1. เตือนภัย! เห็ดพิษหน้าฝน แรงงานไทยในเหมียวลี่โคม่า หลังกินเห็ดป่าที่เพื่อนเก็บมา แพทย์เตือน “ไม่รู้จัก ไม่แน่ใจ ไม่เก็บ ไม่กิน”
ช่วงนี้ ในไต้หวันเป็นฤดูฝน แม้แรงงานไทยจำนวนไม่น้อยจะย้ายมาใช้ชีวิตในต่างแดน แต่ยังคงมีนิสัยและความคุ้นเคยแบบที่บ้าน นั่นคือการออกเดินป่าเก็บของป่ามาทำกับข้าว โดยเฉพาะเห็ดป่าที่มักงอกขึ้นชุกชุมในช่วงนี้ ทว่าความเสี่ยงที่แฝงมาด้วยก็คือ เห็ดพิษหลายชนิดมีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกับเห็ดที่กินได้จนแยกไม่ออกด้วยตาเปล่า และล่าสุดก็มีเหตุการณ์ที่ตอกย้ำอันตรายนี้อีกครั้ง เมื่อกลุ่มแรงงานไทยในเมืองเหมียวลี่พากันเข้าป่าเก็บเห็ดมาทำอาหาร แม้เห็ดที่ปรุงสุกแล้วจะมีสีดำผิดปกติจนหลายคนไม่กล้าแตะต้อง แต่มีเพื่อนอีกคนหนึ่งไม่ทันระวังตัว รับประทานเข้าไปในปริมาณมาก จนเกิดภาวะตับและไตวายเฉียบพลัน อาการเข้าขั้นวิกฤต

เห็ดที่ปรุงสุกแล้วมีสีดำผิดปกติจนหลายคนไม่กล้าแตะต้อง แต่มีแรงงานไทยรายหนึ่งไม่ทันระวังตัว รับประทานเข้าไปในปริมาณมาก จนเกิดภาวะตับและไตวายเฉียบพลัน อาการเข้าขั้นวิกฤต (ภาพจากบริษัทจัดหางานที่ดูแลแรงงานไทย)
แรงงานไทยรายนี้อายุ 45 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี ทำงานอยู่ในโรงงานแปรรูปโลหะแห่งหนึ่งที่ตำบลถงหลัว เมืองเหมียวลี่ เมื่อค่ำวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา เขารับประทานเห็ดที่เพื่อนร่วมโรงงานเก็บมาปรุงเป็นแกง ทั้งที่เห็ดสุกแล้วมีสีคล้ำดำผิดสังเกต แต่ด้วยความไม่รู้ว่าเห็ดชนิดนี้มีพิษร้ายแรง เขาจึงกินเข้าไปในปริมาณไม่น้อย
ไม่นานหลังจากนั้นก็เริ่มมีอาการอาเจียนอย่างรุนแรง วันถัดมาอาการดูเหมือนจะทุเลาลง จนสามารถกลับเข้าทำงานได้ตามปกติ แต่ไม่ทันไร ร่างกายกลับอ่อนเพลียไม่มีเรี่ยวแรง และทรุดหนักลงอย่างรวดเร็ว ล่ามบริษัทจัดหางานและนายจ้างจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลต้าเชียนในเมืองเหมียวลี่ทันที ก่อนที่แพทย์จะพบว่าตับเกิดการอักเสบอย่างรุนแรง จึงมีคำแนะนำให้ส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลฉางเกิง เขตหลินโข่ว ซึ่งเป็นศูนย์การแพทย์ขนาดใหญ่ที่มีเครื่องมือทันสมัยกว่า ทว่าอาการกลับทรุดหนักลงอย่างรวดเร็วจนหมดสติ ไม่สามารถเคลื่อนย้ายส่งต่อได้ทัน แพทย์จำเป็นต้องใช้เครื่องเอคโม่ (ECMO) หรือเครื่องพยุงการทำงานของหัวใจและปอด เพื่อประคับประคองชีวิตไว้

ตำรวจเกาสงเก็บเห็ดที่ขึ้นตามเกาะกลางถนนหลังฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 เนื่องจากกลัวประชาชนไปเก็บมากิน (ภาพจากสถานีตำรวจเกาสง)
จากการตรวจสอบเห็ดที่เหลืออยู่ แพทย์ยืนยันว่าเป็นเห็ด Amanita phalloides หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ "เห็ดระโงกหิน" ซึ่งถูกบันทึกไว้ในกินเนสส์บุ๊กว่าเป็นเห็ดที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก โดยปกติแล้วเพียงรับประทาน 2 ดอก ก็อาจถึงแก่ชีวิตได้ แต่แรงงานไทยรายนี้กลับรับประทานคนเดียวถึง 3 ดอก จึงทำให้อาการเข้าขั้นวิกฤตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากพิษเห็ดเข้าไปทำลายเซลล์ตับและทำให้ไตวายเฉียบพลัน

แพทย์อธิบายว่า เห็ดชนิดนี้มีสารพิษกลุ่มอะมาทอกซิน (Amatoxins) ซึ่งทนความร้อนได้สูงมาก แม้จะนำไปปรุงสุกด้วยการต้มหรือแกงก็ไม่สามารถทำลายพิษได้ สารนี้จะเข้าไปทำลายการทำงานของตับและไตอย่างรุนแรง โดยแบ่งอาการออกเป็นระยะต่างๆ ดังนี้
ระยะแรก (6-24 ชั่วโมงหลังกิน) จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และท้องร่วงอย่างรุนแรง
ระยะหลอกตา อาการจะดูเหมือนทุเลาลง คล้ายกำลังจะหายดี แต่ในความเป็นจริงสารพิษกำลังเข้าทำลายอวัยวะภายในอย่างต่อเนื่อง
ระยะวิกฤต หลังผ่านไป 2-3 วัน จะเกิดภาวะตับอักเสบรุนแรง ไตวาย และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้

ข้อควรระวังในช่วงหน้าฝน
ช่วงหน้าฝนเป็นฤดูที่เห็ดป่าเจริญเติบโตขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ในจำนวนนั้นก็มีเห็ดพิษหลายชนิดแฝงตัวอยู่ ซึ่งมีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกับเห็ดที่กินได้จนยากจะแยกแยะด้วยสายตา จากสถิติของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันพบว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ในไต้หวันมีผู้กินเห็ดป่าและส่งผลให้เกิดอาการเป็นพิษรุนแรงแล้ว 33 ราย แพทย์จึงเตือนว่า หากไม่มั่นใจ ไม่รู้จัก หรือไม่เคยรับประทานเห็ดชนิดนั้นมาก่อน ไม่ควรนำมาปรุงอาหารรับประทานโดยเด็ดขาด เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
2. มีใช้หรือยัง? "อีซี่การ์ด" บัตรสารพัดประโยชน์ที่จำเป็นที่สุดสำหรับการเดินทางและใช้ชีวิตในไต้หวัน
หากพูดถึงของที่ “ต้องมี” สำหรับใครก็ตามที่จะมาเที่ยวหรือใช้ชีวิตในไต้หวัน คงหนีไม่พ้นบัตรอีซี่การ์ด (EasyCard - 悠遊卡) บัตรเติมเงินอเนกประสงค์ที่ทำหน้าที่เสมือน "บัตรสารพัดประโยชน์" ครอบคลุมทั้งเรื่องการเดินทางและการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

บัตรนี้จำหน่ายแบบซื้อขาดในราคาเพียง 100 เหรียญไต้หวัน โดยไม่มีค่ามัดจำ สามารถเติมเงินเก็บไว้ในบัตรได้สูงสุดไม่เกิน 10,000 เหรียญไต้หวันต่อใบ ต่ำสุด 1 เหรียญ และหากไม่ต้องการใช้งานแล้ว ก็สามารถขอรับเงินคงเหลือคืนได้เต็มจำนวน (ยกเว้นค่าซื้อบัตรแรกเข้า 100 เหรียญ) ต่อไปนี้คือประโยชน์หลักของบัตรอีซี่การ์ดที่ครอบคลุมทั้งความสะดวกสบาย ความคุ้มค่า และความหลากหลายในการใช้งาน

"อีซี่การ์ด" บัตรสารพัดประโยชน์ที่จำเป็นที่สุดสำหรับการเดินทางและใช้ชีวิตในไต้หวัน (ภาพจาก EasyCard Corporation)
1. ครอบคลุมระบบขนส่งสาธารณะเกือบทั่วไต้หวัน
- รถไฟฟ้า/รถไฟใต้ดิน (MRT): แตะเข้า-ออกระบบ MRT ในเมืองสำคัญได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นไทเป นิวไทเป เถาหยวน หรือเกาสง
- รถเมล์และรถโดยสารประจำทาง: แตะจ่ายค่าโดยสารได้ทั้งรถเมล์ในตัวเมืองและรถโดยสารระหว่างเมือง
- รถไฟ (TRA): ใช้แตะผ่านประตูและชำระค่าโดยสารสำหรับรถไฟของการรถไฟไต้หวันได้ทั่วเกาะ
- จักรยานสาธารณะ (YouBike): ผูกบัตรกับบัญชีเพื่อปลดล็อกและเช่าจักรยาน YouBike ได้ทันทีตามจุดให้บริการต่างๆ

ใช้แตะจ่ายค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะแทบทุกประเภท (ภาพจาก EasyCard Corporation)
2. ความคุ้มค่าและส่วนลดพิเศษ
- ส่วนลดค่าเดินทางต่อเนื่องเมื่อเปลี่ยนถ่ายระบบขนส่ง หากใช้บัตรอีซี่การ์ดเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะในกรุงไทเปและนิวไทเปภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้โดยสารจะไม่ต้องจ่ายค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน หรือได้จ่ายค่าโดยสารในอัตราที่ถูกลง เช่น การเปลี่ยนจาก MRT เป็นรถเมล์ หรือเปลี่ยนจากรถเมล์สายหนึ่งไปอีกสายหนึ่งภายในเวลา 1 ชั่วโมง โดยจะได้รับส่วนลดดังนี้: บัตรอีซี่การ์ดทั่วไป: ลด 8 เหรียญ บัตรสำหรับนักเรียน-นักศึกษา: ลด 6 เหรียญ และบัตรสำหรับผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป: ลด 4 เหรียญ
- ส่วนลดสำหรับผู้เดินทางประจำในไทเปและนิวไทเป
- มีโปรโมชั่นส่วนลดตามจำนวนเที่ยวการเดินทางต่อเดือน หรือพูดง่ายๆ ก็คือสามารถซื้อ "ตั๋วเดือน" ซึ่งมีค่าโดยสารถูกกว่าการจ่ายแบบปกติ
- เงินคืนจากสิทธิพิเศษบัตรเครดิต บัตรเครดิตหลายใบในไต้หวันที่มีฟังก์ชัน EasyCard ในตัว มักมีโปรโมชั่นคืนเงินเมื่อเติมเงินเข้าบัตรแบบอัตโนมัติ

นายห่าวหลงปิน อดีตผู้ว่าการกรุงไทเป สาธิตการเติมเงินเหรียญในบัตรอีซี่การ์ดจากเครื่องเติมเงินในสถานี MRT (ภาพจาก EasyCard Corporation)
3. ใช้จ่ายแทนเงินสดได้สะดวก
- ร้านสะดวกซื้อ: แตะจ่ายค่าสินค้าหรือค่าบิลได้ทันทีที่ 7-Eleven, FamilyMart, Hi-Life และ OK Mart โดยไม่ต้องรอเงินทอน ทั้งนี้แต่ละร้านมีวงเงินใช้จ่ายจำกัดอยู่ที่ 3,000 เหรียญต่อวัน
- ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าทั่วไป: ร้านอาหาร คาเฟ่ ซูเปอร์มาร์เก็ต ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และร้านค้าหลายแห่งก็รองรับการจ่ายด้วยอีซี่การ์ดเช่นกัน
- สถานที่ท่องเที่ยว: ใช้เป็นตั๋วผ่านประตูของสถานที่ท่องเที่ยวหรือสวนสนุกบางแห่งได้
- ค่าจอดรถ: แตะจ่ายค่าจอดรถตามลานจอดรถทั่วไปแทนการใช้เงินสดได้

ใช้แตะจ่ายค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะแทบทุกประเภท (ภาพจาก EasyCard Corporation)
4. ใช้งานง่าย จัดการสะดวก
- เติมเงินง่าย: เติมเงินได้ที่ตู้จำหน่ายตั๋ว MRT หรือร้านสะดวกซื้อทุกสาขา สูงสุดไม่เกิน 10,000 เหรียญไต้หวันต่อใบ ต่ำสุด 1 เหรียญ
- อายุการใช้งานนานถึง 20 ปี: เป็นบัตรซื้อขาด เก็บไว้ใช้เดินทางในไต้หวันสำหรับทริปต่อ ๆ ไปได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องวันหมดอายุ แต่สำหรับคนที่เก็บไว้หรือใช้งานนานถึง 20 ปี การเติมเงินและชำระเงินอาจไม่สามารถรองรับระบบใหม่ได้ เมื่อครบ 20 ปี ต้องเปลี่ยนและถ่ายโอนเงินที่เหลือไปยังบัตรใหม่
- ลงทะเบียนชื่อผู้ถือบัตรได้: ช่วยป้องกันเงินสูญหายหากทำบัตรหาย โดยลงทะเบียนผ่านแอป Easy Wallet (悠遊付) เพื่ออายัดบัตรเดิมและโอนเงินคงเหลือไปยังบัตรใหม่ได้
- ของสะสมสุดน่ารัก: อีซี่การ์ดมักออกลวดลายลิมิเต็ดสุดพิเศษ เช่น ตัวการ์ตูนจาก Sanrio (Hello Kitty, Kuromi) รูปสัตว์ต่างๆ หรือพวงกุญแจน่ารักๆ ซึ่งกลายเป็นของสะสมยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว
5. ซื้อได้ที่ไหน?
สามารถซื้อบัตรอีซี่การ์ดได้ที่เคาน์เตอร์สถานีรถไฟฟ้าทุกแห่ง หรือร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven, FamilyMart, Hi-Life และ OK Mart หากภายหลังไม่ต้องการใช้บัตรแล้ว ก็สามารถยื่นขอรับเงินคงเหลือคืนได้ที่ Information Counter ของสถานีรถไฟใต้ดินทุกแห่ง
6. คำเตือนสำคัญสำหรับผู้ใช้อีซี่การ์ด
อย่าให้ยืมบัตรหรือช่วยรูดบัตรชำระค่าใช้จ่ายแทนคนแปลกหน้า ระบบมีการบันทึกข้อมูลผู้ใช้บัตรไว้ทั้งหมด จึงไม่ควรนำข้อมูลทางการเงินของตนเองไปเกี่ยวข้องกับทะเบียนรถของคนแปลกหน้า เพราะธุรกรรมดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับรถที่ถูกขโมย บัตรปลอม หรือการกระทำผิดกฎหมายของผู้อื่น รวมถึงแรงงานผิดกฎหมาย
3. 6 ปีบนแผ่นดินไต้หวัน: เรื่องราวแรงงานไทยผู้ปลูกผักสายบัว ชี้งานไม่ยากเงินเดือนกว่า 4 หมื่นแต่ต้องอดทน พร้อมแนะมาทำงานถูกกฎหมายดีที่สุด
สำหรับใครที่กำลังมองหางานเกษตรในต่างแดน เรื่องราวของนายขวัญชัย พงษ์เพ็ชร แรงงานไทยวัย 42 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อาจเป็นแรงบันดาลใจที่ดี เขาใช้ชีวิตทำงานในเขตเหม่ยหนง นครเกาสง มานานกว่า 6 ปี กับอาชีพที่หลายคนอาจไม่คุ้นเคย นั่นคือการปลูกและเก็บเกี่ยว “ผักสายบัว”

นายขวัญชัย พงษ์เพ็ชร แรงงานไทยวัย 42 ปี ทำงานปลูกผักสายบัวที่เกาสง ชี้งานไม่ยากแต่ต้องลุยน้ำและต้องอดทน (ภาพจากนายจ้าง)
จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้วางแผนไว้
เดิมทีคนภาคกลางของไทยไม่ค่อยนิยมเดินทางมาทำงานต่างประเทศมากนัก แต่ด้วยภรรยาที่เป็นคนภาคอีสาน ทำให้นายขวัญชัยได้โอกาสมาทำงานที่ไต้หวัน และเลือกเส้นทางสายเกษตรมาโดยตลอด เขาเป็นแรงงานไทยรุ่นแรก ๆ ของฟาร์มแห่งนี้ ก่อนที่ปัจจุบันงานประเภทนี้จะเปลี่ยนมาอยู่ในมือแรงงานเวียดนามเกือบทั้งหมด เหลือคนไทยที่ทำงานสายนี้อยู่ไม่มากนัก

นายขวัญชัย พงษ์เพ็ชร แรงงานไทยวัย 42 ปี ทำงานปลูกผักสายบัวที่เกาสง ชี้งานไม่ยากแต่ต้องลุยน้ำและต้องอดทน (ภาพจากนายจ้าง)
งานไม่ยาก แต่ต้องลุยน้ำทั้งวัน
ผักสายบัวเป็นพืชที่ปลูกในบ่อน้ำ ขั้นตอนเริ่มจากนำต้นพันธุ์ลงปลูก แล้วค่อย ๆ เพิ่มระดับน้ำตามการเติบโตของต้น เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวก็ระบายน้ำออกให้เหลือระดับเอว แล้วลงไปตัดในบ่อ โดยในฤดูหนาว ต้องสวมชุดกันน้ำป้องกันความหนาวเย็น แต่ในฤดูร้อน บางครั้งใส่เสื้อผ้าธรรมดาลงไปทำงานได้เลย
นายขวัญชัยยืนยันว่างานไม่ซับซ้อน แต่ต้องอาศัย “ความอดทน” เป็นหลัก เพราะเป็นงานที่ต้องแช่น้ำและใช้แรงกายอย่างสม่ำเสมอ

นายขวัญชัย พงษ์เพ็ชร แรงงานไทยวัย 42 ปี ทำงานปลูกผักสายบัวที่เกาสง ชี้งานไม่ยากแต่ต้องลุยน้ำและต้องอดทน (ภาพจากนายจ้าง)
อยากปลูกที่ไทยบ้างได้ไหม?
คำถามที่หลายคนสงสัยคือเทคนิคนี้เอากลับไปทำที่ไทยได้หรือเปล่า นายขวัญชัยมองว่าทำได้ แต่ติดข้อจำกัดเรื่องแหล่งน้ำ เพราะผักสายบัวต้องการน้ำหล่อเลี้ยงตลอดทั้งปี ขณะที่ไทยมักเจอปัญหาภัยแล้งเป็นระยะ ต่างจากไต้หวันที่มีน้ำเพียงพอตลอดปี บวกกับตลาดไต้หวันเองก็มีความต้องการผักชนิดนี้อย่างต่อเนื่อง เกษตรกรจึงยังปลูกกันเป็นจำนวนมาก

นายขวัญชัย พงษ์เพ็ชร แรงงานไทยวัย 42 ปี ทำงานปลูกผักสายบัวที่เกาสง ชี้งานไม่ยากแต่ต้องลุยน้ำและต้องอดทน (ภาพจากนายจ้าง)
นายจ้างดูแลดี รายได้กว่า 40,000 เหรียญไต้หวัน/เดือน
อีกเหตุผลที่ทำให้เขาทำงานที่นี่มายาวนาน คือสวัสดิการจากนายจ้าง เนื่องจากแปลงปลูกแต่ละแห่งอยู่ห่างกัน นายจ้างจึงจัดรถจักรยานยนต์ให้ใช้เดินทาง พร้อมห้องพักส่วนตัวที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องที่อยู่อาศัย
ด้านรายได้ หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วเขามีเงินเหลือกว่า 40,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน หากใช้จ่ายอย่างประหยัด ก็สามารถส่งเงินกลับบ้านและมีเงินเก็บได้อย่างมั่นคง

นายขวัญชัยทำงานขยัน นายจ้างชื่นชมมอบอั่งเปาให้ (ภาพจากนายจ้าง)
ฝากถึงคนที่คิดจะมาทำงานเกษตร
นายขวัญชัยแนะนำผู้ที่สนใจว่า ต้องเตรียมใจรับสภาพอากาศที่ต่างจากไทยทั้งร้อนจัดและหนาวจัด รวมถึงลักษณะงานที่ต้องใช้ความอดทนสูง แต่ถ้าปรับตัวได้ ก็สามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข

นายขวัญชัย พงษ์เพ็ชร แรงงานไทยวัย 42 ปี ทำงานปลูกผักสายบัวที่เขตเหม่ยหนง นครเกาสง (ภาพจากนายจ้าง)
เขาทิ้งท้ายด้วยข้อคิดที่กินใจว่า
"ขอให้คิดถึงคนข้างหลังให้มาก เพราะเราไม่ได้มาที่นี่เพื่อตัวเองอย่างเดียว แต่เรามาเพื่อดูแลครอบครัว ถ้ามีเป้าหมายและอดทน ก็จะผ่านทุกอย่างไปได้"

ความขยันอดทนของนายขวัญชัย ทำให้ครอบครัวของของนายจ้างดูแลเขาเสมือนคนในบ้าน ตั้งแต่ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ให้ใช้เดินทาง ส่งเสียให้เรียนขับรถยนต์ ไปจนถึงออกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับเพื่อให้เขาได้กลับไปเยี่ยมบ้าน (ภาพจากนายจ้าง)
เตือนภัย “ผีน้อย” ทำงานผิดกฎหมาย
ท่ามกลางกระแสโฆษณาชักชวนคนไทยลักลอบมาทำงานเกษตรแบบผิดกฎหมายในโซเชียลมีเดีย นายขวัญชัยยอมรับว่าบางคนอาจจำเป็นเพราะปัญหาชีวิต แต่ถ้าเลือกได้ ควรมาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายจะดีที่สุด เพราะแรงงานถูกกฎหมายทั้งได้รับความคุ้มครองด้านประกันสุขภาพและสิทธิแรงงานตามกฎหมาย ใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องหลบซ่อนหรือกังวลว่าจะถูกจับกุม

ความขยันอดทนของนายขวัญชัย ทำให้ครอบครัวของของนายจ้างดูแลเขาเสมือนคนในบ้าน ตั้งแต่ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ให้ใช้เดินทาง ส่งเสียให้เรียนขับรถยนต์ ไปจนถึงออกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับเพื่อให้เขาได้กลับไปเยี่ยมบ้าน (ภาพจากนายจ้าง)
ไต้หวันให้โอกาสในการสร้างชีวิต
หลังจากใช้ชีวิตในไต้หวันมา 6 ปี นายขวัญชัยมองว่าที่นี่คือดินแดนที่มอบโอกาสในการสร้างชีวิตใหม่ แม้ต้องทำงานหนัก แต่ก็แลกมาด้วยรายได้ที่มั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของครอบครัวที่บ้าน ส่วนเรื่องภาษาจีน เขาเรียนรู้จากการทำงานประจำวันจนสื่อสารกับนายจ้างได้ แม้จะยังไม่คล่องในบทสนทนาทั่วไป แต่ก็เพียงพอต่อการทำงานและการใช้ชีวิตในประจำวัน