สวัสดีครับคุณผู้ฟังทุกท่าน! ขอต้อนรับเข้าสู่รายการ อะไรๆ ในไต้หวัน (台灣泰好玩) กับผม ธีระ หยาง (亓淞) ครับ รายการที่จะพาคุณผู้ฟังไปเจาะลึกทุกไลฟ์สไตล์ เที่ยว กิน ช้อป และสัมผัสศิลปวัฒนธรรมสุดปังบนเกาะไต้หวัน คุณผู้ฟังครับ ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม ปี 2026 นี้ ถ้าใครมีโอกาสได้ไปเยือน พิพิธภัณฑ์กู้กงแห่งชาติ ที่ไทเป คงจะตกใจกับภาพคลื่นมหาชนที่หลั่งไหลกันมาต่อคิวแถวยาวเหยียดตั้งแต่ชั้น 1 ทะลุไปจนถึงชั้น 3! หลายคนยอมยืนรอนานถึง 2-5 ชั่วโมง เพื่อที่จะได้เข้าไปชมสุดยอดสมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่ง สิ่งนั้นก็คือ พระคัมภีร์ "หลงจั้งจิง" (龍藏經) หรือ Tibetan Dragon Sutra (คลิกชมภาพ) นั่นเองครับ วันนี้ธีระ หยาง จะพาไปเจาะลึกกันว่า ทำไมพระคัมภีร์โบราณชุดนี้ถึงสร้างปรากฏการณ์ฟีเวอร์ได้ขนาดนี้!
พระคัมภีร์หลงจั้งจิง (龍藏經) ไม่ใช่แค่หนังสือเก่าแก่ธรรมดานะครับ แต่เป็นพระไตรปิฎกภาษาทิเบตโบราณที่ถูกสร้างขึ้นด้วยความประณีตขั้นสูงสุด ผสมผสานทั้งความศรัทธาในพุทธศาสนา อำนาจบารมีของราชวงศ์ชิง และงานศิลปะชั้นยอดเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เรามาย้อนรอยประวัติศาสตร์กันสักนิดครับ
จุดเริ่มต้น: ในปี ค.ศ. 1667 ซึ่งตรงกับปีที่ 6 ในรัชสมัยของคังซีฮ่องเต้ ซึ่งพระมหาอัยยิกาเจ้าเสี้ยวจวง (孝莊太皇太后) ที่เป็นเสด็จย่าของคังซีฮ่องเต้ ได้ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ระดมลามะและช่างฝีมือชั้นครูจำนวนมาก เพื่อมาคัดลอกพระไตรปิฎกทิเบต โดยมุ่งหวังให้ผลบุญนี้ช่วยปกปักรักษาแผ่นดินให้ร่มเย็นเป็นสุข โดยพระคัมภีร์ชุดนี้ถูกเก็บรักษาในหอพระของพระราชวังต้องห้ามที่ปักกิ่งและมีพระลามะชั้นผู้ใหญ่สวดอำนวยพรอย่างต่อเนื่องยาวนานถึงประมาณ 300 ปีเลยทีเดียว
สร้างเสร็จสมบูรณ์: โปรเจกต์ยักษ์ใหญ่นี้ใช้เวลาถึง 2 ปีเต็มในการคัดลอกและตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงจนแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1669 ประกอบด้วยพระคัมภีร์รวมทั้งสิ้น 108 หีบด้วยกัน
การลี้ภัยมายังไต้หวัน: ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 พระคัมภีร์ชุดนี้ได้ถูกเคลื่อนย้ายพร้อมกับสมบัติล้ำค่าอื่นๆ นั่งเรือข้ามน้ำข้ามทะเลจากพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่ง มาเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์กู้กงแห่งชาติ (國立故宮博物院) ในไต้หวันจนถึงปัจจุบันครับ (ภาพจากพิพิธภัณฑ์กู้กง สาขาภาคใต้)

ความยิ่งใหญ่ของคัมภีร์ชุดนี้ไม่ได้มีแค่สตอรี่ทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานเกือบ 360 ปีนะครับ แต่งานสร้างยังถือเป็น "ที่สุด" ของศิลปะงานคราฟต์ในยุคนั้นเลยทีเดียว
เขียนด้วยทองคำแท้: ตัวอักษรทิเบตที่อยู่ในคัมภีร์ ไม่ได้ใช้หมึกจีนสีดำธรรมดานะครับ แต่ช่างฝีมือใช้ผงทองคำแท้ (泥金) เขียนลงบนกระดาษสีน้ำเงินเข้มข้นที่ต้องสั่งทำพิเศษโดยเฉพาะ
การตกแต่งสุดอลังการ: บริเวณแผ่นไม้ประกบคัมภีร์ มีการวาดภาพพระพุทธรูปสีสันงดงาม แกะสลักลวดลายมังกรทอง และประดับประดาด้วยอัญมณีมีค่ามากมายนับไม่ถ้วน ทั้งไข่มุก ปะการัง และเทอร์ควอยส์
ขนาดและน้ำหนักมหาศาล: คัมภีร์ทั้ง 108 หีบนี้ เมื่อนำมารวมกันแล้วมีน้ำหนักมหาศาลมาก ว่ากันว่าในยุคนั้นต้องใช้ทองคำไปจำนวนมหาศาลเพื่อจัดทำสุดยอดสมบัติชิ้นนี้ขึ้นมาครับ
มาถึงไฮไลต์สำคัญครับ ทำไมคนไต้หวันและนักท่องเที่ยวถึงยอมสละเวลาครึ่งค่อนวันเพื่อมาต่อคิวรอชมคัมภีร์ชุดนี้? สาเหตุก็มาจาก 4 ปัจจัยหลักๆ ครับ
ตำนานผลบุญ 7 ชั่วอายุคน: ตอนนี้มีกระแสไวรัลในอินเทอร์เน็ตไต้หวันที่เชื่อกันว่า "เพียงแค่ได้มองเห็นคัมภีร์หลงจั้งจิงด้วยตาเปล่าเพียงครั้งเดียว ก็จะได้รับบุญบารมีและโชคลาภไปถึง 7 ชาติ" (看一眼得七世福報) ประโยคนี้แหละครับที่ทำให้สายมูเตลูทั้งหลายอยู่ไม่ติด ต้องรีบมาต่อคิวเพื่อเสริมสิริมงคลให้ชีวิตตัวเอง
สัมผัสพลังงานบวกสุดลี้ลับ: ผู้ที่เข้าชมหลายคนออกมารีวิวในโซเชียลมีเดียตรงกันว่า เมื่อไปยืนอยู่ตรงหน้าพระคัมภีร์ พวกเขาสัมผัสได้ถึงพลังงานที่แข็งแกร่งมาก บางคนถึงกับขนลุกซู่ หรือรู้สึกตื้นตันใจจนน้ำตาไหลออกมาเองโดยไม่ทราบสาเหตุ
อิทธิพลจากสื่อมวลชน: รายการโทรทัศน์และนักจัดรายการชื่อดังหลายคน ได้หยิบยกเอาเรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์และเบื้องหลังการสร้างคัมภีร์ไปเล่าขานกันอย่างเมามันส์ ยิ่งกระพือกระแสให้คนตื่นตัวและอยากมาพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง
โอกาสทองที่หาดูได้ยากมาก: เนื่องจากพระคัมภีร์มีความเก่าแก่และบอบบางมาก ต้องเก็บรักษาในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นอย่างเข้มงวด การที่ทางพิพิธภัณฑ์นำชิ้นส่วนต่างๆ ทั้งแผ่นประกบ ผ้าห่อคัมภีร์ และตัวหน้ากระดาษมากางออกให้เห็นรายละเอียดแบบเอ็กซ์คลูซีฟแบบนี้ ถือเป็นแรร์ไอเทมที่หาชมได้ยากสุดๆ ครับ

ภาพของผู้คนที่เข้าคิวรอเข้าชมพระคัมภีร์หลงจั้งจิงกันอย่างล้นหลามตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 3 (ภาพจากพิพิธภัณฑ์กู้กง)
ด้วยกระแสตอบรับที่ถล่มทลายขนาดนี้ ทำให้ทางพิพิธภัณฑ์กู้กงแห่งชาติ ถึงกับต้องงัดมาตรการพิเศษออกมาขยายเวลาเปิดทำการ และจัดโปรโมชันต่างๆ เพื่อช่วยกระจายฝูงชนไม่ให้แออัดจนเกินไปครับ ใครที่กำลังวางแผนมาเที่ยวไต้หวัน ในช่วงนี้ ธีระ หยาง ขอแนะนำเลยครับว่า ห้ามพลาดนิทรรศการพิเศษนี้เด็ดขาด ลองไปสัมผัสด้วยตาตัวเองดูสักครั้ง เผื่อจะได้รับโชคลาภกลับไปถึง 7 ชาติตามตำนานที่เขาว่ากันนะครับ! โดยการจัดแสดงเฟสแรกจบไปแล้วตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ส่วนเฟส 2 จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 สค. - 8 พย. นี้นะครับ ซึ่งจะมีการเปิดให้เข้าชมทุกวัน จนถึงเวลา 19.00 น. แต่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปนะฮ้าฟ แน่นอนว่าความดังของพระคัมภีร์หลงจั้งจิง ที่จัดแสดงในครั้งนี้ ทำให้ผู้คนเริ่มหลั่งไหลไปเข้าชมที่ พิพิธภัณฑ์กู้กง สาขาภาคใต้ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเจีนอี้ด้วยแล้ว เพราะที่นั่นมีการนำพระคัมภีร์หลงจั้งจิงมาจัดแสดงตลอดทั้งปี (ภาพจากพิพิธภัณฑ์กู้กง สาขาภาคใต้)

สำหรับวันนี้เวลาของรายการ อะไรๆ ในไต้หวัน (台灣泰好玩) ก็หมดลงแล้วครับ กลับมาพบกับผม ธีระ หยาง (亓淞) ได้ใหม่ในครั้งหน้า สำหรับวันนี้ ขอให้ทุกท่านมีความสุขและเต็มอิ่มกับพลังงานดีๆ สวัสดีครับ!