สัตว์เคี้ยวเอื้องในภาคปศุสัตว์เป็นแหล่งกำเนิดก๊าซมีเทนจำนวนมหาศาล หากนำสาหร่ายทะเลชนิดที่ภาษาจีนเรียกว่า "ไห่ตงเหมิน" ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Asparagopsis taxiformis มาเป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์ จะสามารถยับยั้งการสร้างก๊าซมีเทนในกระเพาะหมักของสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้เมื่อปีก่อนสถาบันวิจัยการประมง (Fisheries Research Institute) กระทรวงเกษตรไต้หวัน จะประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงไห่ตงเหมินบนบกในเชิงพาณิชย์ แต่ปัญหาที่ตามมาคือการใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมากในการเพาะเลี้ยง ซึ่งสวนทางกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ สถาบันฯ จึงได้พัฒนาระบบ "ต้นแบบการเพาะเลี้ยงไห่ตงเหมินด้วยพลังงานแสงอาทิตย์" โดยเปลี่ยนมาใช้วิธีการเพาะเลี้ยงในถังแบบรางน้ำ (Raceway) ซึ่งช่วยลดการใช้ไฟฟ้าจากสายส่งได้มากกว่า 90%
สาหร่ายทะเลสีแดง "ไห่ตงเหมิน" มีสารประกอบที่เรียกว่า "โบรโมฟอร์ม" (Bromoform) ซึ่งช่วยยับยั้งกระบวนการสร้างก๊าซมีเทนในกระเพาะของสัตว์เคี้ยวเอื้อง จากการทดลองในวัวนมพบว่า การผสมผงสาหร่ายไห่ตงเหมินในอาหารสัตว์เพียง 0.15% สามารถลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้สูงถึง 66% โดยเทคนิคการเพาะเลี้ยงของสถาบันฯ มุ่งเน้นไปที่การเพาะเลี้ยงในระยะ "เททราสปอร์โรไฟต์" (Tetrasporophyte) ซึ่งมีลักษณะเป็นกลุ่มเส้นใยขนาดเล็ก จึงจำเป็นต้องมีการหมุนเวียนน้ำและเติมอากาศอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้สาหร่ายตกตะกอน
สวี่จื้อเหยียน (許自研) รองนักวิจัยจากศูนย์วิจัยการเพาะเลี้ยงตงกั่ง อธิบายว่า การเลี้ยงสาหร่ายชนิดนี้ต้องมีการสร้างกระแสน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นใยสาหร่ายทับถมกันจนสังเคราะห์แสงไม่ได้ รวมถึงต้องใช้เครื่องจักรช่วยกวนน้ำเพื่อป้องกันสาหร่ายไดอะตอมมาเกาะตัวขัดขวางการเจริญเติบโต นอกจากนี้ การเติมอากาศยังช่วยเพิ่มปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำเพื่อให้สาหร่ายนำไปใช้ในการสังเคราะห์แสง และช่วยให้ปุ๋ยที่เติมลงไปกระจายตัวได้ทั่วถึง เพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมสารอาหาร
อย่างไรก็ตาม การใช้เครื่องเติมอากาศที่กินไฟสูงเพื่อให้สาหร่ายลอยตัวอยู่นั้น ทำให้คุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมของสาหร่ายในฐานะ "ผลิตภัณฑ์ลดคาร์บอน" ลดน้อยลง สถาบันฯ จึงปรับเปลี่ยนมาใช้ถังเพาะเลี้ยงแบบรางน้ำและปรับปรุงวิศวกรรมทางน้ำ โดยเลิกใช้ระบบ "เติมอากาศด้วยเครื่องเป่าลมแบบเดิม" แล้วเปลี่ยนมาใช้ "กังหันน้ำชนิดใบพัดปรับความเร็วได้" (Variable-frequency Impeller) ซึ่งกินไฟน้อยกว่า อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (Solar PV) เพื่อส่งกระแสตรงไปยังกังหันโดยตรง ช่วยลดความสูญเสียจากกระบวนการแปลงพลังงาน เมื่อประกอบกับ "กลยุทธ์การเดินเครื่องแบบเป็นช่วงเวลา" ทำให้สามารถลดการใช้ไฟฟ้าจากสายส่งปกติได้มากกว่า 90%
ปัจจุบัน โมดูลการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ขนาด 5 กิโลวัตต์ สามารถรองรับการทำงานของถังเพาะเลี้ยงแบบรางน้ำได้ถึง 50 ถังในเวลาที่มีแสงแดดเพียงพอ ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงในการขยายขนาดการผลิต ในอนาคตสถาบันวิจัยการประมงจะเดินหน้าพัฒนารูปแบบการเพาะเลี้ยงอัจฉริยะที่ใช้พลังงานสีเขียวให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงมีแผนนำระบบกักเก็บพลังงานมาใช้ เพื่อสร้างความยั่งยืนในการเพาะเลี้ยงคาร์บอนต่ำ และส่งเสริมให้เกษตรกรภาคเอกชนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในอนาคต