สวัสดีครับคุณผู้ฟังทุกท่าน! ขอต้อนรับเข้าสู่รายการ เจาะลึกกีฬาโลก (體育世界) ประจำสัปดาห์นี้ครับ (2026-07-23) อยู่กับผม ธีระ หยาง (亓淞) ที่จะพาคุณไปอัปเดตทุกความเคลื่อนไหวในแวดวงกีฬาทั้งในและต่างประเทศแบบเจาะลึกคลุกวงในกันเลยทีเดียวครับ คุณผู้ฟังครับ
- วันนี้เรามีข่าวดีสุดเอ็กซ์คลูซีฟในวงการเทนนิส มาฝากแฟนๆ กีฬาชาวไต้หวันให้ได้ชื่นใจกันครับ เพราะหลังจากที่ต้องรอคอยมานานกว่า 2 ปี ในที่สุดนักหวดลูกสักหลาดสาวชาวไต้หวันของเรา จันฮ่าวฉิง ก็สามารถปลดล็อก สิ้นสุดการรอคอยแชมป์ที่ยาวนานถึง 27 เดือนลงได้สำเร็จแล้วครับ! เรามาเจาะลึกผลงานของเธอกันที่ศึกเทนนิสหญิง Athens Open ที่กรุงเอเธนส์ กันก่อนเลยครับ รายการนี้เป็นทัวร์นาเมนต์ระดับ WTA250 ชิงเงินรางวัลรวม มีเงินรางวัลรวมทั้งสิ้น 246,388 ยูโร (หรือประมาณ 9.6 ล้านบาท) โดยจันฮ่าวฉิง จับคู่กับนักเทนนิสสาวชาวญี่ปุ่น มิยุ คาโตะ ลงสนามในฐานะคู่มือวางอันดับ 1 ของรายการ ทั้งคู่โชว์ฟอร์มเยี่ยม จนสามารถทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปดวลแร็กเก็ตกับคู่ของ ไมอา ลัมส์เดน จากสหราชอาณาจักร และ ทังเชียนฮุ่ย จากจีนแผ่นดินใหญ่ รูปเกมในวันนั้นต้องบอกว่าลุ้นกันใจหายใจคว่ำเลยครับ เซ็ตแรกคู่ไต้หวัน-ญี่ปุ่นเบรกเกมเสิร์ฟได้ตั้งแต่ออกสตาร์ท แต่ก็โดนเบรกคืนจนต้องไปดวลกันในไทเบรก ก่อนจะเอาชนะไปได้ก่อน 7:6 (ไทเบรก 7:3) เข้าสู่เซ็ตที่สอง สถานการณ์พลิกผันไปมา สุดท้ายคู่แข่งเอาชนะไป 6:4 ทำให้ต้องไปตัดสินกันใน ซูเปอร์ไทเบรก ซึ่งถือเป็นแมตช์ที่ 3 ติดต่อกันแล้วนะครับที่พวกเธอต้องเล่นถึงซูเปอร์ไทเบรก ในช่วงชี้ชะตานี้ คู่มือวางอันดับ 1 นำไปก่อน 4:1 แต่โดนตีเสมอ 5:5 ก่อนที่จะฮึดสู้และคว้าชัยชนะไปได้อย่างหวุดหวิด 10:7 ปิดฉากการแข่งขันที่กินเวลายืดเยื้อกว่า 2 ชั่วโมงไปได้อย่างสวยงาม คว้าเงินรางวัล 6,650 ยูโรไปครองร่วมกันครับ แชมป์นี้นับเป็นถ้วยรางวัลดับเบิลยูทีเอ (WTA) ทัวร์ ใบที่ 22 ในชีวิตการค้าหางของ จันฮ่าวฉิง เลยนะครับ หลังจากที่แชมป์ล่าสุดของเธอต้องย้อนกลับไปถึงศึกเทนนิสที่สตุตการ์ต เมื่อเดือนเมษายน ปี 2024 แม้ว่าในปีนี้เธอจะเข้าชิงที่แซงต์-มาโลในฝรั่งเศส และนอตติงแฮมในอังกฤษมาแล้วแต่ก็พลาดไป มาคราวนี้ที่เอเธนส์ ในที่สุดเธอก็ทำได้สำเร็จครับ!
และดูเหมือนว่าความร้อนแรงของพวกเธอจะยังไม่หยุดแค่นั้นนะครับคุณผู้ฟัง! เพราะล่าสุด จันฮ่าวฉิง และ มิยุ คาโตะ ยังคงพกความมั่นใจจากเอเธนส์ เดินทางไปลุยต่อในการแข่งขันเทนนิสอาชีพหญิง WTA250 รายการ "ปราก โอเพ่น" ชิงเงินรางวัลรวม 283,347 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9,528,960 บาท) ที่ กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก และเพิ่งจะประเดิมสนามนัดแรกไปหมาดๆ ในรอบแรก พวกเธอต้องพบกับคู่หูวัยทีนจากเช็ก เทเรซา เครจ์โควา วัย 17 ปี และ เดนิซา โซลดาโควา วัย 18 ปี แม้ว่าคู่เก๋าของเราจะพลาดท่าเสียเซ็ตแรกไปก่อน 3:6 จากการโดนเบรกเสิร์ฟถึงสองครั้ง แต่ในเซ็ตที่สอง พวกเธอกลับมาคืนฟอร์ม เบรกเกมเสิร์ฟคู่แข่งได้ตั้งแต่ต้นเซ็ต และเอาชนะคืนมาได้ 6:3 ต้องไปตัดสินกันที่ ซูเปอร์ไทเบรก อีกแล้วครับท่าน! ซึ่งในซูเปอร์ไทเบรก คู่ไต้หวัน-ญี่ปุ่นในฐานะมือวางอันดับ 3 ก็ใช้ความเก๋าเกมกว่า เบียดเอาชนะไปได้ 10:7 พลิกนรกกลับมาเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ โดยจะเข้าไปพบกับ เวโรนิกา ฟาลคอฟสกา จากโปแลนด์ และ อลาน่า สมิธ จากสหรัฐอเมริกาครับ นอกจากนี้ เรายังมีอีกหนึ่งข่าวดีของนักกีฬาไต้หวันนะครับ เพราะ หลีย่าซิน ที่จับคู่กับ เยี่ยชิวอวี่ สาวจีน ก็สามารถคว้าตั๋วเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศนรายการที่ปรากได้เช่นกัน และกำลังเตรียมตัวลงสนามเพื่อแย่งชิงพื้นที่ในรอบ 4 คู่สุดท้ายต่อไปครับ
โดยรายการนี้ยังมีสาวไทยไปร่วมลงแข่งในประเภทหญิงเดี่ยวด้วย คือ "รวงข้าว" ลัลนา ธาราฤดี นักเทนนิสสาวไทย มืออันดับ 82 ของโลก ที่เค้นฟอร์มเก่งก่อนเอาชนะ ยาน่า โควัชโคว่า นักตบลูกสักหลาดเจ้าถิ่น มืออันดับ 553 ของโลก ไปได้ 2-1 เซต ด้วยสกอร์ 6-3, 5-7 และ 6-2 ส่งผลให้ ลัลนา ธาราฤดีตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบสอง ไปรอพบศึกหนักกับ นิโคล่า บาร์ตันโคว่า มืออันดับ 44 ของโลก และ มือวางอันดับ 4 ของรายการ จาก สาธารณรัฐเช็ก ในรอบต่อไป ถือเป็นสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมและน่าติดตามมากๆ สำหรับวงการลูกสักหลาดไต้หวัน-ไทยครับ แฟนๆ กีฬาอย่าลืมส่งแรงใจไปเชียร์พวกเธอให้คว้าแชมป์มาฝากพวกเราอีกนะครับ! (ภาพจาก UDN โดยหลิวเซวี่ยเจิน)

- ช่วงต่อไปเราจะมาพูดถึงความพร้อมของทัพนักกีฬายิมนาสติกชายทีมชาติไต้หวัน หรือไชนีส ไทเป ที่กำลังเตรียมตัวอย่างเข้มข้นสำหรับการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่นาโกย่า ซึ่งกำลังขยับใกล้เข้ามาทุกทีครับ โดยในครั้งนี้ ทีมไต้หวันมีสองซูเปอร์สตาร์ที่เป็นแกนหลักของทีม นั่นก็คือ ถังเจียหง ที่กำลังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม และ "เจ้าชายม้าหู" หลี่จื้อข่าย ที่เตรียมเดินหน้าท้าชิงแชมป์สมัยที่ 3 ติดต่อกัน โดยทั้งคู่ต่างคาดหวังว่าความสามัคคีและสปิริตในทีมที่เหนียวแน่นกว่าที่เคย จะช่วยพาทีมพุ่งชนความสำเร็จได้อย่างแน่นอนครับ
คุณผู้ฟังครับ ถ้าพูดถึง หลี่จื้อข่าย เส้นทางในช่วงที่ผ่านมาของเขาถือว่าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลยครับ เพราะการเปลี่ยนแปลงกฎกติกาของยิมนาสติก ทำให้ท่าไม้ตายประจำตัวอย่าง "ทอมัสแฟลร์" ของเขาถูกจำกัดการใช้งาน ประกอบกับปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน ทำให้เขาต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในเวทีระดับนานาชาติ ถึงขั้นพลาดตั๋วไปลุยโอลิมปิกที่ปารีสเลยทีเดียว แต่ว่าเลือดนักสู้มันอยู่ในตัวครับ! เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เขาสามารถคว้าเหรียญทองแดงในอุปกรณ์ม้าหู จากศึกชิงแชมป์เอเชียมาครองได้สำเร็จ ซึ่งนอกจากจะเป็นเหรียญรางวัลในศึกชิงแชมป์เอเชียเหรียญแรกของเขาแล้ว ยังเปรียบเสมือนยาชูกำลังชั้นดีที่ช่วยสร้างความมั่นใจก่อนลุยศึกเอเชียนเกมส์ในเดือนกันยายนนี้ด้วยครับ เมื่อถูกถามถึงอุปสรรคในช่วงที่ผ่านมา หลี่จื้อข่าย ยอมรับตรงๆ ครับว่าเป็นบททดสอบที่หนักหนาเอาการ โดยเฉพาะเมื่ออาวุธที่ร้ายกาจที่สุดถูกจำกัด แต่เขากลับมองเรื่องนี้ด้วยทัศนคติที่ยอดเยี่ยมและแฝงอารมณ์ขัน โดยแซวตัวเองว่า ท่านี้กลายเป็น "คนแปลกหน้าที่คุ้นเคยที่สุด" ไปซะแล้ว แม้จะถูกเพ่งเล็งจากกรรมการ แต่เขาก็พยายามคิดค้นกระบวนท่าใหม่ๆ ขึ้นมาทดแทน โดยเขากล่าวว่า "ในเมื่อกฎจำกัดท่าทอมัสแฟลร์ ผมก็จะใช้อาวุธชุดใหม่ไปสู้กับทุกคน! สปิริตที่ไม่ยอมแพ้นี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนสภาพจิตใจของ หลี่จื้อข่าย ด้วยครับ โดยเฉพาะหลังจากที่ ถังเจียหง กลับมาฝึกซ้อมที่ศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ หลี่จื้อข่ายบอกเลยครับว่า "พอเจียหงกลับมา ทีมของเราก็มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมากขึ้น และช่วยแบ่งเบาภาระของผมไปได้เยอะเลย" ทั้งคู่มักจะพูดคุยแลกเปลี่ยนเทคนิคการฝึกซ้อมและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในการแข่งขันกันอยู่เสมอ ทำให้เกิดความลงตัวและเติมเต็มซึ่งกันและกันครับ ในฐานะรุ่นพี่ หลี่จื้อข่าย บอกว่าภารกิจที่สำคัญที่สุดของเขาคือการทำให้รุ่นน้องเห็นเป็นแบบอย่าง "ขนาดอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดของผมถูกจำกัด ผมยังสู้ไม่ถอย แล้วทุกคนจะไปกลัวอะไรอีกล่ะครับ?" (ภาพจาก CNA โดยโค้ชหลินอวี้ซิ่น)

ด้านของ ถังเจียหง หลังจากที่พลาดการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งที่แล้วเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่ขา ปีนี้เขาประกาศกร้าวว่าจะต้องทวงเหรียญทองที่หายไปกลับคืนมาให้ได้! เขาเปิดเผยว่าในช่วงที่ผ่านมา ได้รับความช่วยเหลือจากนักจิตวิทยาการกีฬาและทีมโค้ชจนสามารถเรียกสมาธิและความมุ่งมั่นกลับคืนมาได้เต็มร้อย และกำลังเตรียมตัวเดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเตรียมความพร้อมโค้งสุดท้ายสำหรับเอเชียนเกมส์ครับ ถังเจียหง กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าประทับใจครับว่า "ครั้งที่แล้วที่ผมลงแข่งเอเชียนเกมส์ ผมเพิ่งอายุ 22 ปี เผลอแป๊บเดียวผ่านไป 8 ปีแล้ว ดีใจมากครับที่ได้กลับมาท้าทายในเวทีนี้อีกครั้ง แน่นอนว่าผมหวังจะคว้าเหรียญทองบาร์เดี่ยวกลับบ้านให้ได้ และอยากจะนำประสบการณ์ที่มีไปแบ่งปันให้กับรุ่นน้อง เพื่อช่วยให้พวกเขาเติบโตขึ้นด้วยครับ" และนี่ก็คือความมุ่งมั่นทุ่มเทของสองขุนพลยิมนาสติกไต้หวันครับ แฟนๆ กีฬาอย่าลืมส่งแรงใจไปเชียร์พวกเขากันด้วยนะครับ (ภาจาก LTN โดยถังเจียหง)

- ทิ้งท้ายวันนี้ กับศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์ โดยสเปนสามารถคว้าแชมป์โลกมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ หลังเอาชนะอาร์เจนติน่าไปได้ 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ และเป็นอีกครั้งที่สเปนแสดงให้โลกเห็นถึงความสำคัญของทีมเวิร์ค ว่าสามารถเอาชนะทีมที่ชูผู้เล่นระดับ GOAT อย่างอาร์เจนติน่าได้อย่างราบคาบ ก็ถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับเราๆ ท่านๆ นะครับ ก็เป็นอันว่าธีระ หยาง ยังเป็นผู้มาก่อนกาลที่ฟันธงถูกมากกว่าผิด ในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้นะครับ อย่างไรก็ดี ไม่รูทำไม ผมกลับรู้สึกว่า ชาติที่เป็นผู้ชนะตัวจริง ของศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ กลับเป็นเคปเวิร์ด ซึ่งเป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกที่มีประชาชนเพียง 5 แสนกว่าคน โดยก่อนการแข่งขันแทบไม่มีใครรู้จัก แต่หลังจากทัวร์นาเมนต์จบลง กลับกลายเป็นหนึ่งในชาติที่ถูกพูดถึงมากที่สุดซะงั้น ถือเป็นม้ามืดสร้างสีสันให้กับศึกฟุตบอลโลกในครั้งนี้มากที่สุดซะงั้น