Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Українська แผนผังเว็บไซต์

ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 28 ก.ค.2569

ไต้หวันพัฒนาการเพาะ “สาหร่ายไห่ตงเหมิน” รูปแบบใหม่ ประหยัดพลังงาน 90% ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกจากปศุสัตว์ได้จริง(ภาพ:สถาบันวิจัยการประมง)
ไต้หวันพัฒนาการเพาะ “สาหร่ายไห่ตงเหมิน” รูปแบบใหม่ ประหยัดพลังงาน 90% ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกจากปศุสัตว์ได้จริง(ภาพ:สถาบันวิจัยการประมง)

สัตว์เคี้ยวเอื้องในภาคปศุสัตว์เป็นแหล่งกำเนิดก๊าซมีเทนจำนวนมหาศาล หากนำสาหร่ายทะเลชนิดที่ภาษาจีนเรียกว่า "ไห่ตงเหมิน" ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Asparagopsis taxiformis มาเป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์ จะสามารถยับยั้งการสร้างก๊าซมีเทนในกระเพาะหมักของสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้เมื่อปีก่อนสถาบันวิจัยการประมง (Fisheries Research Institute) กระทรวงเกษตรไต้หวัน จะประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงไห่ตงเหมินบนบกในเชิงพาณิชย์ แต่ปัญหาที่ตามมาคือการใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมากในการเพาะเลี้ยง ซึ่งสวนทางกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ สถาบันฯ จึงได้พัฒนาระบบ "ต้นแบบการเพาะเลี้ยงไห่ตงเหมินด้วยพลังงานแสงอาทิตย์" โดยเปลี่ยนมาใช้วิธีการเพาะเลี้ยงในถังแบบรางน้ำ (Raceway) ซึ่งช่วยลดการใช้ไฟฟ้าจากสายส่งได้มากกว่า 90%

สาหร่ายทะเลสีแดง "ไห่ตงเหมิน" มีสารประกอบที่เรียกว่า "โบรโมฟอร์ม" (Bromoform) ซึ่งช่วยยับยั้งกระบวนการสร้างก๊าซมีเทนในกระเพาะของสัตว์เคี้ยวเอื้อง จากการทดลองในวัวนมพบว่า การผสมผงสาหร่ายไห่ตงเหมินในอาหารสัตว์เพียง 0.15% สามารถลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้สูงถึง 66% โดยเทคนิคการเพาะเลี้ยงของสถาบันฯ มุ่งเน้นไปที่การเพาะเลี้ยงในระยะ "เททราสปอร์โรไฟต์" (Tetrasporophyte) ซึ่งมีลักษณะเป็นกลุ่มเส้นใยขนาดเล็ก จึงจำเป็นต้องมีการหมุนเวียนน้ำและเติมอากาศอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้สาหร่ายตกตะกอน

สวี่จื้อเหยียน (許自研) รองนักวิจัยจากศูนย์วิจัยการเพาะเลี้ยงตงกั่ง อธิบายว่า การเลี้ยงสาหร่ายชนิดนี้ต้องมีการสร้างกระแสน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นใยสาหร่ายทับถมกันจนสังเคราะห์แสงไม่ได้ รวมถึงต้องใช้เครื่องจักรช่วยกวนน้ำเพื่อป้องกันสาหร่ายไดอะตอมมาเกาะตัวขัดขวางการเจริญเติบโต นอกจากนี้ การเติมอากาศยังช่วยเพิ่มปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำเพื่อให้สาหร่ายนำไปใช้ในการสังเคราะห์แสง และช่วยให้ปุ๋ยที่เติมลงไปกระจายตัวได้ทั่วถึง เพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมสารอาหาร

อย่างไรก็ตาม การใช้เครื่องเติมอากาศที่กินไฟสูงเพื่อให้สาหร่ายลอยตัวอยู่นั้น ทำให้คุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมของสาหร่ายในฐานะ "ผลิตภัณฑ์ลดคาร์บอน" ลดน้อยลง สถาบันฯ จึงปรับเปลี่ยนมาใช้ถังเพาะเลี้ยงแบบรางน้ำและปรับปรุงวิศวกรรมทางน้ำ โดยเลิกใช้ระบบ "เติมอากาศด้วยเครื่องเป่าลมแบบเดิม" แล้วเปลี่ยนมาใช้ "กังหันน้ำชนิดใบพัดปรับความเร็วได้" (Variable-frequency Impeller) ซึ่งกินไฟน้อยกว่า อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (Solar PV) เพื่อส่งกระแสตรงไปยังกังหันโดยตรง ช่วยลดความสูญเสียจากกระบวนการแปลงพลังงาน เมื่อประกอบกับ "กลยุทธ์การเดินเครื่องแบบเป็นช่วงเวลา" ทำให้สามารถลดการใช้ไฟฟ้าจากสายส่งปกติได้มากกว่า 90%

ปัจจุบัน โมดูลการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ขนาด 5 กิโลวัตต์ สามารถรองรับการทำงานของถังเพาะเลี้ยงแบบรางน้ำได้ถึง 50 ถังในเวลาที่มีแสงแดดเพียงพอ ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงในการขยายขนาดการผลิต ในอนาคตสถาบันวิจัยการประมงจะเดินหน้าพัฒนารูปแบบการเพาะเลี้ยงอัจฉริยะที่ใช้พลังงานสีเขียวให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงมีแผนนำระบบกักเก็บพลังงานมาใช้ เพื่อสร้างความยั่งยืนในการเพาะเลี้ยงคาร์บอนต่ำ และส่งเสริมให้เกษตรกรภาคเอกชนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในอนาคต

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解
00:00
00:00
0.5x 1x 1.5x 2x