Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

สถานีส่งต่อความหวัง - กิจกรรม “ความหวังเริ่มต้นจากเส้นผม”

กิจกรรม “ความหวังเริ่มต้นจากเส้นผม” เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2026
กิจกรรม “ความหวังเริ่มต้นจากเส้นผม” เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2026

     มูลนิธิความหวังผู้ป่วยมะเร็ง (Cancer Hope Foundation) ได้จัดกิจกรรมครั้งแรกของปีภายใต้โครงการ “ความหวังเริ่มต้นจากผม” โดยมีประชาชนร่วมใจกันมาบริจาคเส้นผมกว่า 100 คน ผู้บริจาคมีอายุตั้งแต่ 3 ขวบไปจนถึง 72 ปี โดยเกือบ 60% เป็นการบริจาคครั้งแรก และมีผู้บริจาคเพศชายเข้าร่วมด้วยถึง 10%

     ซูเหลียนอิง (蘇連瓔) ประธานมูลนิธิความหวังผู้ป่วยมะเร็ง เปิดเผยว่า กิจกรรมนี้ดำเนินมาเป็นปีที่ 21 แล้ว และมียอดผู้เข้าร่วมบริจาคเส้นผมสะสมเกือบ 120,000 คนครั้ง สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือการได้เห็นเด็ก ๆ หลายคนเติบโตขึ้นไปพร้อม ๆ กับกิจกรรมนี้ และได้เห็นพลังน้ำใจถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นหลังอย่างไม่ขาดสาย

     ซูเหลียนอิงกล่าวว่า ในแต่ละปีมีผู้ป่วยมะเร็งประมาณ 100,000 คนที่ต้องเผชิญกับภาวะผมร่วงเนื่องจากการรักษา ผู้ป่วยจำนวนมากไม่กล้าออกจากบ้านเพราะรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไป และหวาดกลัวสายตาที่มองมาด้วยความผิดปกติ จนบางคนถึงขั้นถอดใจล้มเลิกการรักษาและทำให้เกิดความล่าช้าในการรักษาโรค

     ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิความหวังผู้ป่วยมะเร็งจึงได้จัดตั้ง “ธนาคารวิกผม” ขึ้นเป็นแห่งแรกตั้งแต่ปี 2002 เพื่อให้บริการยืมวิกผมฟรีแก่ผู้ป่วย เพื่อช่วยรักษาภาพลักษณ์และความมั่นใจ ตลอดจนลดแรงกดดันทางจิตใจในระหว่างการรักษา และเพื่อให้ผู้ป่วยได้สัมผัสประสบการณ์การสวมใส่วิกที่สบายและดูเป็นธรรมชาติที่สุด ทางมูลนิธิฯ จึงได้เริ่มเปิดรับบริจาคเส้นผมเพื่อนำมาผลิตเป็นวิกผมแท้ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา เพื่ออยู่เคียงข้างและช่วยให้ผู้ป่วยมีแรงใจรับการรักษาต่อไป

     ในปี 2015 มูลนิธิฯ ได้ขยายขอบเขตโครงการให้กว้างขึ้น โดยเชิญชวนประชาชนทั่วไปมาบริจาคผมร่วมกัน ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีใน 3 เมืองใหญ่ ได้แก่ กรุงไทเป นครไทจง และนครเกาสง ต่อมาในปี 2022 ได้มีการสอดแทรกแนวคิด “ชีวิตศึกษา” เข้าไปในกิจกรรม เพื่อให้ผู้บริจาคได้ลองสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงทางรูปลักษณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากการรักษาโรค และได้ตั้งชื่อกิจกรรมอย่างเป็นทางการว่า "โส่ววั่งเซียงจู้" (首望相助)

     คำว่า “โส่ววั่ง” (首望) สื่อความหมายถึงการให้กำลังใจและสนับสนุนตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอก ส่วน “เซียงจู้” (相助) หมายถึงการที่มูลนิธิและสังคมร่วมมือกันช่วยเหลือผู้ป่วยให้กลับมายืนหยัดด้วยความมั่นใจและกล้าเผชิญหน้ากับความท้าทายในชีวิต

     ในบรรดาผู้บริจาคผมปีนี้ มีเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปีเข้าร่วมถึงครึ่งหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีอดีตผู้ป่วยที่เคยผ่านการรักษามะเร็ง ผู้ดูแลที่เคยเคียงข้างครอบครัวต่อสู้กับโรคร้าย รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ทำงานสาธารณประโยชน์มาอย่างยาวนาน เส้นผมทุก ๆ ช่อต่างมีเรื่องราวเบื้องหลังซ่อนอยู่ และเรื่องราวเหล่านี้ได้หลอมรวมกันเป็นพลังใจที่ยิ่งใหญ่ให้กับผู้ป่วย

     ตัวอย่างเช่น จื้อเฉิง (智乘) ชายหนุ่มวัย 25 ปี ผู้มีเส้นทางชีวิตที่ต่างจากผู้บริจาคทั่วไป เขาตรวจพบว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองตอนเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 3 และเมื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัยก็ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำลายอีกครั้ง เขาผ่านการรักษามะเร็งมาถึง 2 ครั้ง และผ่านการฉายรังสีมามากกว่า 62 ครั้ง จนกระทั่งรักษาหายและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ หลังจากปลดประจำการทหาร เขาเริ่มไว้ผมยาวโดยตั้งใจแน่วแน่ว่าจะนำผมนี้ไปบริจาคให้แก่ผู้ป่วยที่กำลังรักษาและต้องเผชิญภาวะผมร่วง โดยเขากล่าวให้กำลังใจผู้ป่วยคนอื่น ๆ ว่า “มะเร็งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ขอให้เชื่อมั่นในตัวคุณหมอและทีมแพทย์ มองทุกอย่างในแง่บวกเข้าไว้”

     ผู้บริจาคอีกท่านหนึ่งคือ ซื่อผิง (詩苹) เธอเล่าว่าน้องสาวของเธอตรวจพบเนื้องอกในสมองตอนอายุ 20 ปี และได้จากไปหลังจากเข้ารับการผ่าตัดถึง 7 ครั้งในช่วงเวลา 2 ปี ในตอนนั้นซื่อผิงอยากจะโกนศีรษะเป็นเพื่อนน้องสาว แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ทำก่อนที่น้องจะจากไป หลังจากน้องสาวเสียชีวิต เธอจึงตั้งใจไว้ผมยาวนานถึง 4 ปี เพื่อทำตามปณิธานที่ยังค้างคาให้สำเร็จด้วยการบริจาคผม และอยากส่งต่อประโยคที่เธอเคยพูดปลอบโยนน้องสาวที่ว่า “All will be fine” (ทุกอย่างดีขึ้น) ให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งทุกคนที่กำลังเข้ารับการรักษาในตอนนี้

     ซูเหลียนอิงกล่าวทิ้งท้ายว่า การผลิตวิกผมแท้นั้น นอกจากจะต้องใช้ช่อผมที่แข็งแรงและตรงตามมาตรฐานแล้ว วิกผมแต่ละหัวยังมีต้นทุนค่าผลิตสูงถึงประมาณ 5,000 เหรียญไต้หวัน ตลอดหลายปีที่ผ่านมาโครงการนี้จึงจำเป็นต้องพึ่งพาการสนับสนุนร่วมกันจากทั้งภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไป

     ผ่านโครงการนี้ ในแต่ละปีมีผู้ป่วยมะเร็งต่อนับพันรายที่ได้รับประโยชน์ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นฟูภาพลักษณ์และความมั่นใจภายนอกเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นให้สังคมหันมาใส่ใจถึงความต้องการด้านจิตใจและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งมากขึ้น เพื่อให้ความรักและการเคียงข้างนี้ถูกส่งต่อไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解