สวัสดีครับคุณผู้ฟังทุกท่าน! ขอต้อนรับเข้าสู่รายการ อะไรๆ ในไต้หวัน (台灣泰好玩) รายการที่จะพาทุกท่านไปเช็กอิน กิน เที่ยว และสัมผัสทุกไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจในไต้หวัน ดำเนินรายการโดยผม ธีระ หยาง (亓淞) ครับ คุณผู้ฟังครับ ตอนนี้เราก็อยู่ในช่วงซัมเมอร์ของไต้หวันกันแล้วนะครับ อากาศร้อนๆ แดดดีๆ แบบนี้ ถ้าจะหาที่เที่ยวที่ถ่ายรูปออกมาแล้วได้ฟีลลิ่งของฤดูร้อนแบบเต็มสิบไม่หัก ผมบอกเลยว่าต้องไปชม "ดอกทานตะวัน" ครับ! วันนี้ผมมีพิกัดเด็ดมาฝากกัน รับรองว่าถูกใจสายคอนเทนต์และคนรักการถ่ายภาพแน่นอน เพราะเราจะไปกันที่นครเถาหยวนครับ
สถานที่ที่ผมจะพาไปวันนี้ก็คือ เซี่ยงหยาง ซิวเสียน หนงฉ่าง (向陽休閒農場) หรือฟาร์มเกษตรเชิงนิเวศเซี่ยงหยาง ตั้งอยู่ในเขตกวนอิน นครเถาหยวน ครับ ที่นี่ไม่ใช่แค่ฟาร์มธรรมดานะครับ แต่เป็นฟาร์มธีมดอกทานตะวันที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของไต้หวันเลยทีเดียว พื้นที่ของเขากว้างขวางมากถึง 18,000 ผิง หรือราวๆ 37 ไร่เศษๆ กว้างจนเดินกันขาลากเลยล่ะครับ โดยปกติแล้ว เทศกาลดอกทานตะวันของที่นี่จะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมลากยาวไปจนถึงเดือนตุลาคมของทุกปีครับ ทุ่งดอกไม้สีเหลืองทอง จะบานสะพรั่งเปลี่ยนไปตามฤดูกาล แต่ช่วงที่พีคที่สุด สวยที่สุด และน่าไปชมที่สุดก็คือช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมนี่แหละครับ ตอนนี้นี่เอง! นักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างก็ตั้งใจเดินทางมาเพื่อสัมผัสกับวิวทิวทัศน์อันสดใส ซึ่งถือเป็นภาพความงามสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะช่วงฤดูร้อนเท่านั้นครับ โดยไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ทุกคนต้องร้องว้าว และเป็นจุดโฟกัสของฟาร์มแห่งนี้ก็คือ ดอกทานตะวันยักษ์ ครับ! คุณผู้ฟังลองจินตนาการดูนะครับ ดอกทานตะวันที่สูงตระหง่านถึง 200 เซนติเมตร! สูงกว่าผม สูงกว่าผู้ชายตัวใหญ่ๆ หลายคนเสียอีก พอเจ้าดอกทานตะวันยักษ์เหล่านี้มาอยู่รวมกันเป็นทุ่งกว้าง มันเป็นภาพที่อลังการมาก ไม่ว่าคุณจะไปยืนโพสท่าแทรกตัวอยู่กลางทุ่งดอกไม้ หรือจะไปเดินหามุมสวยๆ ตามทางเดินในทุ่ง รับรองเลยว่าคุณจะได้รูปถ่ายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยไวบ์ของฤดูร้อนแบบ 100% ช่วยฮีลใจ ได้ดีสุดๆ ไปเลยครับ หลายคนอาจจะกังวลว่า เอ๊ะ! ถ้าไปแล้วดอกไม้มันจะร่วงหมดหรือยัง? ไม่ต้องห่วงเลยครับ เพราะทางฟาร์มเขาใส่ใจมากๆ เขาใช้วิธีปลูกแบบแบ่งโซนและแบ่งช่วงเวลาปลูก ทำให้ในทุกๆ สัปดาห์จะมีดอกทานตะวันล็อตใหม่ค่อยๆ ทยอยบานสลับกันไป ทำให้เราสามารถมาชมความงามได้ตลอดทั้งฤดูกาลจนถึงเดือนตุลาคมเลยครับ และที่พิเศษไปกว่านั้นคือ ที่นี่เขาเปิดให้เราลงมือ "ตัดดอกทานตะวัน" ได้ด้วยนะครับ! นอกจากจะได้ชมความงามแล้ว เรายังสามารถนำดอกทานตะวันที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของแสงแดดกลับบ้าน เพื่อเก็บความทรงจำดีๆ จากทริปนี้ไว้ได้อีกด้วย
สำหรับการเดินทางมาที่นี่ก็สะดวกสบายมากครับ ใครที่ขับรถมาเอง ทางฟาร์มเขามีที่จอดรถให้ฟรี ส่วนค่าเข้าชม ก็เป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์สุดๆ เก็บเพียงแค่คนละ 100 เหรียญไต้หวันเท่านั้น ที่สำคัญคือ สามารถนำตั๋วนี้ไปใช้เป็นส่วนลดแทนเงินสดในการซื้อของหรือซื้ออาหารในฟาร์มได้แบบเต็มจำนวน ด้วยนะครับ ใจป้ำสุดๆ! ไม่ว่าคุณจะมาเที่ยวแบบครอบครัว ควงแขนคนรักมาเดต หรือจะชวนแก๊งเพื่อนซี้มาทำคอนเทนต์ ที่นี่ก็ตอบโจทย์มากๆ ครับ มาใช้เวลาพักผ่อนสบายๆ ท่ามกลางทุ่งดอกไม้สีเหลืองทองในวันหยุดฤดูร้อนกันนะครับ (ภาพจาก FB ฟาร์มเกษตรเชิงนิเวศเซี่ยงหยาง)

- สำหรับช่วงของธีระ พาไปเที่ยวสัปดาห์นี้ เป็นตอนต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว กับการไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติหยางหมิงซานกันต่อ โดยสัปดาห์ที่แล้วเราไปรู้จักกับประวัติศาสตร์และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์บนภูเขาหยางหมิงซานกันแล้ว สัปดาห์นี้เราไปเที่ยวสายธรรมชาติกันต่อครับ หยางหมิงซานขึ้นชื่อว่าเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีลักษณะทางธรณีวิทยาแบบภูเขาไฟที่โดดเด่นที่สุดในไต้หวัน จุดแรกที่ทุกคนต้องไปเยือนคือ เสี่ยวโหยวเคิง (小油坑) ครับ เสี่ยวโหยวเคิงตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของภูเขาชีซิงซาน (七星山) บนความสูงประมาณ 805 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่นี่คือปากปล่องภูเขาไฟขนาดเล็กลักษณะคล้ายแอ่งยุบตัวลงไป สิ่งที่คุณจะได้เห็นเมื่อไปถึงคือกลุ่มไอน้ำและก๊าซกำมะถันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมาจากรูระบายความร้อนบนผืนดินตลอดเวลา พร้อมกับเสียงฟู่ๆ ของแรงดันไอน้ำ และกลิ่นกำมะถันอันเป็นเอกลักษณ์ มันคือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนเลยครับว่าใต้ผืนแผ่นดินไต้หวันแห่งนี้ยังมีพลังงานความร้อนจากภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่! สำหรับใครที่เป็นสายผจญภัย เสี่ยวโหยวเคิงก็คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางปีนเขาขึ้นสู่ยอดภูเขาชีซิงซาน ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในไทเปด้วยความสูง 1,120 เมตรจากระดับน้ำทะเลครับ อย่าลืมไปพิชิตยอดเขาแห่งนี้กันให้ได้นะครับ (ภาพจากเว็บไซต์การท่องเที่ยวไต้หวัน)

หลังจากตื่นเต้นกับไอน้ำเดือดๆ แล้ว ลองแวะมาสงบจิตสงบใจกันที่ ทะเลสาบเมิ่งฮวั่นหู (夢幻湖 - เมิ่งห้วนหู) หรือทะเลสาบในฝันกันดูครับ ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่บนความสูง 870 เมตร มีขนาดเล็กเพียง 0.3 เฮกตาร์และลึกไม่ถึง 1 เมตร แต่ความมหัศจรรย์ของมันอยู่ตรงที่ ในช่วงฤดูหนาวที่ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดผ่าน ภูมิประเทศโดยรอบจะกักเก็บความชื้นทำให้เกิดหมอกหนาทึบปกคลุมทั่วผืนน้ำ จนดูเหมือนกับดินแดนในความฝันตามชื่อของมันเลยครับ นอกจากความงามแล้ว เมิ่งห้วนหูยังได้รับการประกาศให้เป็นเขตสงวนนิเวศวิทยา เพราะเป็นสถานที่เพียงแห่งเดียวในโลกที่เป็นแหล่งกำเนิดและที่อยู่อาศัยของ เฟิร์นน้ำไต้หวัน (台灣水韭 - ไถวัน สุ่ยจิ่ว) พืชน้ำโบราณสายพันธุ์หายากที่ใกล้สูญพันธุ์ และยังมีกบต้นไม้เมี่ยนเทียน (面天樹蛙) ซึ่งเป็นสัตว์เฉพาะถิ่นของไต้หวันอาศัยอยู่อีกด้วย เพื่อปกป้องระบบนิเวศอันเปราะบางนี้ ทางอุทยานจึงไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวลงไปเดินริมขอบทะเลสาบโดยตรง แต่ได้จัดทำระเบียงชมวิวไม้ยกระดับที่สามารถมองเห็นผืนน้ำได้อย่างชัดเจนและปลอดภัยแทนครับ หากเดินต่อไปอีกนิด ก็จะพบกับ สวนสาธารณะชีซิง (七星公園) ทุ่งหญ้ากว้างขวางราบเรียบที่มีศาลาพักผ่อนสไตล์จีนโบราณ เหมาะสำหรับการมาปิกนิกและยืดเส้นยืดสายหลังจากเดินป่าเป็นอย่างยิ่งครับ
และแล้วเราก็เดินทางมาถึงหนึ่งในไฮไลท์ที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวมากที่สุด นั่นก็คือ ทุ่งหญ้าฉิงเทียนกัง (擎天崗) ครับ! ที่นี่เป็นทุ่งหญ้ากว้างสีเขียวขจีที่เกิดจากลาวาของภูเขาไฟจูเกาซาน (竹篙山) ไหลหลากลงมาจนกลายเป็นเนินเขาแบนราบขนาดใหญ่ ในช่วงยุคที่ญี่ปุ่นปกครอง ที่นี่เคยถูกจัดตั้งเป็น "ฟาร์มปศุสัตว์ต้าหลิ่งจื้อ" เพื่อปล่อยให้ฝูงวัวและควายของชาวบ้านเข้ามาเล็มหญ้าตามธรรมชาติ จนกระทั่งปี 1952 รัฐบาลได้พัฒนาเป็น "ฟาร์มปศุสัตว์หยางหมิงซาน" แม้ว่าในปัจจุบันการทำปศุสัตว์จะลดน้อยลงจนหายไปตามกาลเวลา แต่เราก็ยังสามารถมองเห็นฝูงวัวป่าและควายสีดำตัวโตๆ เดินเล็มหญ้าอย่างสงบและสบายใจอยู่บนทุ่งหญ้าแห่งนี้ เป็นภาพที่ตัดกับท้องฟ้าสีครามได้อย่างงดงามน่าประทับใจมากครับ (ภาพจากอุทยานแห่งชาติหยางหมิงซาน)

⚠️ แต่คุณผู้ฟังครับ! พูดถึงฉิงเทียนกังแล้ว ในช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 2026 ที่ผ่านมาหยกๆ นี้ ได้เกิดเหตุการณ์หนึ่งที่เป็นข่าวดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ตของไต้หวันเลยทีเดียวครับ! เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2026 ได้มีคู่รักชายหญิงคู่หนึ่ง นึกคึกคักอย่างไรไม่ทราบ ดันไปทำกิจกรรมโซเลมาคอมอย่างโจ่งแจ้งบน "โต๊ะไม้" สำหรับนั่งพักผ่อนของนักท่องเที่ยวท่ามกลางธรรมชาติกลางทุ่งหญ้าชิงเทียนกั่ง! โดยลืมไปว่าทางอุทยานเขามีกล้องวงจรปิดแบบถ่ายทอดสดเพื่อรายงานสภาพอากาศตลอด 24 ชั่วโมงตั้งอยู่ใกล้ๆ การออกกำลังกายกลางแจ้งของหนุ่มสาวคู่นี้เลยโดนกล้องจับภาพและสตรีมมิ่งไลฟ์สดลงหน้าเว็บไซต์ของอุทยานไปทั่วเกาะไต้หวันแบบ HD เลยล่ะครับ! หลังจากคลิปดังกล่าวหลุดและแพร่กระจายไปตามโซเชียลมีเดีย แทนที่คนจะตกใจกลัว กลายเป็นว่าวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวแห่กันไปเช็คอิน ถ่ายรูปคู่ และทำท่าล้อเลียนกับ "โต๊ะไม้ตัวประวัติศาสตร์" ตัวนั้นกันจนแน่นขนัดทุ่งหญ้าฉิงเทียนกัง จนกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ยอดฮิตไปซะอย่างนั้น!
สุดท้ายเมื่อเช้าวันที่ 18 พฤษภาคม ทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหยางหมิงซาน ทนเสียงวิจารณ์และความวุ่นวายไม่ไหว จึงต้องนำกำลังไป "ยกโต๊ะไม้ตัวนั้นออกไป" เพื่อยุติกระแสการแห่มามุงเช็คอินของนักท่องเที่ยว ส่วนในด้านคดีความ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็กำลังสืบสวนหาตัวคู่รักคู่นี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายข้อหาอนาจารในที่สาธารณะอยู่ครับ... แหม ไปเที่ยวป่าเที่ยวเขา สูดโอโซนบริสุทธิ์น่ะดีที่สุดแล้วครับ อย่าไปเลียนแบบธรรมชาติของน้องวัวแถวนั้นจนเกินงามแบบนั้นเลยนะครับคุณผู้ฟัง! เอาล่ะครับ หลังจากเที่ยวทุ่งหญ้าเสร็จแล้ว หากใครรู้สึกเหนื่อยล้า ทางอุทยานยังมี เหลิงสุ่ยเคิง (冷水坑) แหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่อุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าอุ่นกำลังดีเมื่อเทียบกับน้ำพุร้อนจุดอื่นๆ ที่ร้อนจัดจนอาบไม่ได้ ที่นี่มีบริการห้องอาบน้ำแร่สาธารณะและบ่อแช่เท้าฟรีสำหรับนักท่องเที่ยวให้ได้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อกันด้วยครับ
หยางหมิงซานเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มอบความสุขให้เราได้ตลอดทั้งปีจริงๆ ครับ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็มี เทศกาลชมดอกไม้หยางหมิงซาน (陽明山花季) ที่เต็มไปด้วยดอกซากุระและดอกไม้หลากสีสัน รวมถึง เทศกาลดอกคาลล่าลิลลี่ (竹子湖海芋季) และดอกไฮเดรนเยียที่จู๋จื่อหู (竹子湖) ช่วงหน้าร้อนก็อากาศเย็นสบายระบายร้อนได้ดี ช่วงใบไม้ร่วงก็มีทุ่งหญ้าสีเงินพริ้วไหว ส่วนหน้าหนาวก็มาแช่น้ำร้อนอุ่นๆ เรียกได้ว่ามาตอนไหนก็ไม่มีเบื่อแน่นอนครับ! (ภาพจากสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ กรุงไทเป)

สัปดาห์นี้เวลาของรายการ "อะไรๆ ในไต้หวัน" (台灣泰好玩) หมดลงอย่างรวดเร็วอีกแล้วครับ หวังว่าทุกคนจะได้รับทั้งความรู้ ความสนุก และความบันเทิงครบรสไปพร้อมๆ กันนะครับ ผม ธีระ หยาง (亓淞) ต้องขอตัวลาทุกท่านไปก่อน สัปดาห์หน้าจะพาไปบุกแลนด์มาร์กเด็ดๆ ที่ไหนในไต้หวันอีก ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ สำหรับวันนี้... สวัสดีครับ!