มีรายงานว่า อากงแซ่หวัง วัย 102 ปี ชาวกรุงไทเป ซึ่งมีทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 800 ล้านเหรียญไต้หวัน ได้สร้างความฮือฮาเมื่อจดทะเบียนสมรสกับนางไล่ วัย 68 ปี ผู้อนุบาลที่คอยดูแลอากงมานานกว่า 20 ปี เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ลูกหลานและสะใภ้สงสัยว่าบิดาถูกหลอก จนเกิดเหตุปะทะแย่งตัวกันนอกโรงพยาบาล และยังมีการแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาจดทะเบียนสมรสโดยมิชอบและปลอมแปลงเอกสารด้วย
หลังการสอบสวน สำนักงานอัยการกรุงไทเประบุว่า ขณะจดทะเบียนสมรส อากงแซ่หวังยังมีสติสัมปชัญญะดี สามารถตอบคำถามและแสดงเจตจำนงของตนเองได้อย่างชัดเจน จึงเห็นว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิดนางไล่ในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร และมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี
จากข้อมูลระบุว่า อากงแซ่หวังอาศัยอยู่ในเขตจงซาน กรุงไทเป เคยประกอบอาชีพรับจดทะเบียนที่ดิน และถือครองอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง มีบุตรทั้งหมด 10 คน ครอบครัวระบุว่า นางไล่เริ่มดูแลเขาตั้งแต่ปี 1999 และเมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา(ปี 2026)ทั้งสองได้จดทะเบียนสมรสโดยที่ลูกหลานไม่รับทราบ ต่อมาในวันที่ 11 มกราคม บุตรหลานของชายชราได้พบกับลูกชายของนางไล่ภายในชุมชน จนเกิดการโต้เถียงรุนแรง ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะต่างเข้าแจ้งความกล่าวหากัน โดยฝ่ายครอบครัวกล่าวหาว่านางไล่หลอกลวงให้แต่งงาน ส่วนลูกชายของนางไล่กล่าวหาว่าถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว
อัยการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของสำนักงานทะเบียนราษฎรและสอบปากคำเจ้าหน้าที่ผู้รับดำเนินการ พบว่าอากงแซ่หวังสามารถบอกชื่อตนเองและตอบคำถามทุกข้อได้อย่างถูกต้อง จึงไม่พบหลักฐานว่าการจดทะเบียนสมรสขัดต่อความสมัครใจของเขา ขณะเดียวกัน ข้อกล่าวหาที่ว่าลูกชายของนางไล่ถูกจำกัดเสรีภาพก็ถูกยกไปเช่นกัน เนื่องจากอัยการเห็นว่าเขายังสามารถเดินออกจากจุดเกิดเหตุได้ด้วยตนเอง จึงมีคำสั่งไม่ฟ้องทั้งสองคดี
อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายยังไม่สิ้นสุด ครอบครัวของชายชราตั้งข้อสงสัยว่า ตั้งแต่ปี 2009 นางไล่ได้รับโอนบ้านจากชายชรารวม 7 หลัง และกรมธรรม์ประกันชีวิตอีกกว่า 10 ฉบับ ต่อมาเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ครอบครัวได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลแมกเคย์ เมมโมเรียล กรุงไทเป (MacKay Memorial Hospital) เพื่อพาตัวอากงซึ่งกำลังเข้ารับการรักษาโดยมีนางไล่ดูแลกลับบ้าน จนเกิดเหตุชุลมุนแย่งตัวกันหน้าถนนและมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ปัจจุบัน ลูกสะใภ้ 1 คนและหลานชาย 1 คนของครอบครัวอากงถูกอัยการสั่งฟ้องในข้อหาทำร้ายร่างกาย และคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแขวงไทเป