ช่วงฤดูรับปริญญาเป็นช่วงที่นักศึกษาจำนวนมากเริ่มก้าวเข้าสู่โลกการทำงาน แต่ผลสำรวจของ กระทรวงแรงงานไต้หวัน (勞動部) พบว่า อุปสรรคสำคัญของคนรุ่นใหม่ไม่ใช่การไม่มีตำแหน่งงาน หากแต่เป็นการไม่รู้ว่าตนเองเหมาะกับงานประเภทใด โดย 24.7% ระบุว่าไม่รู้ว่าควรทำงานด้านไหน รองลงมาคือขาดประสบการณ์การทำงาน และขาดทักษะการเขียนเรซูเม่หรือการสัมภาษณ์ เพื่อช่วยให้คนรุ่นใหม่ค้นหาเส้นทางอาชีพได้ชัดเจนขึ้น กระทรวงแรงงานได้จัดตั้ง ศูนย์พัฒนาอาชีพเยาวชน (青年職涯發展中心) จำนวน 5 แห่งทั่วประเทศ พร้อมให้บริการตรวจเรซูเม่ จำลองการสัมภาษณ์ ให้คำปรึกษาด้านอาชีพ และพัฒนาเครื่องมือออนไลน์ เช่น Jobooks และแบบประเมินความถนัด เพื่อช่วยให้ผู้หางานรู้จักศักยภาพของตนเองก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังจัดมหกรรมจัดหางานครั้งใหญ่ที่นครไถจง โดยมีบริษัทเข้าร่วม 123 แห่ง เปิดรับสมัครมากกว่า 6,000 ตำแหน่ง หลายตำแหน่งเสนอเงินเดือนและรายได้ในระดับสูง โดยเฉพาะสายงานด้านเทคโนโลยี วิศวกรรม และพลังงานสะอาด ซึ่งสะท้อนว่าไต้หวันกำลังต้องการแรงงานทักษะสูงเพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ข่าวนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาของตลาดแรงงานในปัจจุบันไม่ใช่เพียง "ไม่มีงาน" แต่เป็นการที่แรงงานและตำแหน่งงานยังจับคู่กันได้ไม่ตรงกับความต้องการ หรือที่เรียกว่า Skill Mismatch รัฐบาลจึงปรับแนวทางจากการช่วยเหลือผู้ว่างงานหลังเรียนจบ มาเป็นการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนเข้าสู่โลกการทำงาน
ในมุมเศรษฐกิจ การลงทุนด้านการแนะแนวอาชีพและการพัฒนาทักษะของคนรุ่นใหม่ ถือเป็นการลงทุนใน ทุนมนุษย์ (人力資本 หรือ Human Capital) เพราะเมื่อแรงงานมีทักษะตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ สามารถหางานได้เร็ว และเติบโตในสายอาชีพได้อย่างมั่นคง ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของภาคธุรกิจ สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ และเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

(ที่มา: CNA)