สวัสดีครับแฟน ๆ รายการทุกท่าน! ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายการ "อะไรๆ ในไต้หวัน" (台灣泰好玩) กับผม ดีเจ ธีระ หยาง (亓淞) ที่จะพาทุกคนไปซอกแซก ค้นหาเรื่องราวสุดอันซีนและพิกัดท่องเที่ยวเด็ด ๆ ทั่วเกาะไต้หวันกันแบบเจาะลึกเช่นเคยครับ! คุณผู้ฟังครับ ก้าวเข้าสู่ช่วงเดือนสิงหาคมแบบนี้ ถ้าถามผมว่าภาพจำของธรรมชาติที่งดงามและน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดของไต้หวันในช่วงปลายฤดูร้อนต่อต้นฤดูใบไม้ร่วงคืออะไร? คำตอบเดียวในใจของผมและคนไต้หวันจำนวนมากก็คือ "เทศกาลดอกไม้จีนฮัวเหลียน" (花蓮金針花季) ครับ! ขอบอกเลยว่านี่คืออีเวนต์ธรรมชาติระดับแลนด์มาร์กของเมืองบนเขาในฝั่งตะวันออกที่ทุกคนเฝ้ารอคอย โดยในปีนี้ "เทศกาลดอกไม้จีน ฮัวเหลียน ประจำปี 2026" มีกำหนดการจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม ไปจนถึงวันที่ 11 ตุลาคม 2026 นี้ครับ! พิกัดหลักที่เราจะพาทุกคนไปตะลุยกันในวันนี้ มีอยู่ 2 ขุนเขาชื่อดังในฮัวเหลียน นั่นก็คือ เขาชื่อเคอซาน (赤科山-พิกัด) ในตำบลอวี่หลี่ (玉里鎮) และ เขาลิ่วสือสือซาน (六十石山) ในตำบลฟู่หลี่ (富里鄉) ครับ เมื่อถึงเวลานั้น ดอกไม้เข็มทองสีเหลืองอร่ามดั่งทองคำจะบานสะพรั่งเต็มหุบเขา ตัดกับเส้นขอบฟ้าสีครามและปุยเมฆสีขาวของหุบเขาทางตะวันออก เป็นทัศนียภาพที่สวยงามราวกับภาพวาด และที่สำคัญคือเป็น "วิวจำกัดเฉพาะฤดูกาล" เท่านั้นนะครับ! ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงเลยล่ะครับ ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกแต่ละเขากัน ทราบไหมครับว่าทำไมดอกไม้จีน หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า "จินเจินฮวา" (金針花) ถึงได้ชื่อว่าเป็น "ดอกไม้วันเดียว" (一日花 - อี้รื่อฮวา)? นั่นก็เพราะว่าดอกไม้ชนิดนี้มีวงจรชีวิตที่สั้นและมหัศจรรย์มากครับ ดอกตูมที่แก่เต็มที่จะมีอายุอยู่ได้เพียงแค่วันเดียวเท่านั้น และในเช้าวันถัดไปพวกมันก็จะเบ่งบานต้อนรับแสงตะวันทันที หากเกษตรกรเก็บเกี่ยวไม่ทันปล่อยให้บานเต็มที่ ก็จะไม่สามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารได้ ดังนั้น ดอกไม้สีเหลืองทองที่เราได้เห็นเต็มภูเขา จึงเป็นดอกไม้ที่บานสะพรั่งอวดโฉมความงามให้เราชมเพียงแค่ชั่วระยะเวลาสั้น ๆ ก่อนจะร่วงโรยไปนั่นเองครับ สำหรับปีนี้ ใครที่แพลนจะเดินทางไปชื่นชมความงาม แนะนำให้เช็กข้อมูลและหลีกเลี่ยงช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่มีคนหนาแน่นนะครับ เนื่องจากทางอุทยานและท้องถิ่นจะมีการจำกัดและควบคุมการจราจรบนภูเขาเพื่อความปลอดภัย แนะนำให้เดินทางไปเที่ยววันธรรมดาจะชิลที่สุดครับ! (ภาพจาก FB เทศบาลเมืองฮัวเหลียน)

- ช่วงถัดไปของรายการในวันนี้เราจะพากันไปลุยแลนด์มาร์กธรรมชาติระดับท็อปฮิตที่ตั้งอยู่ใกล้ชิดติดขอบเมืองไทเปชนิดที่นั่งรถไฟใต้ดินต่อรถบัสแป๊บเดียวก็ถึง นั่นก็คือ อุทยานแห่งชาติหยางหมิงซาน ครับ! ที่นี่ไม่ใช่แค่ภูเขาลูกเดียวนะครับ แต่เป็นกลุ่มภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางถึง 11,338 เฮกตาร์ กินอาณาบริเวณตั้งแต่เขตเป่ยโถว และเขตซื่อหลิน ของไทเป ไปจนถึงเขตนิวไทเปอย่างหว่านหลี่ จินซาน และตั้นสุ่ย เลยทีเดียวครับ แต่ก่อนที่เราจะไปเดินชมความงามของธรรมชาตินั้น ทราบกันไหมครับว่ากว่าจะมาเป็นอุทยานแห่งชาติหยางหมิงซานในปัจจุบัน พื้นที่แห่งนี้มีตำนานและประวัติศาสตร์ที่ดุเดือดและน่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะครับ!
ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 17 ในบันทึกของชาวสเปนและเนเธอร์แลนด์ระบุว่า บริเวณที่เรียกว่า หุบเขากำมะถัน นั้นเป็นแหล่งแร่กำมะถันชั้นยอด ชนพื้นเมืองโบราณอย่าง เผ่าเป่ยโถว ขุดกำมะถันไปค้าขายจนร่ำรวยมาก่อนที่ชาวตะวันตกจะเข้ามาเสียอีกครับ พอมาถึงยุคราชวงศ์ชิง หรือทางการจีนในตอนนั้นกลัวว่าพวกโจรผู้ร้ายกบฏจะเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าและแอบขโมยขุดกำมะถันไปทำดินปืน ทางการก็เลยสั่ง "จุดไฟเผาป่า" เป็นประจำทุกปีครับ! เผากันจนป่าไม้ใหญ่ขึ้นไม่ได้ เหลือเพียงแต่ต้นหญ้าคาอู่เจี๋ยหมางหรือต้นหญ้ามิสแคนธัสที่ขึ้นปกคลุมไปทั่วทั้งภูเขา ด้วยเหตุนี้เอง คนโบราณจึงเรียกภูเขาแถบนี้ว่า "เฉ่าซาน" (草山) ซึ่งแปลตรงตัวว่า "ภูเขาหญ้า" นั่นเองครับ! พอเข้าสู่ยุคที่ญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน ในปี 1927 ได้มีการจัดโหวต "8 วิว 12 สถานที่ยอดเยี่ยมของไต้หวัน" และเฉ่าซานก็ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 12 สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามที่สุด จนชาวญี่ปุ่นขนานนามที่นี่ว่าเป็น "ฮาโกเนะแห่งไต้หวัน" และตั้งให้เป็น อุทยานแห่งชาติต้าถุน ในปี 1937 แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ชื่อ "เฉ่าซาน" หายไปและกลายเป็น "หยางหมิงซาน" เกิดขึ้นในปี 1950 ครับ หลังจากที่รัฐบาลก๊กมินตั๋งย้ายมายังไต้หวัน อดีตประธานาธิบดี เจียงไคเชก ได้ย้ายเข้าไปพำนักที่เฉ่าซาน ทว่ากลับถูกนักปราชญ์ชื่อดังอย่างอวี้จวิน พูดจาเหน็บแนมประชดประชันว่า การพำนักอยู่ที่ภูเขาหญ้าหรือเฉ่าซานนั้น เปรียบเสมือนสุภาษิตจีนที่ว่า "หนีไปกบดานบนเขาหญ้า" (落草為寇) หรือแปลง่ายๆ ว่า "หนีไปเป็นโจร" ครับ! ท่านเจียงไคเชกฟังแล้วคงรู้สึกไม่เป็นมงคลอย่างยิ่ง ประกอบกับความเลื่อมใสส่วนตัวในตัว หวังหยางหมิง นักปราชญ์ลัทธิขงจื๊อใหม่ผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์หมิง ท่านจึงสั่งให้เปลี่ยนชื่อภูเขาแห่งนี้ทั้งหมดเป็น "หยางหมิงซาน" เพื่อระลึกถึงแนวคิดและการปฏิบัติตนของหวังหยางหมิงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาครับ!

เอาล่ะครับ หลังจากที่เราได้ฟังเรื่องราวในอดีตกันไปแล้ว ทีนี้เรามาเริ่มออกเดินทางสำรวจจุดแรกกันเลยดีกว่า! สำหรับสายประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมโบราณ ที่หยางหมิงซานมีจุดที่น่าสนใจมากๆ อยู่หลายจุดเลยครับ เริ่มต้นกันที่ คฤหาสน์เฉ่าซาน (草山行館 - เฉ่าซาน สิงก่วน) คฤหาสน์แห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับลานจอดรถแห่งที่หนึ่งของอุทยาน มีพื้นที่กว้างขวางถึง 549 ผิง ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมที่สร้างขึ้นในทศวรรษ 1920 เพื่อเป็นเรือนรับรองของบริษัทน้ำตาลไต้หวัน ก่อนที่ประธานาธิบดีเจียงไคเชกจะเลือกใช้เป็นทำเนียบประธานาธิบดีแห่งแรกในไต้หวันเมื่อปี 1949 แม้ว่าในปี 2007 จะเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่จนตัวอาคารเสียหายเกือบทั้งหมด แต่ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนทำให้ได้รับการบูรณะและเปิดให้ประชาชนเข้าชมความงามได้อีกครั้งในปลายปี 2011 ครับ ปัจจุบันด้านในมีร้านน้ำชาและอาหารสไตล์ฟิวชั่นให้เราได้นั่งจิบชาอุ่นๆ ชมวิวสวนสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมที่มีมนต์ขลังสุดๆ เลยล่ะครับ ถัดไปไม่ไกลกันคือ บ้านหนังสือหยางหมิง (陽明書屋 ) หรือที่อดีตเคยมีชื่อว่า "บ้านพักจงซิง" (中興賓館) สร้างขึ้นในปี 1969 บนเนินเขาสูงประมาณ 15 เฮกตาร์ ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง หวงเป่าหวี เป็นอาคารสวนจีนแบบ 2 ชั้นที่หรูหราทว่าเงียบสงบ บนระเบียงชั้นสองของอาคารนี้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์อันงดงามตระการตาของภูเขากว่านอินซาน และแม่น้ำตั้นสุ่ยไหลผ่านได้อย่างชัดเจน ภายในยังคงจัดแสดงเครื่องเรือน ภาพวาดของมาดามซ่งเหม่ยหลิง และห้องประชุมประวัติศาสตร์ที่เคยใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองระดับโลกเอาไว้อย่างครบถ้วนครับ และอีกแห่ง ถ้าใครมาเที่ยวหยางหมิงซานแล้วไม่มาถ่ายรูปเช็คอินที่นี่ ถือว่ามาไม่ถึงนะครับ! นั่นก็คือ สวนสาธารณะหยางหมิง (陽明公園) ในอดีตสวนแห่งนี้เคยเป็นคฤหาสน์ส่วนตัวของนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นชื่อ ยามาโมโตะ โยชิโนบุ (山本義信) ชื่อว่าสวนอวี่อี (羽衣園) ไฮไลท์สำคัญของสวนหยางหมิงคือ นาฬิกาดอกไม้ (花鐘 - ฮวาจง) ยักษ์ขนาดใหญ่ยักษ์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 13 เมตร ซึ่งได้รับการสนับสนุนและติดตั้งโดยบริษัทนาฬิกาชื่อดังอย่างราโด (Rado) จากสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ปี 1965 จุดเด่นคือนาฬิกานี้จะประดับประดาด้วยดอกไม้ตามฤดูกาลสีสันสดใส และจะบรรเลงดนตรีบอกเวลาอันไพเราะทุกๆ ครึ่งชั่วโมงตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นครับ ด้านหลังนาฬิกาดอกไม้ยังมี หอซินไฮ่กวางฟู่ (辛亥光復樓) ซึ่งเป็นอาคารสไตล์พระราชวังจีนโบราณสีแดงเด่นสง่าสะดุดตา สร้างขึ้นในปี 1971 โดยท่านเจียงไคเชกเพื่อรำลึกถึงวันครบรอบ 60 ปีของการปฏิวัติซินไฮ่ ที่นี่เป็นจุดชมทัศนียภาพของแอ่งไทเป (台北盆地) และป่าเปลี่ยนสีรอบด้านที่สวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งเลยครับ! สัปดาห์นี้เวลาหมดเสียแล้ว เราไปเที่ยวตามรอยประวัติศาสตร์บนหยางหมิงซานกันไปพอหอมปากหอมคอแล้ว สัปดาห์หน้า เรามาเที่ยวธรรมชาติชมป่า ชมนก ชมไม้บนหยางหมิงซานกันต่อนะครับ!