สโมสรผู้ฟังสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของบริษัทรถไฟความเร็วสูงไต้หวันเปิดตัวขบวนรถรุ่นใหม่ N700ST และเตรียมเพิ่มเที่ยวรถกว่า 1,400 เที่ยวต่อสัปดาห์ พร้อมเดินหน้าขยายเส้นทางสู่อี๋หลาน
บริษัท รถไฟความเร็วสูงไต้หวัน (THSR) และกลุ่มพันธมิตรฮิตาชิ-โตชิบา (Hitachi Toshiba Supreme Consortium: HTSC) จัดพิธีเปิดตัวรถไฟความเร็วสูงไต้หวันรุ่นใหม่ N700ST ณ โรงงานคาซาโดะของบริษัทฮิตาชิ ในจังหวัดยามากุจิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือด้านระบบรางระหว่างไต้หวันและญี่ปุ่น โดยมีผู้แทนจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

นายสื่อเจ๋อ (史哲) ประธานกรรมการบริษัทรถไฟความเร็วสูงไต้หวันกล่าวว่า เมื่อประมาณ 30 ปีก่อน รถไฟความเร็วสูงไต้หวันถือเป็นโครงการส่งออกระบบชินคันเซ็นไปยังต่างประเทศเป็นครั้งแรกของญี่ปุ่น และจนถึงปัจจุบันยังคงเป็นกรณีความสำเร็จเพียงหนึ่งเดียวของการส่งออกระบบชินคันเซ็นข้ามประเทศ
ปัจจุบันรถไฟความเร็วสูงไต้หวันเชื่อมต่อพื้นที่นครและเมืองทางฝั่งตะวันตกของไต้หวัน ตั้งแต่สถานีหนานกั่ง (Nangang) กรุงไทเป ไปจนถึงสถานีจั่วอิ๋ง (Zuoying) นครเกาสง รวม 12 สถานี ประกอบด้วย หนานกั่ง ไทเป ป่านเฉียว เถาหยวน ซินจู๋ เหมียวลี่ ไถจง จางฮว่า หยุนหลิน เจียอี้ ไถหนาน และจั่วอิ๋ง โดยรถไฟสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และใช้เวลาเดินทางเร็วสุดจากไทเปถึงเกาสงประมาณ 90 นาที โดยตลอดระยะเวลาที่เปิดให้บริการจนถึงเดือนมีนาคมที่ผ่านมารถไฟความเร็วสูงไต้หวันมีจำนวนผู้โดยสารสะสมทะลุ 1,000 ล้านคนครั้ง ขณะที่อัตราความตรงต่อเวลาเฉลี่ยสูงกว่า 99% และอัตราการเดินรถตามแผนอยู่ที่ 100%

ทั้งนี้จำนวนผู้โดยสารยังคงเติบโตขึ้นต่อเนื่องจากประมาณ 43,000 คนครั้งต่อวันในช่วงเริ่มแรกของการเปิดให้บริการ ขยับขึ้นมาเป็นประมาณ 232,000 คนครั้งต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่า ทำให้ THSR จำเป็นต้องจัดซื้อรถไฟรุ่นใหม่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร ซึ่งข้อมูลวิจัยระบุว่า หลังเปิดให้บริการ รถไฟความเร็วสูงไต้หวันมีส่วนช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจในภาคอาหาร ที่พัก และการท่องเที่ยวของไต้หวัน คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 4.5 ล้านล้านเหรียญไต้หวันต่อปี อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการเคลื่อนย้ายบุคลากรและเชื่อมโยงพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านอุตสาหกรรมตามแนวระเบียงเทคโนโลยีฝั่งตะวันตกของไต้หวัน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งมูลค่าการผลิตเพิ่มขึ้นจากประมาณ 2.2 ล้านล้านเหรียญไต้หวันในปี ค.ศ. 2017 เป็น 5.5 ล้านล้านเหรียญไต้หวันในปี ค.ศ. 2025 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5 เท่าภายในเวลาไม่ถึง 10 ปี
บริษัทรถไฟความเร็วสูงไต้หวันวางแผนนำรถไฟรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบทั้งหมด 5 ระยะ ระหว่างเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2027 ถึงเดือนกันยายน ค.ศ. 2028 ซึ่งเมื่อรถไฟใหม่เข้าประจำการในระบบครบแล้ว บริษัทรถไฟความเร็วสูงไต้หวันก็จะดำเนินแผนการเพิ่มจำนวนเที่ยววิ่งจากปัจจุบันประมาณ 1,134 เที่ยวต่อสัปดาห์ เป็นมากกว่า 1,400 เที่ยวต่อสัปดาห์ ซึ่งเสามารถเพิ่มการรองรับผู้โดยสารช่วงเวลาเร่งด่วนได้ประมาณ 25%

ดีไซน์ใหม่ของรุ่น N700ST ยังคงสืบทอดเอกลักษณ์ของรถไฟรุ่น 700T ด้วยตัวรถสีขาวและเส้นแถบสีส้ม-ดำที่พาดยาวไปตามลำตัวรถ ซึ่งให้ภาพลักษณ์ที่ทันสมัย เรียบหรู และโฉบเฉี่ยว ส่วนภายในตู้โดยสารชั้นธรรมดาจะใช้โทนสีสว่างขึ้น พร้อมลวดลายเรขาคณิต ส่วนชั้นธุรกิจใช้โทนสีเบจและทอง ตัดกับพรมสีดำ ขาว และเทา เพื่อสร้างบรรยากาศที่สงบและหรูหรา ทั้งยังมีการเพิ่มจุดชาร์ทแบตเตอรี่มือถือตามที่นั่งในทุกระดับชั้นด้วย
ปัจจุบันตั๋วโดยสารรถไฟความเร็วสูงไต้หวันมี 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ชั้นธุรกิจ ชั้นธรรมดาแบบระบุเลขที่นั่ง และชั้นธรรมดาแบบไม่ระบุที่นั่ง โดยตั๋วแบบไม่ระบุที่นั่งสามารถซื้อได้เฉพาะในวันที่เดินทางและไม่สามารถจองล่วงหน้าได้ นอกจากนี้ยังมีส่วนลดค่าตั๋วโดยสารหลายรูปแบบ เช่น การตั๋วจองล่วงหน้า (Early Bird) ตั๋วกำหนดระยะเวลา ตั๋วเหมาจ่ายหลายเที่ยว รวมถึงตั๋วสำหรับผู้สูงอายุและเด็ก โดยเงื่อนไขส่วนลดจะแตกต่างกันไปตามประเภทตั๋ว หากจองตั๋วแล้วโดยทั่วไปต้องชำระเงินภายในกำหนดเวลาที่ระบุ มิฉะนั้นการจองอาจถูกยกเลิกได้ ซึ่งผู้โดยสารสามารถซื้อตั๋วได้ที่เคาน์เตอร์และตู้จำหน่ายตั๋วตามสถานี รวมถึงร้านสะดวกซื้อที่ให้บริการจำหน่ายตั๋ว หรือจองผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ THSR และสามารถชำระเงินด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิตตามช่องทางที่กำหนด

สำหรับผู้ที่เดินทางจาก ไทเปไปจั่วอิ๋ง ค่าโดยสารชั้นธรรมดาแบบกำหนดที่นั่งอยู่ที่ประมาณ 1,490 ดอลลาร์ไต้หวัน ส่วนแบบไม่กำหนดที่นั่งประมาณ 1,445 ดอลลาร์ไต้หวัน ขณะที่ค่าโดยสารจากหนานกั่งไปจั่วอิ๋งอยู่ที่ประมาณ 1,530 ดอลลาร์ไต้หวัน ทั้งนี้ ราคาจะแตกต่างกันตามประเภทตั๋วและโปรโมชั่น นอกจานี้ทางบริษัทรถไฟความเร็วสูงไต้หวัน ยังได้กำหนดมาตรการ “ตู้โดยสารเงียบสงบ” ซึ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา ผู้โดยสารไม่ควรพูดคุยโทรศัพท์ภายในตู้โดยสาร และหากต้องการรับชมวิดีโอหรือฟังเสียงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ต้องใช้หูฟัง หากจำเป็นต้องรับโทรศัพท์ ผู้โดยสารควรเดินออกไปพูดบริเวณประตูทางเข้าตู้โดยสาร นอกจากนี้ยังห้ามนั่งหรือนอนกีดขวางทางเดิน ประตูทางเข้า หรือพื้นที่บนพื้นสถานี หากเจ้าหน้าที่ตักเตือนแล้วแต่ยังไม่ปฏิบัติตาม อาจถูกปฏิเสธการให้บริการได้ ส่วนที่นั่งสำหรับผู้ที่มีความจำเป็น จากเดิมที่ใช้คำว่า “ที่นั่งสำหรับบุคคลพิเศษ” (博愛座) ก็ได้เปลี่ยนมาเป็น “ที่นั่งพิเศษ” (優先席) เพื่อเน้นให้ผู้โดยสารที่มีความจำเป็น เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีอาการเจ็บป่วย จะได้รับสิทธิ์ใช้ที่นั่งก่อน

นอกจากการเพิ่มรถไฟแล้ว รัฐบาลไต้หวันยังเดินหน้าขยายเครือข่าย THSR ไปยังพื้นที่อื่น โดยสภาบริหารไต้หวันอนุมัติโครงการต่อขยายรถไฟความเร็วสูงไปยังอี๋หลาน อย่างเป็นทางการ โดยโครงการขยายเส้นทางจากสถานีหนานกั่งไปทางตะวันออก เลี่ยงอ่างเก็บน้ำเฝ่ยชุ่ย ผ่านพื้นที่นครนิวไทเป และไปสิ้นสุดที่เมืองอี๋หลาน รวมระยะทางประมาณ 60.6 กิโลเมตร ใช้งบประมาณประมาณ 352,175 ล้านเหรียญไต้หวัน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 11 ปีจึงจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการ โดยรัฐบาลคาดว่าโครงการนี้จะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรบนทางด่วนหมายเลข 5 ลดเวลาเดินทางระหว่างไทเปกับอี๋หลาน และเพิ่มทางเลือกในการเดินทางสู่ภาคตะวันออก และช่วยเสริมโครงข่ายคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงนครและเมืองต่างๆ ของไต้หวันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น