Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Українська แผนผังเว็บไซต์

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2569

เตือนภัย! เห็ดพิษหน้าฝน แรงงานไทยในเหมียวลี่โคม่า หลังกินเห็ดป่าที่เพื่อนเก็บมา แพทย์เตือน “ไม่รู้จัก ไม่แน่ใจ ไม่เก็บ ไม่กิน”
เตือนภัย! เห็ดพิษหน้าฝน แรงงานไทยในเหมียวลี่โคม่า หลังกินเห็ดป่าที่เพื่อนเก็บมา แพทย์เตือน “ไม่รู้จัก ไม่แน่ใจ ไม่เก็บ ไม่กิน”

1. เตือนภัย! เห็ดพิษหน้าฝน แรงงานไทยในเหมียวลี่โคม่า หลังกินเห็ดป่าที่เพื่อนเก็บมา แพทย์เตือน “ไม่รู้จัก ไม่แน่ใจ ไม่เก็บ ไม่กิน” 

      ช่วงนี้ ในไต้หวันเป็นฤดูฝน แม้แรงงานไทยจำนวนไม่น้อยจะย้ายมาใช้ชีวิตในต่างแดน แต่ยังคงมีนิสัยและความคุ้นเคยแบบที่บ้าน นั่นคือการออกเดินป่าเก็บของป่ามาทำกับข้าว โดยเฉพาะเห็ดป่าที่มักงอกขึ้นชุกชุมในช่วงนี้ ทว่าความเสี่ยงที่แฝงมาด้วยก็คือ เห็ดพิษหลายชนิดมีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกับเห็ดที่กินได้จนแยกไม่ออกด้วยตาเปล่า และล่าสุดก็มีเหตุการณ์ที่ตอกย้ำอันตรายนี้อีกครั้ง เมื่อกลุ่มแรงงานไทยในเมืองเหมียวลี่พากันเข้าป่าเก็บเห็ดมาทำอาหาร แม้เห็ดที่ปรุงสุกแล้วจะมีสีดำผิดปกติจนหลายคนไม่กล้าแตะต้อง แต่มีเพื่อนอีกคนหนึ่งไม่ทันระวังตัว รับประทานเข้าไปในปริมาณมาก จนเกิดภาวะตับและไตวายเฉียบพลัน อาการเข้าขั้นวิกฤต

เห็ดที่ปรุงสุกแล้วมีสีดำผิดปกติจนหลายคนไม่กล้าแตะต้อง แต่มีแรงงานไทยรายหนึ่งไม่ทันระวังตัว รับประทานเข้าไปในปริมาณมาก จนเกิดภาวะตับและไตวายเฉียบพลัน อาการเข้าขั้นวิกฤต (ภาพจากบริษัทจัดหางานที่ดูแลแรงงานไทย)

      แรงงานไทยรายนี้อายุ 45 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี ทำงานอยู่ในโรงงานแปรรูปโลหะแห่งหนึ่งที่ตำบลถงหลัว เมืองเหมียวลี่ เมื่อค่ำวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา เขารับประทานเห็ดที่เพื่อนร่วมโรงงานเก็บมาปรุงเป็นแกง ทั้งที่เห็ดสุกแล้วมีสีคล้ำดำผิดสังเกต แต่ด้วยความไม่รู้ว่าเห็ดชนิดนี้มีพิษร้ายแรง เขาจึงกินเข้าไปในปริมาณไม่น้อย

      ไม่นานหลังจากนั้นก็เริ่มมีอาการอาเจียนอย่างรุนแรง วันถัดมาอาการดูเหมือนจะทุเลาลง จนสามารถกลับเข้าทำงานได้ตามปกติ แต่ไม่ทันไร ร่างกายกลับอ่อนเพลียไม่มีเรี่ยวแรง และทรุดหนักลงอย่างรวดเร็ว ล่ามบริษัทจัดหางานและนายจ้างจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลต้าเชียนในเมืองเหมียวลี่ทันที ก่อนที่แพทย์จะพบว่าตับเกิดการอักเสบอย่างรุนแรง จึงมีคำแนะนำให้ส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลฉางเกิง เขตหลินโข่ว ซึ่งเป็นศูนย์การแพทย์ขนาดใหญ่ที่มีเครื่องมือทันสมัยกว่า ทว่าอาการกลับทรุดหนักลงอย่างรวดเร็วจนหมดสติ ไม่สามารถเคลื่อนย้ายส่งต่อได้ทัน แพทย์จำเป็นต้องใช้เครื่องเอคโม่ (ECMO) หรือเครื่องพยุงการทำงานของหัวใจและปอด เพื่อประคับประคองชีวิตไว้

ตำรวจเกาสงเก็บเห็ดที่ขึ้นตามเกาะกลางถนนหลังฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 เนื่องจากกลัวประชาชนไปเก็บมากิน (ภาพจากสถานีตำรวจเกาสง)

      จากการตรวจสอบเห็ดที่เหลืออยู่ แพทย์ยืนยันว่าเป็นเห็ด Amanita phalloides หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ "เห็ดระโงกหิน" ซึ่งถูกบันทึกไว้ในกินเนสส์บุ๊กว่าเป็นเห็ดที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก โดยปกติแล้วเพียงรับประทาน 2 ดอก ก็อาจถึงแก่ชีวิตได้ แต่แรงงานไทยรายนี้กลับรับประทานคนเดียวถึง 3 ดอก จึงทำให้อาการเข้าขั้นวิกฤตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากพิษเห็ดเข้าไปทำลายเซลล์ตับและทำให้ไตวายเฉียบพลัน

      แพทย์อธิบายว่า เห็ดชนิดนี้มีสารพิษกลุ่มอะมาทอกซิน (Amatoxins) ซึ่งทนความร้อนได้สูงมาก แม้จะนำไปปรุงสุกด้วยการต้มหรือแกงก็ไม่สามารถทำลายพิษได้ สารนี้จะเข้าไปทำลายการทำงานของตับและไตอย่างรุนแรง โดยแบ่งอาการออกเป็นระยะต่างๆ ดังนี้

      ระยะแรก (6-24 ชั่วโมงหลังกิน) จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และท้องร่วงอย่างรุนแรง

      ระยะหลอกตา อาการจะดูเหมือนทุเลาลง คล้ายกำลังจะหายดี แต่ในความเป็นจริงสารพิษกำลังเข้าทำลายอวัยวะภายในอย่างต่อเนื่อง

      ระยะวิกฤต หลังผ่านไป 2-3 วัน จะเกิดภาวะตับอักเสบรุนแรง ไตวาย และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้

ข้อควรระวังในช่วงหน้าฝน

      ช่วงหน้าฝนเป็นฤดูที่เห็ดป่าเจริญเติบโตขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ในจำนวนนั้นก็มีเห็ดพิษหลายชนิดแฝงตัวอยู่ ซึ่งมีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกับเห็ดที่กินได้จนยากจะแยกแยะด้วยสายตา จากสถิติของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันพบว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ในไต้หวันมีผู้กินเห็ดป่าและส่งผลให้เกิดอาการเป็นพิษรุนแรงแล้ว 33 ราย แพทย์จึงเตือนว่า หากไม่มั่นใจ ไม่รู้จัก หรือไม่เคยรับประทานเห็ดชนิดนั้นมาก่อน ไม่ควรนำมาปรุงอาหารรับประทานโดยเด็ดขาด เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

2. มีใช้หรือยัง? "อีซี่การ์ด" บัตรสารพัดประโยชน์ที่จำเป็นที่สุดสำหรับการเดินทางและใช้ชีวิตในไต้หวัน

      หากพูดถึงของที่ “ต้องมี” สำหรับใครก็ตามที่จะมาเที่ยวหรือใช้ชีวิตในไต้หวัน คงหนีไม่พ้นบัตรอีซี่การ์ด (EasyCard - 悠遊卡) บัตรเติมเงินอเนกประสงค์ที่ทำหน้าที่เสมือน "บัตรสารพัดประโยชน์" ครอบคลุมทั้งเรื่องการเดินทางและการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

      บัตรนี้จำหน่ายแบบซื้อขาดในราคาเพียง 100 เหรียญไต้หวัน โดยไม่มีค่ามัดจำ สามารถเติมเงินเก็บไว้ในบัตรได้สูงสุดไม่เกิน 10,000 เหรียญไต้หวันต่อใบ ต่ำสุด 1 เหรียญ และหากไม่ต้องการใช้งานแล้ว ก็สามารถขอรับเงินคงเหลือคืนได้เต็มจำนวน (ยกเว้นค่าซื้อบัตรแรกเข้า 100 เหรียญ) ต่อไปนี้คือประโยชน์หลักของบัตรอีซี่การ์ดที่ครอบคลุมทั้งความสะดวกสบาย ความคุ้มค่า และความหลากหลายในการใช้งาน

"อีซี่การ์ด" บัตรสารพัดประโยชน์ที่จำเป็นที่สุดสำหรับการเดินทางและใช้ชีวิตในไต้หวัน (ภาพจาก EasyCard Corporation)

      1. ครอบคลุมระบบขนส่งสาธารณะเกือบทั่วไต้หวัน

      - รถไฟฟ้า/รถไฟใต้ดิน (MRT): แตะเข้า-ออกระบบ MRT ในเมืองสำคัญได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นไทเป นิวไทเป เถาหยวน หรือเกาสง

      - รถเมล์และรถโดยสารประจำทาง: แตะจ่ายค่าโดยสารได้ทั้งรถเมล์ในตัวเมืองและรถโดยสารระหว่างเมือง

      - รถไฟ (TRA): ใช้แตะผ่านประตูและชำระค่าโดยสารสำหรับรถไฟของการรถไฟไต้หวันได้ทั่วเกาะ

      - จักรยานสาธารณะ (YouBike): ผูกบัตรกับบัญชีเพื่อปลดล็อกและเช่าจักรยาน YouBike ได้ทันทีตามจุดให้บริการต่างๆ

ใช้แตะจ่ายค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะแทบทุกประเภท (ภาพจาก EasyCard Corporation)

      2. ความคุ้มค่าและส่วนลดพิเศษ

      - ส่วนลดค่าเดินทางต่อเนื่องเมื่อเปลี่ยนถ่ายระบบขนส่ง หากใช้บัตรอีซี่การ์ดเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะในกรุงไทเปและนิวไทเปภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้โดยสารจะไม่ต้องจ่ายค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน หรือได้จ่ายค่าโดยสารในอัตราที่ถูกลง เช่น การเปลี่ยนจาก MRT เป็นรถเมล์ หรือเปลี่ยนจากรถเมล์สายหนึ่งไปอีกสายหนึ่งภายในเวลา 1 ชั่วโมง โดยจะได้รับส่วนลดดังนี้: บัตรอีซี่การ์ดทั่วไป: ลด 8 เหรียญ บัตรสำหรับนักเรียน-นักศึกษา: ลด 6 เหรียญ และบัตรสำหรับผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป: ลด 4 เหรียญ

      - ส่วนลดสำหรับผู้เดินทางประจำในไทเปและนิวไทเป

      - มีโปรโมชั่นส่วนลดตามจำนวนเที่ยวการเดินทางต่อเดือน หรือพูดง่ายๆ ก็คือสามารถซื้อ "ตั๋วเดือน" ซึ่งมีค่าโดยสารถูกกว่าการจ่ายแบบปกติ

      - เงินคืนจากสิทธิพิเศษบัตรเครดิต บัตรเครดิตหลายใบในไต้หวันที่มีฟังก์ชัน EasyCard ในตัว มักมีโปรโมชั่นคืนเงินเมื่อเติมเงินเข้าบัตรแบบอัตโนมัติ

นายห่าวหลงปิน อดีตผู้ว่าการกรุงไทเป สาธิตการเติมเงินเหรียญในบัตรอีซี่การ์ดจากเครื่องเติมเงินในสถานี MRT (ภาพจาก EasyCard Corporation)

      3. ใช้จ่ายแทนเงินสดได้สะดวก

      - ร้านสะดวกซื้อ: แตะจ่ายค่าสินค้าหรือค่าบิลได้ทันทีที่ 7-Eleven, FamilyMart, Hi-Life และ OK Mart โดยไม่ต้องรอเงินทอน ทั้งนี้แต่ละร้านมีวงเงินใช้จ่ายจำกัดอยู่ที่ 3,000 เหรียญต่อวัน

      - ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าทั่วไป: ร้านอาหาร คาเฟ่ ซูเปอร์มาร์เก็ต ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และร้านค้าหลายแห่งก็รองรับการจ่ายด้วยอีซี่การ์ดเช่นกัน

      - สถานที่ท่องเที่ยว: ใช้เป็นตั๋วผ่านประตูของสถานที่ท่องเที่ยวหรือสวนสนุกบางแห่งได้

      - ค่าจอดรถ: แตะจ่ายค่าจอดรถตามลานจอดรถทั่วไปแทนการใช้เงินสดได้

ใช้แตะจ่ายค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะแทบทุกประเภท (ภาพจาก EasyCard Corporation)

      4. ใช้งานง่าย จัดการสะดวก

      - เติมเงินง่าย: เติมเงินได้ที่ตู้จำหน่ายตั๋ว MRT หรือร้านสะดวกซื้อทุกสาขา สูงสุดไม่เกิน 10,000 เหรียญไต้หวันต่อใบ ต่ำสุด 1 เหรียญ

      - อายุการใช้งานนานถึง 20 ปี: เป็นบัตรซื้อขาด เก็บไว้ใช้เดินทางในไต้หวันสำหรับทริปต่อ ๆ ไปได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องวันหมดอายุ แต่สำหรับคนที่เก็บไว้หรือใช้งานนานถึง 20 ปี การเติมเงินและชำระเงินอาจไม่สามารถรองรับระบบใหม่ได้ เมื่อครบ 20 ปี ต้องเปลี่ยนและถ่ายโอนเงินที่เหลือไปยังบัตรใหม่

      - ลงทะเบียนชื่อผู้ถือบัตรได้: ช่วยป้องกันเงินสูญหายหากทำบัตรหาย โดยลงทะเบียนผ่านแอป Easy Wallet (悠遊付) เพื่ออายัดบัตรเดิมและโอนเงินคงเหลือไปยังบัตรใหม่ได้

      - ของสะสมสุดน่ารัก: อีซี่การ์ดมักออกลวดลายลิมิเต็ดสุดพิเศษ เช่น ตัวการ์ตูนจาก Sanrio (Hello Kitty, Kuromi) รูปสัตว์ต่างๆ หรือพวงกุญแจน่ารักๆ ซึ่งกลายเป็นของสะสมยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว

      5. ซื้อได้ที่ไหน?

      สามารถซื้อบัตรอีซี่การ์ดได้ที่เคาน์เตอร์สถานีรถไฟฟ้าทุกแห่ง หรือร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven, FamilyMart, Hi-Life และ OK Mart หากภายหลังไม่ต้องการใช้บัตรแล้ว ก็สามารถยื่นขอรับเงินคงเหลือคืนได้ที่ Information Counter ของสถานีรถไฟใต้ดินทุกแห่ง

      6. คำเตือนสำคัญสำหรับผู้ใช้อีซี่การ์ด

      อย่าให้ยืมบัตรหรือช่วยรูดบัตรชำระค่าใช้จ่ายแทนคนแปลกหน้า ระบบมีการบันทึกข้อมูลผู้ใช้บัตรไว้ทั้งหมด จึงไม่ควรนำข้อมูลทางการเงินของตนเองไปเกี่ยวข้องกับทะเบียนรถของคนแปลกหน้า เพราะธุรกรรมดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับรถที่ถูกขโมย บัตรปลอม หรือการกระทำผิดกฎหมายของผู้อื่น รวมถึงแรงงานผิดกฎหมาย

3. 6 ปีบนแผ่นดินไต้หวัน: เรื่องราวแรงงานไทยผู้ปลูกผักสายบัว ชี้งานไม่ยากเงินเดือนกว่า 4 หมื่นแต่ต้องอดทน พร้อมแนะมาทำงานถูกกฎหมายดีที่สุด

      สำหรับใครที่กำลังมองหางานเกษตรในต่างแดน เรื่องราวของนายขวัญชัย พงษ์เพ็ชร แรงงานไทยวัย 42 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อาจเป็นแรงบันดาลใจที่ดี เขาใช้ชีวิตทำงานในเขตเหม่ยหนง นครเกาสง มานานกว่า 6 ปี กับอาชีพที่หลายคนอาจไม่คุ้นเคย นั่นคือการปลูกและเก็บเกี่ยว “ผักสายบัว”

นายขวัญชัย พงษ์เพ็ชร แรงงานไทยวัย 42 ปี ทำงานปลูกผักสายบัวที่เกาสง ชี้งานไม่ยากแต่ต้องลุยน้ำและต้องอดทน (ภาพจากนายจ้าง)

จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้วางแผนไว้

      เดิมทีคนภาคกลางของไทยไม่ค่อยนิยมเดินทางมาทำงานต่างประเทศมากนัก แต่ด้วยภรรยาที่เป็นคนภาคอีสาน ทำให้นายขวัญชัยได้โอกาสมาทำงานที่ไต้หวัน และเลือกเส้นทางสายเกษตรมาโดยตลอด เขาเป็นแรงงานไทยรุ่นแรก ๆ ของฟาร์มแห่งนี้ ก่อนที่ปัจจุบันงานประเภทนี้จะเปลี่ยนมาอยู่ในมือแรงงานเวียดนามเกือบทั้งหมด เหลือคนไทยที่ทำงานสายนี้อยู่ไม่มากนัก

นายขวัญชัย พงษ์เพ็ชร แรงงานไทยวัย 42 ปี ทำงานปลูกผักสายบัวที่เกาสง ชี้งานไม่ยากแต่ต้องลุยน้ำและต้องอดทน (ภาพจากนายจ้าง)

งานไม่ยาก แต่ต้องลุยน้ำทั้งวัน

      ผักสายบัวเป็นพืชที่ปลูกในบ่อน้ำ ขั้นตอนเริ่มจากนำต้นพันธุ์ลงปลูก แล้วค่อย ๆ เพิ่มระดับน้ำตามการเติบโตของต้น เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวก็ระบายน้ำออกให้เหลือระดับเอว แล้วลงไปตัดในบ่อ โดยในฤดูหนาว ต้องสวมชุดกันน้ำป้องกันความหนาวเย็น แต่ในฤดูร้อน บางครั้งใส่เสื้อผ้าธรรมดาลงไปทำงานได้เลย

      นายขวัญชัยยืนยันว่างานไม่ซับซ้อน แต่ต้องอาศัย “ความอดทน” เป็นหลัก เพราะเป็นงานที่ต้องแช่น้ำและใช้แรงกายอย่างสม่ำเสมอ

นายขวัญชัย พงษ์เพ็ชร แรงงานไทยวัย 42 ปี ทำงานปลูกผักสายบัวที่เกาสง ชี้งานไม่ยากแต่ต้องลุยน้ำและต้องอดทน (ภาพจากนายจ้าง)

อยากปลูกที่ไทยบ้างได้ไหม?

      คำถามที่หลายคนสงสัยคือเทคนิคนี้เอากลับไปทำที่ไทยได้หรือเปล่า นายขวัญชัยมองว่าทำได้ แต่ติดข้อจำกัดเรื่องแหล่งน้ำ เพราะผักสายบัวต้องการน้ำหล่อเลี้ยงตลอดทั้งปี ขณะที่ไทยมักเจอปัญหาภัยแล้งเป็นระยะ ต่างจากไต้หวันที่มีน้ำเพียงพอตลอดปี บวกกับตลาดไต้หวันเองก็มีความต้องการผักชนิดนี้อย่างต่อเนื่อง เกษตรกรจึงยังปลูกกันเป็นจำนวนมาก

นายขวัญชัย พงษ์เพ็ชร แรงงานไทยวัย 42 ปี ทำงานปลูกผักสายบัวที่เกาสง ชี้งานไม่ยากแต่ต้องลุยน้ำและต้องอดทน (ภาพจากนายจ้าง)

นายจ้างดูแลดี รายได้กว่า 40,000 เหรียญไต้หวัน/เดือน

      อีกเหตุผลที่ทำให้เขาทำงานที่นี่มายาวนาน คือสวัสดิการจากนายจ้าง เนื่องจากแปลงปลูกแต่ละแห่งอยู่ห่างกัน นายจ้างจึงจัดรถจักรยานยนต์ให้ใช้เดินทาง พร้อมห้องพักส่วนตัวที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องที่อยู่อาศัย

      ด้านรายได้ หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วเขามีเงินเหลือกว่า 40,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน หากใช้จ่ายอย่างประหยัด ก็สามารถส่งเงินกลับบ้านและมีเงินเก็บได้อย่างมั่นคง

นายขวัญชัยทำงานขยัน นายจ้างชื่นชมมอบอั่งเปาให้ (ภาพจากนายจ้าง)

ฝากถึงคนที่คิดจะมาทำงานเกษตร

      นายขวัญชัยแนะนำผู้ที่สนใจว่า ต้องเตรียมใจรับสภาพอากาศที่ต่างจากไทยทั้งร้อนจัดและหนาวจัด รวมถึงลักษณะงานที่ต้องใช้ความอดทนสูง แต่ถ้าปรับตัวได้ ก็สามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข

นายขวัญชัย พงษ์เพ็ชร แรงงานไทยวัย 42 ปี ทำงานปลูกผักสายบัวที่เขตเหม่ยหนง นครเกาสง (ภาพจากนายจ้าง)

เขาทิ้งท้ายด้วยข้อคิดที่กินใจว่า

      "ขอให้คิดถึงคนข้างหลังให้มาก เพราะเราไม่ได้มาที่นี่เพื่อตัวเองอย่างเดียว แต่เรามาเพื่อดูแลครอบครัว ถ้ามีเป้าหมายและอดทน ก็จะผ่านทุกอย่างไปได้"

ความขยันอดทนของนายขวัญชัย ทำให้ครอบครัวของของนายจ้างดูแลเขาเสมือนคนในบ้าน ตั้งแต่ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ให้ใช้เดินทาง ส่งเสียให้เรียนขับรถยนต์ ไปจนถึงออกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับเพื่อให้เขาได้กลับไปเยี่ยมบ้าน (ภาพจากนายจ้าง)

เตือนภัย “ผีน้อย” ทำงานผิดกฎหมาย

      ท่ามกลางกระแสโฆษณาชักชวนคนไทยลักลอบมาทำงานเกษตรแบบผิดกฎหมายในโซเชียลมีเดีย นายขวัญชัยยอมรับว่าบางคนอาจจำเป็นเพราะปัญหาชีวิต แต่ถ้าเลือกได้ ควรมาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายจะดีที่สุด เพราะแรงงานถูกกฎหมายทั้งได้รับความคุ้มครองด้านประกันสุขภาพและสิทธิแรงงานตามกฎหมาย ใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องหลบซ่อนหรือกังวลว่าจะถูกจับกุม

ความขยันอดทนของนายขวัญชัย ทำให้ครอบครัวของของนายจ้างดูแลเขาเสมือนคนในบ้าน ตั้งแต่ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ให้ใช้เดินทาง ส่งเสียให้เรียนขับรถยนต์ ไปจนถึงออกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับเพื่อให้เขาได้กลับไปเยี่ยมบ้าน (ภาพจากนายจ้าง)

ไต้หวันให้โอกาสในการสร้างชีวิต

      หลังจากใช้ชีวิตในไต้หวันมา 6 ปี นายขวัญชัยมองว่าที่นี่คือดินแดนที่มอบโอกาสในการสร้างชีวิตใหม่ แม้ต้องทำงานหนัก แต่ก็แลกมาด้วยรายได้ที่มั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของครอบครัวที่บ้าน ส่วนเรื่องภาษาจีน เขาเรียนรู้จากการทำงานประจำวันจนสื่อสารกับนายจ้างได้ แม้จะยังไม่คล่องในบทสนทนาทั่วไป แต่ก็เพียงพอต่อการทำงานและการใช้ชีวิตในประจำวัน

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解
00:00
00:00
0.5x 1x 1.5x 2x