เมื่อไต้หวันเตรียมบังคับใช้มาตรการ ห้ามนำเศษอาหารไปเลี้ยงสุกรทั่วประเทศในปี 2027 ธุรกิจร้านอาหารต้องเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ เพราะต้นทุนกำจัดเศษอาหารอาจเพิ่มขึ้นหลายสิบเท่า ฮั่นไหลฟู้ดส์ (Han Lai Foods) เจ้าของบุฟเฟต์ชื่อดัง "ไฮ่ก่าง"(海港) และ "เต่าอวี่"(島語) จึงเลือกใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นอาวุธสำคัญในการลดปริมาณเศษอาหารและสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน
ในปี 2025 Han Lai Foods มีเศษอาหารรวมกว่า 1,101 ตัน เดิมเศษอาหารเกือบทั้งหมดถูกนำไปเลี้ยงสุกร ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพียงปีละ 400,000-500,000 เหรียญไต้หวัน แต่เมื่อช่องทางดังกล่าวจะถูกยกเลิก ต้นทุนกำจัดด้วยการทำปุ๋ยหมักอาจพุ่งเป็น กว่า 10 ล้านเหรียญไต้หวันต่อปี หรือเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20 เท่า
เพื่อรับมือ บริษัทจึงเข้าร่วม โครงการป่าฝนอัจฉริยะแห่งภาคใต้ – โครงการสาธิตด้านร้านอาหารอัจฉริยะ ของกระทรวงเศรษฐการ และติดตั้งระบบ AI ที่ภัตตาคารบุฟเฟต์ไฮ่ก่าง สาขาเกาสง ประกอบด้วย AI รับจองโต๊ะ ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า และเครื่องตรวจจับเศษอาหารอัจฉริยะ
เครื่อง AI ดังกล่าวใช้กล้องและเครื่องชั่งน้ำหนักบันทึกชนิดและน้ำหนักของอาหารที่ถูกทิ้งโดยอัตโนมัติ ก่อนนำข้อมูลไปวิเคราะห์เพื่อปรับปริมาณการเตรียมอาหาร ผลลัพธ์เพียง 3 เดือนหลังใช้งาน พบว่าเศษอาหารลดลงราว 1.6 ตัน ขณะที่ปริมาณเศษอาหารเฉลี่ยต่อคนลดจาก 140 กรัม เหลือเพียง 42 กรัม หรือลดลงถึง 70%
ข้อมูลจาก AI ยังเผยว่า อาหารที่ถูกทิ้งมากที่สุดในช่วงแรกกลับเป็นผักตกแต่งจาน เช่น แกนผักกาดหอมโรเมน พริกหวานสีเหลือง และพริกหวานสีแดง ส่งผลให้เชฟปรับการจัดจานและลดการเตรียมวัตถุดิบที่ลูกค้าไม่นิยมรับประทาน ขณะเดียวกัน ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้ายังพบว่าผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นผู้ชายอายุ 30-35 ปี และนิยมตักอาหารญี่ปุ่น อาหารทะเล และอาหารปรุงสุกก่อน ทำให้ร้านสามารถคำนวณการเตรียมวัตถุดิบได้แม่นยำยิ่งขึ้น
แม้ AI จะช่วยลดความสูญเสียได้มาก แต่การใช้งานช่วงแรกก็มีข้อผิดพลาด เช่น เคยจำแนกปลาแซลมอนเป็นเกรปฟรุต บริษัทจึงใช้แนวทาง "มนุษย์ทำงานร่วมกับ AI" โดยให้เชฟช่วยแก้ไขข้อมูลเพื่อฝึกระบบให้เรียนรู้ต่อเนื่อง
นอกจากลดเศษอาหาร ฮั่นไหลยังร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ นำเศษอาหารไปผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ใช้ปลูกมะเขือเทศ ข้าว และผัก ก่อนรับซื้อผลผลิตกลับมาใช้ในร้านอาหารของตนเอง เกิดเป็นวงจร "จากโต๊ะอาหารกลับสู่โต๊ะอาหาร" ขณะที่น้ำมันประกอบอาหารใช้แล้วยังถูกรีไซเคิลเป็นเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF) และเชื้อเพลิงสำหรับอุตสาหกรรม
บริษัทมีแผนลงทุนราว 10 ล้านเหรียญไต้หวัน เพื่อติดตั้งระบบ AI ในร้านบุฟเฟต์ 18 สาขาภายในปี 2030 พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐสนับสนุนเงินลงทุน ขยายกำลังการกำจัดเศษอาหาร และกำหนดมาตรฐานการคัดแยกที่ชัดเจน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สามารถปรับตัวได้ทันกับกฎหมายใหม่
กรณีของฮั่นไหลสะท้อนว่า การใช้ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ แต่กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญในการลดการสูญเสียอาหาร ลดต้นทุน และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารสู่ความยั่งยืนในอนาคต