ที่ท่าเรือประมงเจิ้งปิน เมืองจีหลง(正濱漁港) อดีตเคยเป็นศูนย์กลางประมงอันคึกคัก ก่อนค่อย ๆ ซบเซาลงตามกาลเวลา แต่ตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา สองพี่น้องตระกูลจวงยังคงซ่อมแซมอวนประมงทุกวันไม่เคยเปลี่ยน ยามเช้าพวกเขาประจำอยู่ริมท่าเรือ เพื่อดูแล "เครื่องมือทำมาหากิน" ของชาวประมง พร้อมเป็นพยานถึงความรุ่งเรืองและความเสื่อมถอยของอุตสาหกรรมประมงเมืองจีหลง
ท่าเรือประมงเจิ้งปิน สร้างขึ้นโดยชาวญี่ปุ่นในปี 1934 เคยเป็นท่าเรือประมงที่ใหญ่และคึกคักที่สุดของไต้หวันในยุคญี่ปุ่นปกครอง ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า ในช่วงรุ่งเรืองที่สุด ท่าเรือแห่งนี้มีเรือประมงจอดเรียงรายนับพันลำ จนสามารถ "กระโดดข้ามเรือ" ไปยังเกาะเหอผิงได้โดยแทบไม่ต้องลงน้ำ ความเฟื่องฟูดังกล่าวยังส่งผลให้ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับประมงเติบโตตามไปด้วย โดยเฉพาะกิจการถักและซ่อมอวนที่เปิดเรียงรายรอบท่าเรือ
อย่างไรก็ตาม เมื่ออุตสาหกรรมประมงเริ่มซบเซา ประกอบกับการเติบโตของท่าเรือประมงปาโต๋วจื่อ(八斗子漁港) ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันกว่า ความรุ่งเรืองของท่าเรือเจิ้งปินก็ค่อย ๆ เลือนหาย ปัจจุบันเหลือร้านซ่อมอวนเฉพาะทางเพียง 2 แห่ง และร้านของสองพี่น้องตระกูลจวงก็เป็นหนึ่งในนั้น
แม้ท่าเรือเจิ้งปินจะเปลี่ยนผ่านจากศูนย์กลางการประมงที่รุ่งเรือง สู่แลนด์มาร์กท่องเที่ยวสีพาสเทลและแหล่งรวมคาเฟ่ แต่ "ความทรงจำของแรงงานทะเล" ยังคงมีชีวิตอยู่ผ่านสองพี่น้องตระกูลจวง ช่างซ่อมอวนวัย 70–80 ปี ที่ยังคงทำหน้าที่สืบสานภูมิปัญญาดั้งเดิมท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง
มือที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์ของทั้งคู่ยังคงเคลื่อนไหวซ่อมอวนอย่างคล่องแคล่วไม่ต่างจากวันวาน ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา เส้นด้ายที่พวกเขาถักทอเปรียบเสมือนพงศาวดารมีชีวิตที่บอกเล่าร่องรอยประวัติศาสตร์ประมงของเมืองจีหลง
ท่าเรือเจิ้งปินในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แต่ยังเป็นสถานที่เชื่อมโยงอดีตและปัจจุบัน สะท้อนเรื่องราวการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมประมงสู่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวได้อย่างงดงาม