ท่ามกลางสภาพแวดล้อมการเขียนอักษรจีนทั่วโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว บรรดาศิษย์เก่ามาเลเซียที่เคยศึกษาต่อในไต้หวันได้ร่วมกันส่งเสริมวัฒนธรรมอักษรจีนตัวเต็มของไต้หวันผ่านการแข่งขันพู่กันจีนถ้วยรางวัลเฝิงเจี่ย (Feng Chia Cup) มาอย่างยาวนานหลายปี ความสำเร็จของโครงการนี้เห็นได้ชัดจากการที่ในปี 2022 กระทรวงศึกษาธิการมาเลเซียได้บรรจุการแข่งขันดังกล่าวให้เป็นหนึ่งในกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่นักเรียนสามารถนำไปใช้สะสมคะแนนได้ ซึ่งช่วยกระตุ้นให้นักเรียนเข้าร่วมมากขึ้น สำหรับปีนี้ มีนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันสูงถึง 14,600 คน สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมและความสำคัญของการเรียนรู้และสืบทอดอักษรจีนตัวเต็มในมาเลเซีย จนกลายเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของการอนุรักษ์และเผยแพร่วัฒนธรรมอักษรจีนตัวเต็มของไต้หวันในต่างประเทศ การแข่งขันรายการนี้ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้และการใช้อักษรจีนตัวเต็มในหมู่นักเรียนมาเลเซีย และด้วยขนาดของงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปี 2023 ได้รับการบันทึกชื่อเข้าสู่ Malaysia Book of Records ด้วย
นอกเหนือจากที่ศิษย์เก่าไต้หวันที่ช่วยกันร่วมขับเคลื่อนวัฒนธรรมอักษรจีนตัวเต็มมาอย่างยาวนานแล้ว โรงเรียนไต้หวันแห่งกัวลาลัมเปอร์ก็ถือเป็นป้อมปราการสำคัญในการสืบทอดวัฒนธรรมอักษรจีนตัวเต็มของไต้หวันในต่างแดนเช่นกัน โดยในปัจจุบัน นักเรียนทั่วทั้งโรงเรียนมาจาก 14 ประเทศและภูมิภาค ซึ่งรวมถึง มาเลเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา เป็นต้น ซึ่งเดินหน้าขยายอิทธิพลทางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง
เสิ่นลี่เจิน (沈麗珍) ผู้อำนวยการโรงเรียน Chung Hua Independent High School Klang กล่าวว่า การเขียนพู่กันจีนไม่ได้เป็นเพียงการฝึกเขียนตัวอักษรให้สวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ให้แก่ผู้เรียน ซึ่งทุกเส้นสายและทุกจังหวะของการเขียนตัวอักษรล้วนสะท้อนถึงภูมิปัญญา ความคิด และคุณค่าที่บรรพบุรุษได้สั่งสมและถ่ายทอดต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ดังนั้นการเรียนและฝึกคัดลายมือจึงเป็นมากกว่าการฝึกทักษะภาษา แต่ยังเป็นกระบวนการเรียนรู้รากเหง้าทางวัฒนธรรมและฝึกความอดทน ความมีสมาธิ และระเบียบวินัย นอกจากนี้ การคัดลายมือยังถือเป็น สื่อกลางสำคัญในการสืบทอดวัฒนธรรม เพราะช่วยส่งต่อภาษา ตัวอักษร และคุณค่าทางวัฒนธรรมจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง

(ภาพจาก 居銮留台同学会)
เสิ่นลี่เจินชี้ว่า การที่สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเฝิงเจี่ยแห่งมาเลเซียได้จัดทำโครงการแข่งขันพู่กันจีนอักษรตัวเต็มขึ้นนั้น นอกจากเป็นการต่อยอดศิลปะพู่กันจีนแล้ว ยังหวังว่าการเขียนอักษรจีนตัวเต็มนี้ จะช่วยนำทางให้เยาวชนรุ่นใหม่ในมาเลเซียได้เรียนรู้และเข้าใจรากฐานทางวัฒนธรรมจีน รวมถึงคุณค่าและภูมิปัญญาที่สั่งสมมาเป็นเวลายาวนาน เธอมองว่าการฝึกเขียนอักษรตัวเต็มไม่เพียงช่วยรักษารูปแบบตัวอักษรดั้งเดิม แต่ยังช่วยสร้างความผูกพันกับมรดกทางวัฒนธรรม ทำให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์ ภาษา และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตน เธอเชื่อมั่นว่า ในขณะที่คนรุ่นใหม่หยิบพู่กันขึ้นมาเขียนอักษรจีนตัวเต็มนั้น พวกเขาไม่ได้เพียงแค่ทำผลงานพู่กันจีนให้เสร็จสิ้นไปชิ้นหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียนรู้เรื่องความจดจ่อ ความอดทน และความมุ่งมั่น เพราะต้องฝึกฝนซ้ำ ๆ จึงจะพัฒนาทักษะได้ และการเรียนรู้และใช้ตัวอักษรจีนตัวเต็มยังทำให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการรักษาและส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมของชาวจีนและไต้หวันจึงถือว่าเป็น ส่วนหนึ่งของการสืบทอดวัฒนธรรมไปสู่คนรุ่นต่อไป
หงติ้งกั๋ว (洪定國) ประธานสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเฝิงเจี่ยแห่งมาเลเซีย เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์ในการขับเคลื่อนการแข่งขันพู่กันจีนนั้น นอกเหนือจากการบ่มเพาะบุคลากรด้านพู่กันจีนแล้ว ยังต้องการให้นักเรียนเยาวชนจำนวนมากได้ต่อยอดการสืบทอดทางวัฒนธรรมในระหว่างขั้นตอนการหยิบพู่กันขึ้นมาสะบัดฝีมือ โดยเขาย้ำว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา AI ได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว สามารถเข้ามาช่วยหรือแม้แต่ทดแทนงานด้านการเขียนและงานเอกสารหลายประเภทได้ แต่ คุณค่าด้านมนุษยศาสตร์และวัฒนธรรมที่แฝงอยู่ในศิลปะการคัดลายมือจีนไม่สามารถถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีได้ ในอนาคตกลุ่มศิษย์เก่าไต้หวันจะยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมการเขียน อักษรจีนตัวเต็มตามโรงเรียนมัธยมทั่วประเทศมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เยาวชนเข้าถึงและเรียนรู้วัฒนธรรมจีนมากขึ้น ที่สำคัญ โครงการนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะนักเรียนเชื้อสายจีนเท่านั้น แต่ยังเปิดกว้างให้นักเรียนจากหลากหลายเชื้อชาติ เช่น ชาวมาเลย์และชาวอินเดีย เข้าร่วมด้วย เพื่อใช้การคัดลายมือเป็นสะพานเชื่อมสู่การเรียนรู้และเข้าใจวัฒนธรรมจีน สร้างการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในสังคมพหุวัฒนธรรมของมาเลเซีย หงติ้งกั๋ว กล่าวว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่า Feng Chia Cup ในอนาคตจะไม่ใช่เพียงแค่การแข่งขันพู่กันจีนระดับประเทศเท่านั้น แต่จะสามารถก้าวขึ้นเป็นโมเดลต้นแบบของศิษย์เก่าไต้หวันในการขับเคลื่อนการสืบทอดทางวัฒนธรรม เพื่อให้อักษรจีนตัวเต็มสามารถหยั่งรากลึกในมาเลเซียต่อไปอย่างยั่งยืน
ด้านปู่เจิ้งหมิน (卜正珉) รองผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำมาเลเซีย ระบุว่า อักษรจีนเป็นสิ่งที่ผสมผสานทั้งตัวหนังสือ ศิลปะ และแนวคิดเชิงปรัชญาเข้าไว้ด้วยกัน เพราะรูปทรง โครงสร้าง และวิธีสร้างตัวอักษรแต่ละตัวสะท้อนแนวคิดและภูมิปัญญาของคนโบราณ สำหรับอักษรจีนตัวเต็ม ถือเป็นรูปแบบตัวอักษรที่ยังคงรักษาโครงสร้างดั้งเดิมของตัวอักษรจีนเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน จึงสามารถสะท้อน หลักการสร้างตัวอักษรและคุณค่าทางวัฒนธรรมที่สั่งสมมาหลายพันปีได้อย่างชัดเจน ทำให้อักษรตัวเต็มเป็นหนึ่งในสื่อสำคัญที่ใช้ถ่ายทอดวัฒนธรรมจีน เขาชี้ว่า ไต้หวันได้ส่งเสริมการศึกษาอักษรจีนตัวเต็มมาอย่างยาวนาน ซึ่งอักษรจีนตัวเต็มไม่ใช่เป็นเพียงแค่ตัวหนังสือ แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่บรรจุความหมายทางประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเอาไว้ นอกจากนี้ การฝึกคัดลายมือพู่กันจีนยังช่วยให้ผู้เรียนได้สัมผัสความงดงามของอักษรจีนในเชิงศิลปะ ขณะเดียวกันก็ช่วยให้เข้าใจประวัติศาสตร์ แนวคิด และวัฒนธรรมที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตัวอักษรแต่ละตัวได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ มีนักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันเปิดเผยว่า ปกติแล้วโอกาสที่จะได้สัมผัสกับอักษรจีนตัวเต็มในโรงเรียนมีไม่มากนัก การได้เข้าร่วมการแข่งขันพู่กันจีนในครั้งนี้ นอกจากจะได้เรียนรู้ขีดและเส้นสายของอักษรจีนตัวเต็มแล้ว ยังทำให้เข้าใจถึงความหมายทางวัฒนธรรมที่แฝงอยู่เบื้องหลังตัวอักษรแต่ละตัว แ และหวังว่าจะได้ศึกษาทำความเข้าใจคุณค่าทางวัฒนธรรมที่อักษรจีนตัวเต็มซึ่งไต้หวันใช้อยู่และเป็นตัวแทนสืบทอดให้มากยิ่งขึ้น เรื่องราวของการแข่งขันพู่กันจีนถ้วยรางวัลเฝิงเจี่ยในวันนี้ อาจดูเป็นเพียงเวทีการแข่งขันด้านศิลปะและภาษา แต่หากมองลึกลงไป เราจะพบว่านี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของพลังการศึกษาที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรมเข้าหากันได้ ผ่านตัวอักษรเพียงไม่กี่ขีด ในโลกยุคดิจิทัลที่การพิมพ์บนแป้นพิมพ์และการใช้งาน AI กลายเป็นเรื่องปกติ การหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนตัวอักษรด้วยมือตนเองอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับเยาวชนจำนวนมากในมาเลเซีย การเขียนอักษรจีนตัวเต็มกลับกลายเป็นประตูบานหนึ่งที่พาพวกเขาไปทำความรู้จักประวัติศาสตร์ ศิลปะ ภาษา และคุณค่าทางวัฒนธรรมที่สั่งสมมายาวนานนับพันปี