Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ไต้หวัน Say So x Hope station - 2026-08-24

นวัตกรรมใหม่จากไต้หวัน! อาหารเสริมโคนม เพิ่มผลผลิตน้ำนมอย่างมีประสิทธิภาพ
นวัตกรรมใหม่จากไต้หวัน! อาหารเสริมโคนม เพิ่มผลผลิตน้ำนมอย่างมีประสิทธิภาพ

ในช่วงเริ่มให้น้ำนม ร่างกายของโคนมต้องใช้พลังงานจำนวนมหาศาลเพื่อผลิตน้ำนมให้เพียงพอสำหรับลูกโคและการรีดนมเชิงพาณิชย์ แต่ในขณะเดียวกัน โคนมจำนวนมากกลับไม่สามารถกินอาหารได้มากพอที่จะชดเชยพลังงานที่สูญเสียไป ส่งผลให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า ภาวะพลังงานติดลบ หรือ Negative Energy Balance เมื่อร่างกายขาดพลังงาน โคนมจะเริ่มดึงไขมันสะสมมาใช้เป็นพลังงานแทน กระบวนการนี้ทำให้เกิดสารที่เรียกว่า คีโตน ในกระแสเลือด หากมีมากเกินไปจะนำไปสู่โรคคีโตซิส ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยในโคนมหลังคลอด 

แม้ในบางกรณีจะยังไม่แสดงอาการชัดเจน แต่ก็ส่งผลต่อสุขภาพ การเจริญพันธุ์ และปริมาณน้ำนมอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะไขมันพอกตับ และโรคเมตาบอลิกอื่น ๆ อีกด้วย ด้วยเหตุนี้ กระทรวงเกษตรไต้หวันจึงสนับสนุนการวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้ประกาศความสำเร็จของผลงานวิจัยร่วมกันระหว่างสถาบันวิจัยปศุสัตว์ และสถาบันวิจัยการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ทั้งสองหน่วยงานได้พัฒนา เม็ดอาหารเสริมโภชนาการเร่งการผลิตน้ำนมประสิทธิภาพสูงสำหรับโคนม ที่ผลิตขึ้นภายในประเทศไต้หวัน 

จุดเด่นสำคัญของงานวิจัยนี้อยู่ที่แนวคิด โภชนาการแม่นยำ หรือ Precision Nutrition แทนที่จะให้อาหารเสริมแบบเดียวกับโคนมทุกตัว นักวิจัยได้ศึกษาว่าในช่วงหลังคลอด โคนมต้องการสารอาหารประเภทใด ปริมาณเท่าใด และในสัดส่วนแบบไหนจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด ทีมวิจัยได้คัดเลือกสารอาหารที่มีศักยภาพ ตรวจสอบแหล่งที่มา ศึกษาสัดส่วนที่เหมาะสม รวมถึงวิเคราะห์ผลทางสรีรวิทยาของสารแต่ละชนิด ก่อนจะพัฒนาออกมาเป็นอาหารเสริมชนิดเม็ด การผลิตในรูปแบบเม็ดอัดแข็งยังช่วยให้เกษตรกรสามารถควบคุมปริมาณการให้ได้อย่างแม่นยำ สะดวกต่อการเก็บรักษา และลดความคลาดเคลื่อนในการใช้งานจริงภายในฟาร์ม

ผลการทดลองกับโคนมหลังคลอดให้ผลที่น่าสนใจอย่างมาก นักวิจัยพบว่า โคนมที่ได้รับอาหารเสริมมีระดับน้ำตาลในเลือดที่คงที่มากขึ้น ขณะที่ระดับคีโตนในเลือดลดลงจาก 0.71 เหลือ 0.61 มิลลิโมลต่อลิตร ตัวเลขนี้อาจดูเล็กน้อย แต่ในทางสัตวแพทยศาสตร์ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าระบบเผาผลาญพลังงานของโคนมทำงานได้ดีขึ้น และมีความเสี่ยงต่อโรคคีโตซิสลดลง นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มช่วยป้องกันโรคเมตาบอลิกอื่น ๆ ที่มักพบในช่วงก่อนและหลังคลอด เช่น ภาวะไขมันพอกตับ แต่สิ่งที่สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการโคนมมากที่สุดก็คือ ผลผลิตน้ำนมโคนมที่ได้รับอาหารเสริมสามารถผลิตน้ำนมได้เฉลี่ยวันละ 32 กิโลกรัม ขณะที่กลุ่มที่ไม่ได้รับอาหารเสริมผลิตน้ำนมได้เฉลี่ยเพียง 26.8 กิโลกรัมต่อวัน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ผลผลิตน้ำนมเพิ่มขึ้นถึง 5.2 กิโลกรัมต่อวัน สำหรับฟาร์มโคนม ตัวเลขนี้ถือว่ามีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหมายถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากโคนมแต่ละตัว ขณะเดียวกันก็ลดต้นทุนด้านการรักษาพยาบาลและการจัดการปัญหาสุขภาพของสัตว์

 อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ ความร่วมมือระหว่างสองสถาบันวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน สถาบันวิจัยปศุสัตว์รับผิดชอบด้านโภชนาการสัตว์และการทดลองกับโคนม ขณะที่สถาบันวิจัยการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชเข้ามาช่วยในด้านเทคโนโลยีการผลิต หลายคนอาจสงสัยว่าหน่วยงานที่เกี่ยวกับสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชมาเกี่ยวข้องกับอาหารเสริมโคนมได้อย่างไร คำตอบคือหน่วยงานแห่งนี้มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบเม็ด การคัดเลือกสารช่วยขึ้นรูป การควบคุมคุณภาพ และการพัฒนากระบวนการผลิตในระดับอุตสาหกรรม นักวิจัยได้ช่วยคัดกรองและปรับสูตรสารช่วยขึ้นรูปเม็ดอาหารเสริม ตรวจสอบความแข็งแรง ความคงตัว และความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถนำไปผลิตในปริมาณมากได้จริงในอนาคต นี่จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการบูรณาการความรู้ข้ามสาขา ซึ่งกำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของงานวิจัยยุคใหม่

ในปัจจุบัน ทีมวิจัยยังคงเดินหน้าปรับปรุงกระบวนการผลิตและประเมินความเป็นไปได้ในการผลิตเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง เป้าหมายระยะยาวคือการพัฒนาอาหารเสริมโคนมที่ผลิตในประเทศไต้หวันเอง ลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า ช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกร และเพิ่มความมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมโคนมของประเทศ เมื่อพูดถึงอุตสาหกรรมโคนม หลายคนอาจไม่ทราบว่า ไต้หวันมีฟาร์มโคนมมากกว่า 500 แห่ง และมีโคนมราว 150,000 ตัวทั่วประเทศ แม้จะไม่ใช่ประเทศผู้ผลิตนมรายใหญ่ของโลก แต่ผลิตภัณฑ์นมถือเป็นส่วนสำคัญของระบบอาหารภายในประเทศ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาคเกษตรของไต้หวันต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงขึ้น ภาวะโลกร้อน และความผันผวนของตลาดโลก ดังนั้น การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยอาศัยเทคโนโลยีจึงกลายเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว

Hope Station: กิจกรรม “ความหวังเริ่มต้นจากเส้นผม”

สถานีส่งต่อความหวัง มูลนิธิความหวังผู้ป่วยมะเร็งกับโครงการ “ความหวังเริ่มต้นจากผม” โดยมีประชาชนร่วมใจกันมาบริจาคเส้นผมกว่า 100 คน ผู้บริจาคมีอายุตั้งแต่ 3 ขวบไปจนถึง 72 ปี โดยเกือบ 60% เป็นการบริจาคครั้งแรก และมีผู้บริจาคเพศชายเข้าร่วมด้วยถึง 10% 

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解