Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Українська แผนผังเว็บไซต์

สารานุกรมสุขภาพ 20 ก.ค.69 : นอนวันละ 7–8 ชั่วโมง แต่ทำไมช่วงกลางวันยังรู้สึกเหนื่อย เพลีย สมองตื้อ และไม่มีสมาธิ

นอนวันละ 7–8 ชั่วโมง แต่ทำไมช่วงกลางวันยังรู้สึกเหนื่อย เพลีย สมองตื้อ และไม่มีสมาธิ
นอนวันละ 7–8 ชั่วโมง แต่ทำไมช่วงกลางวันยังรู้สึกเหนื่อย เพลีย สมองตื้อ และไม่มีสมาธิ

1. นอนวันละ 78 ชั่วโมง แต่ทำไมช่วงกลางวันยังรู้สึกเหนื่อย เพลีย สมองตื้อ และไม่มีสมาธิ อาจเกิดจากร่างกายขาดสารคาร์นิทีนที่พบมากในเนื้อแดง ปลาและผลิตภัณฑ์นม

ใครเคยมีอาการแบบนี้บ้าง นอน 78 ชั่วโมงแต่ช่วงกลางวันยังคงรู้สึกเหนื่อย เพลีย ไม่มีแรง สมองตื้อ ความจำและไม่มีสมาธิ หรือเดินแค่นิดเดียวก็เหนื่อย หลายคนมักคิดว่าเกิดจากความเครียดหรือพักผ่อนไม่พอ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู ชี้ว่า อาการเหนื่อยที่นอนเท่าไรก็ไม่หาย บางครั้งปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่การนอน แต่อยู่ที่ ความสามารถในการสร้างพลังงานของเซลล์ที่ลดลงอย่างมาก

นายแพทย์หลิวปั๋วเหริน (劉博仁) ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูเปิดเผยว่า แหล่งพลังงานที่แท้จริงของร่างกายอยู่ใน ไมโตคอนเดรีย(Mitochondria)  ซึ่งเป็นอวัยวะเล็ก ๆ ภายในเซลล์ ซึ่งเปรียบเสมือนโรงไฟฟ้าของร่างกาย หากประสิทธิภาพของไมโตคอนเดรียลดลง ต่อให้นอนนานแค่ไหน ร่างกายก็อาจชาร์จพลังได้ไม่เต็มที่ ในกระบวนการเปลี่ยนพลังงาน มีสารตัวหนึ่งที่มักถูกมองข้ามคือ คาร์นิทีน (Carnitine)” ซึ่งมีหน้าที่ขนส่งกรดไขมันเข้าสู่ไมโตคอนเดรียเพื่อเผาผลาญเป็นพลังงาน เปรียบเหมือนพนักงานขนส่งในโรงงานผลิตพลังงาน หากร่างกายขาดคาร์นิทีน ไขมันก็จะเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ยาก ทำให้อาจเกิดอาการอ่อนเพลีย กล้ามเนื้อไม่มีแรง สมองล้า และฟื้นตัวช้าลง

คาร์นิทีนพบมากในเนื้อแดง ปลา และผลิตภัณฑ์นม เช่น เนื้อวัวและเนื้อแกะจะมีปริมาณค่อนข้างสูง ดังนั้นผู้ที่กินมังสวิรัติเป็นเวลานาน รับประทานอาหารไม่สมดุล ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง อาจได้รับสารนี้ไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม คุณหมอย้ำว่า ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องกินเนื้อแดงจำนวนมาก เพียงรับประทานในปริมาณเหมาะสมก็เพียงพอแล้ว

2. หลักการกินอาหารเจหรือมังสวิรัติให้ถูกวิธี

สำหรับหลาย ๆ ท่านอาจรับประทานมังสวิรัติเป็นกิจวัตร แม้ว่าการรับประทานอาหารแบบนี้ มีผลดีมากต่อร่างกาย โดยเฉพาะป้องกันโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือด อย่างไรก็ตามควรตระหนักว่า การรับประทานไม่ถูกต้อง มีผลเสียต่อร่างกายมากกว่า เรามาดูคำแนะนำของสมาคมโรคหัวใจว่า รับประทานมังสวิรัตอย่างไรจะดี

อาหารที่ประกอบด้วยผักจะมีเส้นใยและวิตามินมาก ช่วยในระบบการย่อย ป้องกันโรคอ้วน ในขณะที่มีไขมันน้อย โปรตีนและธาตุเหล็ก รวมถึงวิตามินบี 12 ซึ่งอยู่ในเนื้อสัตว์จะน้อย การรับประทานอาหารมังสวิรัติ ถ้ารับประทานไม่ถูกต้องอาจขาดสารอาหารเหล่านี้ 

เคล็ดลับการทำอาหารมังสวิรัติให้อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ

ใช้เครื่องปรุงที่มาจากธรรมชาติ เครื่องปรุงธรรมชาติเช่น ซีอิ๊วญี่ปุ่น ซอสเต้าหู้หมัก น้ำมันงา หรือน้ำมะนาว ช่วยเพิ่มรสชาติโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรุงสังเคราะห์ ทำให้อาหารอร่อยและดีต่อสุขภาพ

ผสมผักหลายสีในแต่ละจาน หลักการง่ายๆ คือ ยิ่งสีสันหลากหลาย ยิ่งได้สารอาหารครบถ้วน ผักสีแดง เขียว ส้ม เหลือง และม่วง มีสารพฤกษเคมีและวิตามินที่แตกต่างกัน การรวมผักหลายสีในจานเดียวจึงช่วยให้ได้สารอาหารรอบด้าน

เพิ่มโปรตีนพืชในทุกมื้อ โปรตีนเป็นสิ่งที่มักถูกมองข้ามในอาหารมังสวิรัติ การเพิ่มแหล่งโปรตีนจากพืชในทุกมื้อ เช่น เต้าหู้ ถั่วต่างๆ เทมเป้ หรือซีแทน (เนื้อข้าวสาลี) จะช่วยให้อิ่มนานและได้สารอาหารสำคัญสำหรับซ่อมแซมร่างกาย

ใช้น้ำมันดี เลือกใช้น้ำมันที่มีไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันอะโวคาโด ซึ่งช่วยลดคอเลสเตอรอลและดีต่อหัวใจ หลีกเลี่ยงน้ำมันปาล์มหรือน้ำมันมะพร้าวที่มีไขมันอิ่มตัวสูงในการประกอบอาหาร

ข้อควรระวังในการกินมังสวิรัติ

แม้การกินเมนูมังสวิรัติจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ก็มีข้อควรระวังที่ควรคำนึงถึง เช่น

ระวังการขาดวิตามิน B12, เหล็ก และโปรตีน วิตามิน B12 พบมากในเนื้อสัตว์ เหล็กจากพืชดูดซึมได้น้อยกว่าเนื้อสัตว์ และโปรตีนจากพืชมักไม่ใช่โปรตีนครบถ้วน จึงควรวางแผนการกินให้ดีและอาจต้องพึ่งอาหารเสริมในบางกรณี

ควรเลือกกินอาหารเสริมเมื่อจำเป็น หากกินมังสวิรัติที่ไม่รวมไข่หรือนม (เช่น วีแกน) ควรพิจารณาเสริมวิตามิน B12, วิตามินดี, แคลเซียม, สังกะสี, และโอเมก้า-3

หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปเจที่มีโซเดียมสูง อาหารเจแปรรูปบางชนิด เช่น เนื้อเทียมหรืออาหารเจสำเร็จรูป อาจมีโซเดียม  หรือสารปรุงแต่งอื่นๆ สูง ควรเลือกประกอบอาหารจากวัตถุดิบธรรมชาติดีกว่า

อาหารมังสวิรัติไม่จำเป็นต้องจืดหรือซ้ำซาก เพียงเลือกวัตถุดิบดีๆ และรู้จักปรับเมนูให้สมดุล ก็อร่อยและได้สุขภาพครบถ้วน แล้วคุณจะพบว่าการกินมังสวิรัติไม่ได้เป็นการจำกัดตัวเอง แต่เป็นการเปิดโลกใหม่ของรสชาติและสุขภาพที่ดีขึ้น

ที่มาข้อมูล

1. mnews.tw

2.hellokhunmor.com

3. mgronline.com/

ประเด็นร่วม & Podcast
สารานุกรมสุขภาพ
สารานุกรมสุขภาพ
ผู้จัดรายการ: อัญชัน ทรงพุทธิ์
เวลาออกอากาศ: วันจันทร์

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解
00:00
00:00
0.5x 1x 1.5x 2x