Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Українська แผนผังเว็บไซต์

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569

ไขปัญหาแรงงาน ร่วมใจรักษาความสะอาด สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับทุกคน
ไขปัญหาแรงงาน ร่วมใจรักษาความสะอาด สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับทุกคน

1. ร่วมใจรักษาความสะอาด สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับทุกคน

      ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในไต้หวันเพิ่มขึ้นต่อเนื่องใกล้จะถึง 1 ล้านคนในอีกไม่นาน คนจำนวนมากที่เดินทางมาจากประเทศต่าง ๆ แน่นอนต้องสร้างปัญหาที่ทำให้เจ้าบ้านไม่พอใจอยู่บ้างเป็นของธรรมดา เรื่องที่จะกล่าวถึงในวันนี้ก็คือการทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง

      ไต้หวันให้ความสำคัญกับความสะอาดของสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สาธารณะ สถานีรถไฟ หรือเส้นทางปีนเขา การทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทางจึงเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน

แยกขยะให้ถูกประเภท

      ขยะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล (กระดาษ พลาสติก แก้ว อลูมิเนียม แบตเตอรี่ใช้แล้ว) และขยะเปียก (เศษอาหารปรุงสุกและเศษอาหารสด) การแยกขยะให้ถูกต้องช่วยให้สภาพแวดล้อมสะอาดยิ่งขึ้น

เตรียมถุงขยะติดตัวเสมอ

      เมื่อออกไปทำกิจกรรมในที่สาธารณะ หรือไปเที่ยวปีนเขาในวันหยุด ควรพกถุงขยะส่วนตัวไปด้วย เพื่อใส่ขวดพลาสติก บรรจุภัณฑ์อาหาร กระดาษชำระ และเปลือกผลไม้ แล้วนำกลับมาทิ้งให้ถูกที่ ไม่ทิ้งเรี่ยราดไว้ตามสถานที่ต่างๆ พร้อมทั้งลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยพกกระบอกน้ำและภาชนะที่นำมาใช้ใหม่ได้

อย่าให้ภาพลักษณ์ของเราถูกมองในแง่ลบ

      ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่ชาวไต้หวันแสดงความไม่พอใจกับพฤติกรรมการทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง โดยเฉพาะที่ลานหน้าสถานีรถไฟหลายที่เต็มไปด้วยขยะในช่วงวันหยุด จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ว่าเป็นฝีมือของแรงงานต่างชาติที่มารวมตัวกัน แม้จะมีผู้ที่ออกมาแย้งว่าคนไต้หวันเองก็ทิ้งขยะไม่แพ้กัน แต่เหตุการณ์เช่นนี้ก็สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของพวกเราโดยไม่จำเป็น

      ขอให้ทุกคนช่วยกันรักษาความสะอาด ทิ้งขยะให้เป็นที่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในไต้หวัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่มีระเบียบและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

      ทั้งนี้ การทิ้งขยะเรี่ยราดยังมีโทษปรับตามกฎหมายตั้งแต่ 1,000-6,000 เหรียญไต้หวัน จึงควรระมัดระวังและปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ร่วมมือกันรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมสร้างไต้หวัน ซึ่งเป็นสถานที่ให้เราทำงาน เก็บเงิน และสร้างฐานะครอบครัว ให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น

2. ชาวจางฮั่วเดือด! แรงงานต่างชาติยึดพื้นที่และทิ้งขยะเกลื่อนหน้าสถานีรถไฟ นายกเทศมนตรีนำทีมประชาสัมพันธ์

      ลานด้านหน้าสถานีรถไฟจางฮั่วกลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ เมื่อชาวเมืองจำนวนหนึ่งพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเต็มไปด้วยขวด กระป๋อง ก้นบุหรี่ และขยะนานาชนิด สภาพสกปรกจนเกินรับได้ จนมีผู้โพสต์ข้อความวิจารณ์อย่างรุนแรงว่า ในช่วงวันหยุดมักมีแรงงานต่างชาติมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก และมีพฤติกรรมทิ้งขยะอย่างไม่รับผิดชอบ ถึงขั้นเปรียบเปรยว่าเป็น "เนื้อร้ายของเมือง" อย่างไรก็ตาม ก็มีชาวเน็ตอีกฝ่ายออกมาท้วงติงว่า คนไต้หวันเองก็มีส่วนทิ้งขยะไม่แพ้กัน ไม่ควรเหมาโทษให้แรงงานต่างชาติเพียงฝ่ายเดียว

นายหลินซื่อเสียน (เสื้อเหลือง) นายกเทศมนตรีเทศบาลจางฮั่ว นำทีมไปประชาสัมพันธ์ให้แรงงานต่างชาติช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมที่หน้าสถานีรถไฟ (ภาพจากฝ่ายรักษาความสะอาด เทศบาลจางฮั่ว)

      ด้านเทศบาลเมืองจางฮั่วชี้แจงว่า ปกติมีเจ้าหน้าที่เข้าทำความสะอาดลานหน้าสถานีทุกวันอยู่แล้ว และจะเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลพื้นที่มากขึ้น พร้อมขอความร่วมมือจากทุกคนให้ช่วยกันทิ้งขยะลงถัง หรือนำกลับไปทิ้งที่บ้าน เพื่อรักษาพื้นที่สาธารณะให้สะอาดและน่าอยู่ และนายหลินซื่อเสียน นายกเทศมนตรีเทศบาลจางฮั่ว นำทีมเดินทางไปประชาสัมพันธ์ให้แรงงานต่างชาติช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมโดยแจกแผ่นพับภาษาต่าง ๆ ถึงหน้าสถานีรถไฟ

      ชาวบ้านรายหนึ่งเล่าว่า ลานหน้าสถานีรถไฟจางฮั่วเป็นจุดรวมตัวของแรงงานต่างชาติหลากสัญชาติมานาน โดยจะพบเห็นได้ทุกเย็นและหนาแน่นเป็นพิเศษในวันหยุด ซึ่งมักมานั่งดื่มเหล้าสูบบุหรี่กัน ด้วยความโอบอ้อมอารีคนไต้หวันก็พร้อมต้อนรับทุกคนอย่างเท่าเทียม แต่ไม่คาดคิดว่าจะต้องเห็นภาพขยะและก้นบุหรี่ถูกทิ้งเกลื่อนกลาดสกปรกถึงเพียงนี้ แม้จะมีแรงงานบางส่วนที่ปฏิบัติตามกฎอย่างดี แต่ภาพความวุ่นวายในวันหยุดก็ทำให้หลายคนไม่กล้าเดินผ่าน

นายหลินซื่อเสียน (เสื้อเหลือง) นายกเทศมนตรีเทศบาลจางฮั่ว นำทีมไปประชาสัมพันธ์ให้แรงงานต่างชาติช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมที่หน้าสถานีรถไฟ (ภาพจากฝ่ายรักษาความสะอาด เทศบาลจางฮั่ว)

      ขณะเดียวกัน ก็มีชาวเน็ตบางส่วนไม่เห็นด้วยกับการชี้นิ้วไปที่แรงงานต่างชาติฝ่ายเดียว โดยมองว่าขยะเหล่านั้นอาจมาจากคนท้องถิ่นเองด้วย เพราะพฤติกรรมก็ไม่ต่างกันมากนัก จึงไม่ควรกล่าวโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะ และยังตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาลักษณะนี้พบได้ในสถานีรถไฟหลายเมืองทั่วไต้หวัน ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่จางฮั่ว และเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยากในระยะสั้น

เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาด สำนักสิ่งแวดล้อมลงพื้นที่รณรงค์ให้แรงงานต่างชาติช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อม (ภาพจากฝ่ายรักษาความสะอาด เทศบาลจางฮั่ว)

      หน่วยงานทำความสะอาดของเทศบาลเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาเคยลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ไม่ให้ทิ้งขยะเรี่ยราดแล้ว แต่เนื่องจากกลุ่มแรงงานต่างชาติที่มารวมตัวมีเวลาไม่แน่นอน บวกกับอุปสรรคด้านภาษา ทำให้ผลลัพธ์ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ จึงมีแผนเพิ่มความเข้มข้นในการประชาสัมพันธ์และตักเตือนอย่างต่อเนื่องต่อไป

ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านเมืองจางฮั่วร้องเรียนว่า แรงงานต่างชาติจำนวนมากเดินทางไปพักผ่อนและเล่นน้ำในลำธารเมาหลัวซี ทิ้งขยะเกลื่อน

      ไม่เพียงแต่หน้าสถานีรถไฟเท่านั้น ตามสวนสาธารณะและริมลำธารซึ่งเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจก็พบปัญหาขยะเกลื่อนกลาดเช่นกัน ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยตรง เจ้าหน้าที่ระบุว่าแม้การมาพักผ่อนจะไม่ผิดกฎหมาย แต่หากก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม มีโทษปรับสูงสุดถึง 6,000 เหรียญไต้หวัน

ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านเมืองจางฮั่วร้องเรียนว่า แรงงานต่างชาติจำนวนมากเดินทางไปพักผ่อนและเล่นน้ำในลำธารเมาหลัวซี ทิ้งขยะเกลื่อน

      ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านในตำบลเฟินหยวน เมืองจางฮั่ว ก็เคยร้องเรียนปัญหาคล้ายกัน โดยระบุว่าในช่วงวันหยุดมักมีแรงงานต่างชาติจำนวนมากมาพักผ่อนริมลำธารเมาหลัวซี ทั้งจับปลา ย่างเนื้อ และดื่มสุราสังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน แต่กลับทิ้งขยะไว้เกลื่อนกลาดทั่วบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นกระป๋องเครื่องดื่ม ขวดสุรา เศษตาข่ายจับปลา จนถึงเตาย่างที่ถูกเผาจนเสียรูป ทำให้พื้นที่ธรรมชาติซึ่งเคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศเสื่อมโทรมลงอย่างน่าเสียดาย

3. กระทรวงแรงงานไต้หวันแจง “6 ข้อห้าม” ในการจ่ายค่าจ้าง เตือนนายจ้างต้องจ่ายครบ-ตรงเวลา ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 1 ล้านเหรียญ

      กระทรวงแรงงานไต้หวันออกมาเตือนว่า “ค่าจ้าง” คือสิทธิขั้นพื้นฐานและเงื่อนไขที่สำคัญที่สุดในการจ้างงาน นายจ้างทุกรายมีหน้าที่จ่ายค่าจ้างให้ครบถ้วนและตรงเวลาตามที่ระบุไว้ในสัญญาจ้างและกฎหมายมาตรฐานแรงงาน เพื่อป้องกันการฝ่าฝืนที่อาจเกิดขึ้น กระทรวงฯ ได้รวบรวมรูปแบบความผิดที่พบบ่อยในกลุ่มแรงงานท้องถิ่นและแรงงานต่างชาติไว้ 6 ข้อ พร้อมกำชับให้นายจ้างตรวจสอบระบบจ่ายเงินเดือนของตนเองโดยละเอียด เพราะหากตรวจพบการฝ่าฝืน อาจถูกปรับสูงสุดถึง 1 ล้านเหรียญไต้หวัน และถูกประกาศชื่อสถานประกอบการพร้อมชื่อผู้รับผิดชอบต่อสาธารณะ

1. จ่ายค่าจ้างต่ำกว่าขั้นต่ำ ความผิดที่พบมากที่สุด

      หวงฉีหย่า ผู้อำนวยการกองมาตรฐานแรงงานและความเสมอภาคในการจ้างงาน เปิดเผยว่าความผิดที่พบบ่อยที่สุดคือการจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำ โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ค่าจ้างขั้นต่ำของไต้หวันอยู่ที่ 29,500 เหรียญไต้หวันต่อเดือน หรือ 196 เหรียญไต้หวันต่อชั่วโมงสำหรับลูกจ้างรายชั่วโมง

      ในทางปฏิบัติ นายจ้างบางรายตกลงจ่ายค่าจ้างแรงงานท้องถิ่นเป็นรายวัน เช่น ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ได้ค่าจ้างวันละ 1,000 เหรียญ ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วเท่ากับชั่วโมงละ 125 เหรียญเท่านั้น ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมาย ถือว่าผิดกฎหมายทันที

      นอกจากนี้ ลูกจ้างที่อยู่ภายใต้มาตรา 84-1 เช่น พนักงานรักษาความปลอดภัย ซึ่งมีชั่วโมงทำงานปกติแตกต่างจากลูกจ้างทั่วไป ค่าจ้างขั้นต่ำต้องคำนวณตามชั่วโมงทำงานที่ได้รับอนุมัติจริง หากนายจ้างจ่ายเพียง 29,500 เหรียญต่อเดือนโดยไม่สอดคล้องกับจำนวนชั่วโมงที่ทำงานยาวนานกว่านั้น ก็ถือว่าผิดกฎหมายเช่นกัน

2. ห้ามจ่ายเงินเดือนล่าช้า หรือเปลี่ยนวิธีรับเงินตามใจชอบ

      ปัญหาที่พบบ่อยอีกประการคือการไม่จ่ายค่าจ้างตามวันที่ตกลงกันไว้ กฎหมายกำหนดให้นายจ้างและลูกจ้างต้องตกลงล่วงหน้าอย่างชัดเจนเรื่องวิธีการและวันจ่ายค่าจ้าง โดยต้องจ่ายอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และสำหรับแรงงานต่างชาติต้องระบุวันจ่ายที่แน่นอนไว้ในสัญญาจ้าง

      กรณีที่พบเป็นประจำ ได้แก่ การเลื่อนจ่ายเงินเดือนหลังลูกจ้างลาออก การเปลี่ยนจากโอนเงินเป็นให้มารับเงินสดเองโดยไม่ได้รับความยินยอม หรือการเลื่อนวันจ่ายเงินเดือนเพราะตรงกับวันหยุดหรือเทศกาลตรุษจีน

      กระทรวงแรงงานย้ำว่า หากไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง นายจ้างยังคงต้องจ่ายค่าจ้างภายในวันที่กำหนดเดิม แม้ลูกจ้างจะลาออกไปแล้วก็ตาม และหากยังคำนวณยอดเงินทั้งหมดไม่เสร็จ ก็ต้องจ่ายตามวันและวิธีที่ตกลงกันไว้แต่เดิม ห้ามจ่ายเงินเดือนล่าช้า หรือเปลี่ยนวิธีรับเงินโดยพลการ

3. ห้ามหักค่าเครื่องแบบ ค่าปรับ หรือค่าเสียหายจากเงินเดือนโดยพลการ

      อีกหนึ่งรูปแบบความผิดคือการหักเงินเดือนหรือจ่ายค่าจ้างไม่ครบ ตามมาตรา 22 ของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเต็มจำนวนให้ลูกจ้างโดยตรง แต่ในทางปฏิบัติมักพบว่านายจ้างนำค่าเครื่องแบบที่ไม่ได้ส่งคืน ค่าเสียหายจากอุบัติเหตุรถบริษัท ค่าปรับจราจร หรือแม้แต่การมาสายเพียงไม่กี่นาที มาหักออกจากเงินเดือนทันที

      กระทรวงแรงงานระบุชัดว่า หากยังมีข้อโต้แย้งเรื่องความรับผิดชอบในการชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าปรับ นายจ้างไม่มีสิทธิหักเงินจากค่าจ้างฝ่ายเดียว การฝ่าฝืนถือเป็นความผิดทันที

4. ต้องจัดทำบัญชีค่าจ้าง และแจกสลิปเงินเดือนที่มีภาษาแม่กำกับทุกเดือน

      ความผิดที่พบเป็นประจำอีกข้อคือการไม่จัดทำบัญชีค่าจ้าง หรือไม่แจ้งรายละเอียดการคำนวณเงินเดือน ตามกฎหมายแล้วนายจ้างต้องจัดทำบัญชีค่าจ้างและมอบเอกสารแสดงรายละเอียดการคำนวณให้ลูกจ้างทุกเดือนโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่รอให้ลูกจ้างร้องขอเอง เอกสารดังกล่าวสามารถส่งเป็นกระดาษ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีอื่นใดที่ลูกจ้างเข้าถึงและพิมพ์ออกมาได้ทุกเมื่อ หากนายจ้างไม่เก็บบัญชีค่าจ้างหรือไม่ส่งสลิปเงินเดือน รวมถึงกรณีสลิปของแรงงานต่างชาติไม่มีภาษาแม่กำกับ ก็อาจถูกลงโทษตามกฎหมายได้

5. ค่าล่วงเวลาต้องจ่ายครบทุกนาที ห้ามปัดเศษทิ้ง

      สำหรับการทำงานล่วงเวลา กระทรวงแรงงานระบุว่าเมื่อลูกจ้างทำงานเกินเวลาปกติหรือมาทำงานในวันหยุดพัก นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาตามที่กฎหมายกำหนด

      หากลูกจ้างต้องการเปลี่ยนค่าล่วงเวลาเป็นวันหยุดชดเชย ต้องเป็นความสมัครใจของลูกจ้างและได้รับความเห็นชอบจากฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง บริษัทไม่มีสิทธิกำหนดฝ่ายเดียวให้ใช้วันหยุดชดเชยแทนค่าล่วงเวลา

      ฐานคำนวณค่าล่วงเวลาไม่ได้จำกัดแค่เงินเดือนประจำเท่านั้น แต่ยังรวมรายได้อื่นที่ถือเป็นค่าจ้างตามกฎหมาย เช่น เบี้ยขยันหรือเบี้ยกะกลางคืนด้วย

      ที่สำคัญคือเวลาทำงานล่วงเวลาต้องคำนวณอย่างละเอียดเป็น "นาที" นายจ้างไม่สามารถอ้างว่าทำงานไม่ถึง 30 นาทีหรือไม่ถึง 1 ชั่วโมงเพื่อปฏิเสธการจ่ายเงิน และห้ามปัดเศษเวลาทิ้งตามอำเภอใจ

6. ทำงานวันหยุดนักขัตฤกษ์ ต้องจ่ายเพิ่มตามกฎหมาย

      การไม่จ่ายค่าจ้างอย่างถูกต้องสำหรับการทำงานในวันหยุดนักขัตฤกษ์ก็เป็นความผิดที่พบบ่อยเช่นกัน หากนายจ้างต้องการให้ลูกจ้างทำงานในวันดังกล่าว จะต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน และต้องจ่ายค่าจ้างเพิ่มเป็นสองเท่าตามกฎหมาย

      สำหรับลูกจ้างรายเดือน รวมถึงแรงงานต่างชาติ นอกจากเงินเดือนปกติแล้ว หากทำงานไม่เกิน 8 ชั่วโมงในวันหยุดนักขัตฤกษ์ นายจ้างต้องจ่ายเพิ่มอีก 1 วันเต็ม ไม่ใช่คำนวณตามจำนวนชั่วโมงที่ทำงานจริง

      หากทำงานเกิน 8 ชั่วโมง ชั่วโมงที่ 9-10 ต้องจ่ายในอัตรา 1.34 เท่าของค่าจ้างรายชั่วโมง และชั่วโมงที่ 11-12 ต้องจ่ายในอัตรา 1.67 เท่า

      กระทรวงแรงงานย้ำเตือนอีกครั้งว่า นายจ้างที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดเรื่องการจ่ายค่าจ้างอาจถูกปรับสูงสุด 1 ล้านเหรียญไต้หวัน พร้อมเปิดเผยชื่อสถานประกอบการและผู้รับผิดชอบต่อสาธารณะ

      ส่วนลูกจ้างที่พบว่านายจ้างจ่ายค่าจ้างไม่ครบ ไม่จ่ายค่าล่วงเวลา หรือกระทำการอื่นที่ขัดต่อกฎหมาย สามารถรวบรวมหลักฐานและยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกองแรงงานในพื้นที่ หรือโทรสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ของกระทรวงแรงงาน หากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดจริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการลงโทษตามกฎหมายต่อไป

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解
00:00
00:00
0.5x 1x 1.5x 2x