นักโภชนาการไต้หวันเผย ผักปวยเล้งมีคุณประโยชน์สูง แต่กินผิดวิธีอาจเพิ่มความเสี่ยงเป็นนิ่วในไต ! อย่างไรก็ตาม หากกินอย่างถูกวิธีจะชะลอความเสื่อมของสมอง ป้องกันอาการสมองเสื่อมและอาจช่วยให้สมองอ่อนเยาว์ลงได้ถึง 11 ปี
หลายคนเชื่อว่าผักปวยเล้งเป็นแหล่งแคลเซียมและธาตุเหล็กที่ดี อีกทั้งยังเป็นผักใบเขียวเข้มที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์กลับเผยความจริงที่อาจทำให้หลายคนประหลาดใจ
นักโภชนาการ เซวียเสี่ยวจิง (薛曉晶) อธิบายว่า แคลเซียมในผักปวยเล้งจะจับตัวกับกรดออกซาลิก (Oxalic Acid) กลายเป็น “แคลเซียมออกซาเลต” ซึ่งแทบไม่ละลายน้ำ ทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมจากผักปวยเล้งได้จริงเพียงประมาณ 5% เท่านั้น ส่วนธาตุเหล็กในผักปวยเล้งก็ถูกดูดซึมได้ไม่ดีเช่นกัน เนื่องจากเป็นธาตุเหล็กชนิดที่พบในพืช และยังมีสารไฟเตต (Phytate) และโพลีฟีนอล (Polyphenol) ที่ขัดขวางการดูดซึม ทำให้อัตราการดูดซึมธาตุเหล็กจากผักอยู่เพียง 1.4%–7% เท่านั้น
นอกจากนี้ หากรับประทานผักปวยเล้งไม่ถูกวิธี อาจทำให้ร่างกายขับกรดออกซาลิกออกทางปัสสาวะมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไต โดยเฉพาะผู้ที่มีแนวโน้มเป็นนิ่วชนิดแคลเซียมออกซาเลต
วิธีปรุงผักปวยเล้งที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมสารอาหาร
จากงานทบทวนงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients ปี 2022 พบว่า การลวกหรือต้มผักปวยเล้งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดปริมาณกรดออกซาลิก การลวกเพียงระยะสั้นสามารถกำจัดกรดออกซาลิกที่ละลายน้ำได้ประมาณ 30%–80% ทำให้ปริมาณกรดออกซาลิกลดลงจากประมาณ 1,145 มิลลิกรัมต่อผักปวยเล้ง 100 กรัม เหลือเพียงประมาณ 460 มิลลิกรัม อย่างไรก็ตามกรดออกซาลิกจะละลายออกมาอยู่ในน้ำที่ใช้ต้ม ดังนั้นหลังลวกผักปวยเล้งควรเทน้ำทิ้ง ไม่ควรนำน้ำต้มมาดื่ม
ผักปวยเล้งคือมิตรของหัวใจและหลอดเลือด
เมื่อจัดการปัญหากรดออกซาลิกได้แล้ว ผักปวยเล้งจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก จุดเด่นสำคัญคือมี “ไนเตรตจากธรรมชาติ” ในปริมาณสูง งานวิจัยพบว่า อาสาสมัครสุขภาพดีที่ดื่มซุปผักปวยเล้งที่มีไนเตรตสูงวันละ 1 ถ้วย ติดต่อกัน 7 วัน มีค่าความดันโลหิตตัวบนลดลงเฉลี่ยประมาณ 3 มิลลิเมตรปรอท และความดันตัวล่างลดลงประมาณ 2–3 มิลลิเมตรปรอท อีกทั้งค่าความแข็งตัวของหลอดเลือดยังดีขึ้นด้วย ผักใบเขียวที่อุดมด้วยไนเตรตจะถูกเปลี่ยนเป็นสารที่ช่วยขยายหลอดเลือด ส่งเสริมการไหลเวียนโลหิต ลดความดันโลหิต และลดความเสี่ยงการอักเสบของหลอดเลือดแดง
ผักใบเขียวช่วยชะลอความเสื่อมของสมอง
เซวียเสี่ยวจิงยังกล่าวว่า ผักใบเขียวมีบทบาทสำคัญในการปกป้องสมอง งานวิจัยที่ศึกษาผู้สูงอายุซึ่งมีอายุเฉลี่ย 81 ปี พบว่า ผู้ที่รับประทานผักใบเขียวประมาณ 1 ส่วนต่อวันเป็นประจำ มีอัตราการเสื่อมของความจำและความสามารถในการคิดช้ากว่าผู้ที่แทบไม่รับประทานผักใบเขียวเลย ผลลัพธ์ดังกล่าวเทียบได้กับการมี “อายุสมองอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงประมาณ 11 ปี” โดยประโยชน์นี้เกิดจากการทำงานร่วมกันของสารอาหารหลายชนิดในผักใบเขียว ซึ่งผักปวยเล้งถือเป็นแหล่งสำคัญของสารอาหารเหล่านั้น
ที่มาข้อมูล health.tvbs.com.tw