงฟื้นฟูการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก เอกสารดังกล่าวมีชื่อว่า "บันทึกความเข้าใจอิสลามาบาดระหว่างสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน" โดยสำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่ง อาทิ รอยเตอร์ เอเอฟพี และนิวยอร์กไทมส์ ได้เปิดเผยสาระสำคัญของข้อตกลงและบทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีรายละเอียดสำคัญดังต่อไปนี้

● ข้อที่ 1: การยุติการสู้รบในทุกสมรภูมิทันที

สหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงประเทศพันธมิตรทั้งหมดที่เข้าร่วมในสงครามครั้งนี้ ร่วมกันลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อประกาศยุติการปฏิบัติการทางทหารในทุกสมรภูมิรบอย่างถาวรและมีผลทันที ซึ่งรวมถึงพื้นที่ในเลบานอนด้วย นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังให้คำมั่นสัญญาว่า นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะไม่มีการเปิดฉากโจมตีหรือทำสงครามต่อกัน หลีกเลี่ยงการข่มขู่หรือใช้กำลังทหาร และจะร่วมกันรับรองอธิปไตยรวมถึงความบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศเลบานอน  โดยเงื่อนไขและการบังคับใช้กฎเกณฑ์ทั้งหมดในข้อนี้ จะได้รับการลงนามยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้งในข้อตกลงฉบับสุดท้าย 

● ข้อที่ 2: การเคารพในอธิปไตยและการไม่แทรกแซงกิจการภายใน

สหรัฐฯ และอิหร่านให้คำมั่นสัญญาว่า จะเคารพในอธิปไตยและความบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของอีกฝ่าย

● ข้อที่ 3: กรอบเวลาเจรจาข้อตกลงฉบับสุดท้ายภายใน 60 วัน

สหรัฐฯ และอิหร่านตกลงร่วมกันว่าจะเดินหน้าเจรจาต่อ และต้องบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ (最終協議) ให้ได้ภายในกรอบเวลาไม่เกิน 60 วัน อย่างไรก็ตาม หากทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ก็สามารถขยายเวลาดำเนินการออกไปได้

● ข้อที่ 4: การปลดล็อกมาตรการคว่ำบาตรทางทะเลและการถอนกำลังทหาร

ทันทีที่มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ สหรัฐฯ จะยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านในทันที โดยจะยุติการแทรกแซงหรือขัดขวางเส้นทางเดินเรือทุกรูปแบบ และจะต้องฟื้นฟูระบบการคมนาคมขนส่งทางทะเลให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุดภายในกรอบเวลาไม่เกิน 30 วัน ซึ่งปริมาณการเดินเรือขนส่งสินค้าของอิหร่านจะต้องกลับมาอยู่ในระดับที่เทียบเท่ากับช่วงก่อนเกิดสงคราม นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังให้คำมั่นสัญญาเพิ่มเติมว่า จะดำเนินการถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่โดยรอบภูมิภาคนี้ ภายใน 30 วันหลังจากที่มีการลงนามในข้อตกลงฉบับสุดท้าย

● ข้อที่ 5: การเปิดเส้นทางเดินเรือและอนาคตของช่องแคบฮอร์มุซ

ทันทีที่มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ อิหร่านจะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการรับรองความปลอดภัยให้กับเรือพาณิชย์ในการเดินทางไป-กลับระหว่างอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf) และทะเลโอมาน (Sea of Oman) โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมใด ๆ เป็นเวลา 60 วัน โดยเรือพาณิชย์จะสามารถกลับมาเดินเรือได้ทันที แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงระยะเวลาที่อิหร่านต้องใช้ในการเคลียร์อุปสรรคทางทหาร เทคนิค และการเก็บกู้ทุ่นระเบิดแล้ว การเปิดเส้นทางเดินเรืออย่างเป็นทางการจะต้องเสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นอกจากนี้อิหร่านจะร่วมหารือกับประเทศโอมานเกี่ยวกับการบริหารจัดการและการให้บริการทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซในอนาคต พร้อมทั้งจะร่วมหารือกับประเทศอื่น ๆ ที่อยู่ชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย โดยอิงตามกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิอธิปไตยของประเทศชายฝั่ง

● ข้อที่ 6: จัดตั้งกองทุนฟื้นฟูอิหร่านมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

สหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะร่วมมือกับพันธมิตรในภูมิภาค เพื่อจัดทำแผนงานที่ชัดเจนและเห็นชอบร่วมกันทั้งสองฝ่าย ในการจัดหาเงินทุนอย่างน้อย 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้ในการบูรณะซ่อมแซมและพัฒนาเศรษฐกิจของอิหร่าน โดยจะต้องกำหนดกลไกการดำเนินงานให้เสร็จสิ้นภายใน 60 วัน และสหรัฐฯ จะออกใบอนุญาต ข้อยกเว้น และการอนุมัติทางกฎหมายทั้งหมดที่จำเป็นต่อการทำธุรกรรมทางการเงินดังกล่าว

● ข้อที่ 7: แผนการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดต่ออิหร่าน

สหรัฐฯ ให้คำมั่นสัญญาว่าจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านในทุกรูปแบบ ตามกรอบเวลาที่จะตกลงกันในข้อตกลงฉบับสุดท้าย ซึ่งจะครอบคลุมถึงข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council) มติของบอร์ดผู้ว่าการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) รวมถึงมาตรการคว่ำบาตรทั้งทางตรงและทางอ้อม (Primary and Secondary Sanctions) ที่สหรัฐฯ เคยประกาศใช้เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งทั้งอิหร่านและสหรัฐฯ ต่างยอมรับว่า ประเด็นเรื่องการยกเลิกคว่ำบาตรนี้มีความสำคัญเป็นตายต่อความสำเร็จของข้อตกลง และแสดงความเจตจำนงร่วมกันที่จะนำเรื่องนี้เข้าสู่โต๊ะเจรจาทันทีเพื่อหาข้อยุติร่วมกัน

● ข้อที่ 8: จุดยืนเรื่องนิวเคลียร์และการจัดการแร่ยูเรเนียม

อิหร่านยืนยันหนักแน่นอีกครั้งว่าจะไม่แสวงหาหรือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างเด็ดขาด โดยสหรัฐฯ และอิหร่านตกลงร่วมกันว่า การจัดการกับแร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ รวมถึงประเด็นทางนิวเคลียร์อื่น ๆ ที่เห็นพ้องต้องกัน จะต้องดำเนินการตามตารางเวลาที่กำหนดไว้ในข้อที่ 7 ซึ่งมาตรการขั้นต่ำสุดคือ "ต้องทำการเจือจางแร่ยูเรเนียมเหล่านั้นในพื้นที่เดิม (On-site Dilution)" ภายใต้การตรวจสอบควบคุมของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบว่า จะเริ่มเปิดโต๊ะเจรจาเกี่ยวกับกิจกรรมการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและ "ความต้องการทางนิวเคลียร์" อื่น ๆ ของอิหร่าน หลังจากที่ข้อตกลงฉบับสุดท้ายสามารถจัดทำกรอบโครงสร้างที่ยอมรับได้ร่วมกันทั้งสองฝ่ายเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดในข้อนี้จะได้รับการลงนามยืนยันอีกครั้งในข้อตกลงฉบับสุดท้าย

● ข้อที่ 9: แช่แข็งสถานการณ์ปัจจุบัน (Maintain Status Quo) ควโอ 

สหรัฐฯ และอิหร่านตกลงร่วมกันว่า ในระหว่างที่กำลังเจรจาเพื่อทำข้อตกลงฉบับสุดท้าย ทั้งสองฝ่ายจะต้อง "คงสถานะเดิม" เอาไว้ โดยอิหร่านจะต้องแช่แข็งโครงการนิวเคลียร์ให้อยู่ในสภาพปัจจุบัน ส่วนสหรัฐฯ ก็จะไม่มีการประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ ๆ ต่ออิหร่าน และจะไม่เพิ่มกำลังทหารในภูมิภาคนี้เพิ่มเติม

● ข้อที่ 10: สหรัฐฯ ยอมปล่อยผี ออกข้อยกเว้นให้ขายน้ำมัน

สหรัฐฯ ให้คำมั่นสัญญาว่า นับตั้งแต่บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ได้รับการลงนาม ยาวไปจนถึงวันที่มาตรการคว่ำบาตรถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการ กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ จะทำการ "ออกใบอนุญาตข้อยกเว้น (Waivers)" ให้กับอิหร่านในการส่งออกน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และสินค้าแปรรูปที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงเปิดทางให้ระบบบริการที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นระบบธนาคาร การประกันภัย และการขนส่ง สามารถกลับมาดำเนินการได้

● ข้อที่ 11: ปลดล็อกเงินและสินทรัพย์ที่ถูกอายัดของอิหร่าน

สหรัฐฯ ให้คำมั่นสัญญาว่า เมื่อพิจารณาถึงความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงฉบับสุดท้าย เงินทุนและสินทรัพย์ต่าง ๆ ของอิหร่านที่เคยถูกแช่แข็งหรือถูกจำกัดสิทธิ์จะได้รับการปลดปล่อย และสามารถนำไปใช้งานได้เต็มจำนวน ไม่ว่าเงินเหล่านั้นจะถูกเก็บไว้ในบัญชีหลักหรือถูกโอนย้ายไปแล้วก็ตาม โดยการสั่งจ่ายเงินสามารถทำผ่าน "ผู้รับผลประโยชน์สูงสุด" ตามที่ธนาคารกลางอิหร่านเป็นผู้กำหนด และสามารถเบิกใช้ได้เต็มวงเงิน ซึ่งสหรัฐฯ รับปากว่าจะออกใบอนุญาตและอนุมัติทางกฎหมายที่จำเป็นทั้งหมดรองรับในส่วนนี้

● ข้อที่ 12: จัดตั้งกลไกตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อตกลง

อิหร่านและสหรัฐฯ ตกลงร่วมกันที่จะจัดตั้ง "กลไกการกำกับดูแล" ขึ้นมา เพื่อคอยตรวจสอบและรับรองว่าการดำเนินงานตามข้อตกลงฉบับสุดท้าย รวมถึงข้อผูกพันต่าง ๆ ในอนาคตจะเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้อง

● ข้อที่ 13: เงื่อนไขก่อนเริ่มเจรจาข้อตกลงขั้นสุดท้าย

สหรัฐฯ และอิหร่านตกลงร่วมกันว่า ทันทีที่มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ และมีการยืนยันว่าเงื่อนไขในข้อที่ 1, 4, 5, 10 และ 11 (ได้แก่ การหยุดยิง, การถอนทหาร, การเปิดช่องแคบ, การปล่อยให้ขายน้ำมัน และการปลดล็อกเงินอายัด) เริ่มมีผลบังคับใช้และดำเนินไปอย่างต่อเนื่องแล้ว ทั้งสองฝ่ายจะเปิดโต๊ะเจรจาข้อตกลงฉบับสุดท้ายเฉพาะในส่วนของข้อตกลงข้ออื่น ๆ ที่เหลืออยู่เท่านั้น

● ข้อที่ 14: ข้อตกลงต้องผ่านการรับรองจากสหประชาชาติ

ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ในอนาคต จะต้องได้รับการลงนามรับรองผ่าน "ข้อมติที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย" ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council)

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解