Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ไต้หวัน Say So x Hope station - 2026-08-03

ไต้หวัน Say So x Hope station - 2026-08-03(photo: AI)
ไต้หวัน Say So x Hope station - 2026-08-03(photo: AI)

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 มิชลินไต้หวันประกาศรายชื่อร้านอาหารที่ได้รับรางวัล Bib Gourmand ประจำปี 2026 ปีนี้มีร้านอาหารทั่วไต้หวันได้รับการคัดเลือกทั้งหมด 146 แห่ง แบ่งตามพื้นที่ ได้แก่ กรุงไทเป 37 แห่ง นครไทจง 23 แห่ง นครไถหนาน 30 แห่ง นครเกาสง 21 แห่ง นครนิวไทเป 18 แห่ง ซินจู๋ 10 แห่ง เมืองซินจู๋ 7 แห่ง สำหรับร้านที่ได้รับการคัดเลือกใหม่ มีทั้งหมด 13 แห่ง ได้แก่ กรุงไทเป 4 แห่ง นครไทจง 1 แห่ง นครไถหนาน 3 แห่ง นครนิวไทเป 3 แห่ง เมืองซินจู๋ 2 แห่ง 

คำว่า Bib Gourmand เป็นรางวัลของมิชลินที่มอบให้กับร้านอาหารซึ่งสามารถสร้างประสบการณ์รับประทานอาหารที่มีคุณภาพในราคาสมเหตุสมผล ร้านเหล่านี้อาจไม่ใช่ร้านอาหารหรู แต่เป็นร้านอาหารที่มีจุดเด่นเรื่องรสชาติ วัตถุดิบ วิธีการปรุง และเอกลักษณ์เฉพาะตัว

มิชลินไต้หวันระบุว่า ร้านอาหารใหม่ทั้ง 13 แห่งในปีนี้ มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นร้านที่นำเสนอ อาหารท้องถิ่นไต้หวัน และอาหารพื้นบ้านแบบฮากกา สะท้อนให้เห็นว่า อาหารพื้นเมือง อาหารริมทาง และอาหารในชีวิตประจำวันของชาวไต้หวัน กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในระดับนานาชาติ

เกว็นดัล ปูลเล็นเนค (Gwendal Poullennec) ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือมิชลิน ไกด์ ทั่วโลก เปิดเผยว่า รางวัลบิบ กูร์มองด์ ในปีนี้ มุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับประสบการณ์การรับประทานอาหารที่เรียบง่าย เป็นกันเอง และจริงใจ มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ มิชลินยังให้ความสนใจกับ Street Food และอาหารท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมจากผู้คนในชีวิตประจำวัน ซึ่งสะท้อนถึงบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาของวัฒนธรรมการกินในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็ก ๆ ตามชุมชน ตลาด หรือร้านอาหารพื้นบ้านที่เป็นที่รักของคนท้องถิ่น ปูลเล็นเนคกล่าวว่า ปัจจุบันไต้หวันไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่ ทักษะการปรุงอาหารอันประณีตและคุณภาพของอาหาร เท่านั้น แต่ยังมีจุดแข็งด้าน ความเปิดกว้าง ยอมรับความหลากหลาย และพร้อมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับนานาชาติ

เขามองว่า วัฒนธรรมอาหารของไต้หวันได้รับอิทธิพลจากหลายกลุ่มชาติพันธุ์และวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นฮกเกี้ยน ฮากกา ชนพื้นเมือง รวมถึงวัฒนธรรมจากต่างประเทศที่หลอมรวมเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ด้านอาหารที่มีความหลากหลายและสร้างสรรค์ ด้วยเหตุนี้ ไต้หวันจึงไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางสำหรับนักชิมที่ต้องการลิ้มลองอาหารรสเลิศ แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านอาหาร ทำให้ได้รับการยกย่องว่าเป็น หนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านอาหารที่น่าจับตามองและน่าเดินทางไปเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย

สำหรับร้านอาหารที่ได้รับคัดเลือกใหม่ 4 แห่งในกรุงไทเป ประกอบด้วย 1.ชิงเจียว (青嬌) ร้านที่มีเมนูเด่นเป็นอาหารที่ใช้ ซุปไก่ตุ๋น เป็นหัวใจสำคัญของการปรุง โดยเน้นรสชาติกลมกล่อมและคุณค่าทางโภชนาการ  2.ไคสี่ (開囍) ร้านที่โดดเด่นด้านอาหารประเภทเนื้อตุ๋นและข้าวหมูพะโล้ ซึ่งเป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมของไต้หวัน  3.ทาเคดะ แกงกะหรี่ (武田咖哩) ร้านแกงกะหรี่สไตล์ญี่ปุ่นชื่อดังที่ได้รับความนิยมจากรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์  และ 4.โหย่วโหย่ว 1969 (有有1969) ร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารผัดสไตล์ไต้หวัน (熱炒) หรืออาหารตามสั่งแบบไต้หวันที่เหมาะสำหรับรับประทานร่วมกันหลายคน 

ส่วนร้านอาหารที่ได้รับคัดเลือกใหม่ 3 แห่งในนครนิวไทเป ได้แก่ 1. อาป้าเตอะเค่อเจียช่าย (阿爸的客家菜) ร้านที่นำเสนออาหารฮากกา (客家菜) โดยใช้เมนูอาหารเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอด วัฒนธรรมการหมักและปรุงรสด้วยสไตล์เจี้ยงกังซึ่งเป็นภูมิปัญญาการทำซอสและเครื่องปรุงแบบดั้งเดิมของชาวฮากกา ช่วยสะท้อนเอกลักษณ์ด้านรสชาติที่สืบทอดมาจากอดีต 2.เป่ยยา ยาโร่วเกิง (北鴨鴨肉羹) ร้านที่มีเมนูเด่นคือซุปเนื้อเป็ด และข้าวหน้าเนื้อเป็ด ซึ่งเป็นเมนูอาหารท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมในไต้หวัน  และ 3.ปี้ถานเฉียวโถวเอ๋อโร่ว (碧潭橋頭鵝肉) ร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อห่านรมควัน ซึ่งเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้าน โดยเน้นกรรมวิธีการปรุงแบบดั้งเดิมเพื่อให้ได้เนื้อห่านที่มีกลิ่นหอมและรสชาติเข้มข้น 

สำหรับร้านอาหารที่ได้รับคัดเลือกใหม่ 2 แห่งในซินจู๋ ได้แก่ 1.จี้เฟิง (季風) ร้านอาหารที่นำเสนออาหารมังสวิรัติ เพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรมอาหารฮากกาผ่านวัตถุดิบจากพืช โดยนำแนวคิดการกินแบบดั้งเดิมของชาวฮากกามาผสมผสานกับการปรุงอาหารรูปแบบใหม่  2.อี้เกอชุยเฝิ่น (一哥炊粉) ร้านที่เน้นจำหน่ายอาหารว่างและอาหารพื้นเมืองดั้งเดิมของซินจู๋ โดยเฉพาะ ชุยเฝิ่น” (炊粉) หรือเส้นหมี่ที่เป็นหนึ่งในอาหารขึ้นชื่อของพื้นที่ซินจู๋ ขณะที่ร้านอาหารที่ได้รับคัดเลือกใหม่ 1 แห่งในนครไทจง ได้แก่ ร้านอาหารเมนูเป็ดสไตล์โฮมเมดอย่างตงมู่ สือไจ้ (東沐。食在) และร้านอาหารที่ได้รับคัดเลือกรายใหม่ 3 แห่งในนครไถหนาน ได้แก่ 1.ร้านเมียวานหลี่หยางโร่ว (咩灣裡羊肉店) ร้านอาหารที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.. 1962 มีเมนูเด่นคืออาหารเนื้อแพะซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองที่ได้รับความนิยมในไต้หวัน โดยร้านยังคงรักษารสชาติและวิธีการปรุงแบบดั้งเดิมที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน 2.ร้านจานจี้ (詹記) ร้านที่นำเสนออาหารโดยผสมผสานกับวัฒนธรรม โต๊ะอาหารไถหนานแบบดั้งเดิมซึ่งหมายถึงวัฒนธรรมการจัดสำรับอาหารแบบชาวไถหนาน ที่เน้นอาหารหลายจานสำหรับรับประทานร่วมกัน สะท้อนวิถีชีวิตและความสัมพันธ์ของผู้คนในชุมชน 3.ร้านจู๋จี้ตงไช่ยา (竹記冬菜鴨) ร้านเก่าแก่ที่เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี ค.. 1942 มีเมนูขึ้นชื่อคือ เป็ดตุ๋นผักกาดดองแห้ง ซึ่งเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นตัวแทนของรสชาติแบบดั้งเดิมของไถหนาน

Hope Station: Do You a Flavor

Do You A Flavor (人生百味) ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 ณ ย่านว่านหัว เพื่อขับเคลื่อนประเด็นความยากจนในเมืองหลวง ผ่านการรณรงค์และการสร้างพื้นที่เป็นมิตร เช่น ร้าน “ซ่อมใหม่ก็ได้” (重修舊好) ในปี 2017 องค์กรได้จัดตั้งในรูปแบบสมาคมนิติบุคคลควบคู่กับบริษัท และเริ่มปรับเปลี่ยนแกนหลักจากการแจกจ่ายสิ่งของในอดีต มาเป็นการสร้าง "วัฒนธรรมการช่วยเหลือผู้คนรูปแบบใหม่" ทางองค์กรตระหนักว่า ลำพังเพียงการมอบอาหารหรือโอกาสทางอาชีพภายนอก ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่รากฐานของคนไร้บ้านได้ ตราบใดที่พวกเขาเหล่านั้นยังคงสูญเสียความสัมพันธ์และการเชื่อมโยงกับสังคม จนหมดสิ้นแรงจูงใจในการดำเนินชีวิต Do You A Flavor จึงเลือกที่จะเปลี่ยนผ่านแนวคิด โดยหันมาเน้นย้ำเรื่องการสร้างเครือข่ายความปลอดภัยทางสังคมที่โอบรับและเข้าใจบริบทชีวิตที่ยากลำบากอย่างแท้จริง

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解