สโมสรผู้ฟังสัปดาห์นี้เริ่มกันที่เทศกาลฤดูร้อนต้าเต้าเฉิง 2026 ซึ่งไฮไลท์ครั้งนี้คือการคอลแลปกับ Spider-Man มาร่วมสร้างสีสันให้บรรยากาศย่านเมืองเก่าเต็มไปด้วยพลังความสดใส มีการโชว์โดรน Spider-Man ประสานแสงสีเสียงและพลุสุดเร้าใจเหนือแม่น้ำน้ำตั้นสุย นอกจากนี้ยังมีหุ่นลมยักษ์ Spider-Man สูงถึง 9 เมตร ที่ตั้งเด่นอยู่ตรงท่าเรือต้าเต้าเฉิงต้อนรับผู้มาเยือน อุโมงค์ไฟริมน้ำธีมสไปเดอร์แมนยาวกว่า 180 เมตร และบ้านกลับหัวจุดเช็กอินถ่ายรูปสุดเก๋สไตล์สไปเดอร์แมนโหนตึก ณ บริเวณถนนโบราณตี่ฮั่วเจีย

สำหรับตารางการจุดพลุประจำปีนี้จะมีทั้งหมด 3 รอบ ในวันที่ 25 ก.ค./ 5 ส.ค. และ 15 ส.ค. ตั้งแต่เวลา 20:00 น. เป็นต้นไป โดยพิกัดจุดชมพลุและถ่ายรูปยอดนิยมประกอบด้วยบริเวณท่าเรือต้าเต้าเฉิง (Dadaocheng Wharf): ประตูน้ำหมายเลข 3 ถึง 5, ท่าเรือซานฉงจงเซี่ยว (Sanchong Zhongxiao Wharf), ลานจัตุรัสเป่ยเหมิน (Beimen Square) และสะพานไทเป (Taipei Bridge)

ด้านวิธีการการเดินทางที่แนะนำที่สุด: นั่งรถไฟฟ้า MRT สายสีเขียวซงซาน-ซินเตี้ยน (Songshan-Xindian Line) ลงสถานีเป่ยเหมิน Beimen (ประตูทางออกที่ 3) จากนั้นเดินเลียบถนนเจิ้งโจวไปทางทิศตะวันตกประมาณ 10 นาที เข้าสู่ประตูน้ำหมายเลข 3 (เดินง่ายและเลี่ยงฝูงชนได้ดีที่สุด) โดยในวันที่มีการจุดพลุจะมีการปิดการจราจรรอบท่าเรือตั้งแต่เวลา 15:30 - 23:00 น. ห้ามรถยนต์และจักรยานยนต์เข้า-ออก ส่วนจักรยานสาธารณะ YouBike บริเวณรอบงานจะงดให้บริการช่วงเวลา 17:00 - 23:00 น. จึงแนะนำให้วางแผนโดยการเดินเท้าและรถไฟฟ้าเป็นหลัก

ประเด็นต่อมาคือร้านสะดวกซื้ออัจฉริยะในไต้หวัน ที่ 4 แบรนด์ร้านสะดวกยักษ์ใหญ่ในไต้หวันพยายามพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดย 7-Eleven ที่มีมากกว่า 8,000 สาขาทั่วไต้หวัน เริ่มปรับเปลี่ยนโมเดลการให้บริการจนปัจจุบันมีสาขาประมาณ 10% ที่ไม่ได้เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงอีกต่อไป ขณะที่ FamilyMart ซึ่งมีมากกว่า 4,000 สาขา ก็ได้หันมาทดลองใช้โมเดลร้านค้าอัตโนมัติในช่วงกะดึก ส่วน Hi-Life ที่มีกว่า 1,800 สาขา ก็ปรับลดเวลาทำการไปแล้วราว 2% รวมถึง OK Mart ที่เริ่มปรับเวลาเปิด-ปิดในบางสาขาเช่นกัน

ทั้งนี้เพื่อรับมือกับวิกฤตขาดแคลนกำลังคน ผู้ประกอบการต่างงัดนวัตกรรมมาสู้ศึกอย่างเข้มข้น โดย 7-Eleven ได้นำระบบชำระเงินและรับพัสดุด้วยตนเอง รวมถึงระบบ AI สั่งซื้อสินค้ามาใช้ ซึ่งช่วยลดชั่วโมงการทำงานในร้านลงได้เกือบ 2 ล้านชั่วโมงต่อปี ส่วน FamilyMart ก็นำ AI มาช่วยคำนวณและแนะนำปริมาณการสั่งซื้อสินค้า ช่วยประหยัดเวลาสั่งของไปได้มากกว่า 75% พร้อมทั้งผลักดันบริการตนเอง (Self-service) เช่น ตู้อบไมโครเวฟและการจ่ายเงินด้วยตนเองเพื่อลดภาระของพนักงาน

ในบริบทของไต้หวันคำว่า “ร้านสะดวกซื้ออัจฉริยะ” ไม่ได้หมายถึงร้านที่ไร้พนักงาน 100% แต่เป็นการใช้โมเดล “ลดการปฏิสัมพันธ์ (Low-touch)” หรือ “จัดสรรพนักงานเฉพาะช่วงเวลา” โดยมีลักษณะเด่นสำคัญคือ
1. มีระบบชำระเงินอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมงที่ลูกค้าสามารถสแกนบาร์โค้ดสินค้าหรือใช้ระบบจดจำใบหน้าเพื่อชำระเงินด้วยตนเอง
2. มีการบริหารคลังสินค้าผ่านระบบคลาวด์ โดยระบบหลังบ้านจะคอยเช็กจำนวนสินค้าคงคลัง และจะมีพนักงานเข้ามาจัดเรียง-เติมสินค้าตามรอบเวลาที่กำหนด
3. สลับเข้าสู่โหมดไร้พนักงานตามช่วงเวลา โดยในช่วงเร่งด่วนจะมีพนักงานให้บริการตามปกติ แต่ในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้บริการน้อย เช่น ดึกดื่นหรือเช้าตรู่ ร้านจะเปลี่ยนเป็นโหมดไร้พนักงานโดยอัตโนมัติ
4. มีความแตกต่างจากตู้หยอดเหรียญทั่วไป เพราะตู้หยอดเหรียญเป็นระบบปิดที่ผู้บริโภคไม่สามารถหยิบจับสินค้ามาดูแล้ววางกลับที่เดิมได้ แต่ร้านสะดวกซื้ออัจฉริยะใช้ชั้นวางแบบเปิด ที่ให้ประสบการณ์การช้อปปิ้งใกล้เคียงกับร้านปกติมากที่สุด ทว่าก็ต้องแลกมาด้วยระบบการจัดการหลังบ้านที่มีความซับซ้อนสูงกว่ามาก
