Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Українська แผนผังเว็บไซต์

ไต้หวัน Say So x Hope station - 2026-08-31

ไต้หวัน Say So x Hope station - 2026-08-31
ไต้หวัน Say So x Hope station - 2026-08-31

ไต้หวันกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ ประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนผู้ขับขี่สูงอายุก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย รัฐบาลจึงต้องหาจุดสมดุลระหว่างการรักษาความปลอดภัยบนท้องถนนและการคงไว้ซึ่งคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ เพราะสำหรับผู้สูงวัยจำนวนมาก รถยนต์ไม่ใช่เพียงพาหนะ แต่คือเครื่องมือสำคัญในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในเขตชนบทหรือพื้นที่ภูเขา ที่ระบบขนส่งสาธารณะยังเข้าไม่ถึง การขับรถเองจึงยังเป็นความจำเป็น ด้วยเหตุนี้ ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นมา ไต้หวันได้เริ่มใช้มาตรการใหม่เกี่ยวกับการต่อใบขับขี่ผู้สูงอายุ

จุดสำคัญที่สุดก็คือ ลดอายุเริ่มต้นการต่อใบขับขี่ จากเดิม 75 ปี เหลือ 70 ปี หมายความว่า เมื่อมีอายุครบ 70 ปี ผู้ขับขี่จะต้องเข้าสู่กระบวนการต่ออายุใบอนุญาตขับขี่ตามหลักเกณฑ์ใหม่ สำหรับผู้ที่มีอายุครบ 70 ปี จะต้องผ่านขั้นตอนตรวจร่างกาย เข้าอบรมการขับขี่สำหรับผู้สูงอายุ เป็นเวลา 2 ชั่วโมง เมื่อผ่านแล้ว จะสามารถต่ออายุใบขับขี่ไปจนถึงอายุ 75 ปี ส่วนผู้ที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป จะมีการประเมินเพิ่มเติม ได้แก่ การทดสอบสมรรถภาพด้านการรับรู้และการทำงานของสมอง หรือแสดงเอกสารรับรองจากแพทย์ว่าไม่ได้เป็นโรคสมองเสื่อมในระดับปานกลางขึ้นไป หลังจากนั้น จะต้องต่อใบขับขี่ใหม่ทุก ๆ 3 ปี

แม้กฎหมายใหม่จะมีเป้าหมายที่ดี แต่เมื่อเริ่มใช้งานจริง ก็พบอุปสรรคหลายประการ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 หลินเยว่ฉิน (林月琴) รักษาการประธานกรรมาธิการคมนาคมของสภานิติบัญญัติ ได้ลงพื้นที่สำนักงานขนส่งเมืองเหมียวลี่ พร้อมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม สำนักงานขนส่ง สำนักงานสุขภาพแห่งชาติ และหน่วยงานสาธารณสุข ลงพื้นที่เพื่อศึกษาปัญหาการให้บริการจริง สิ่งที่พบคือแม้ว่าสำนักงานขนส่งจะสามารถจัดอบรม ทดสอบสมรรถภาพ และออกใบขับขี่ได้ แต่ขั้นตอน ตรวจร่างกาย ยังต้องเดินทางไปโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลอีกแห่งหนึ่ง ทำให้ผู้สูงอายุต้องเดินทางหลายรอบ สำหรับผู้ที่เดินไม่สะดวก หรือไม่มีลูกหลานพาไป ถือว่าเป็นภาระไม่น้อยเลยทีเดียว

ระหว่างการลงพื้นที่ มีผู้สูงอายุรายหนึ่งที่ให้สัมภาษณ์ จนสะท้อนปัญหาได้อย่างชัดเจน หญิงวัย 73 ปี นามสกุลหลัว อาศัยอยู่ที่ตำบลหนานจวง เมืองเหมียวลี่ เธอเล่าว่าสามีต้องเดินทางไปพบแพทย์ที่เมืองโถวเฟิ่นเป็นประจำ ดังนั้น การมีรถยนต์และสามารถขับรถเองได้ จึงช่วยอำนวยความสะดวกอย่างมาก แต่เมื่อถึงเวลาต้องมาต่อใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่งเมืองเหมียวลี่ เธอกลับไม่คุ้นเคยกับเส้นทางสุดท้ายต้องให้ลูกชายลางานมาช่วยขับรถ และเปิด Google Maps นำทาง หากต้องใช้รถสาธารณะ จะต้องต่อรถถึง 4 ต่อ จึงจะเดินทางถึงสำนักงานขนส่ง เธอบอกว่าหากสามารถตรวจร่างกาย อบรม และต่อใบขับขี่ได้ในที่เดียว ก็จะช่วยลดภาระได้มาก เรื่องนี้สะท้อนว่า แม้กฎหมายจะดี แต่หากบริการยังไม่ตอบโจทย์ การเข้าถึงของประชาชนก็ยังเป็นปัญหา

หลินเยว่ฉินจึงเสนอแนวคิด One-stop Service หรือ บริการเบ็ดเสร็จจุดเดียว โดยเสนอให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงสาธารณสุขร่วมกันจัดทีมออกให้บริการถึงพื้นที่ต่างๆ ภายในจุดบริการเดียว ผู้สูงอายุสามารถทำทุกขั้นตอนได้ครบ ได้แก่ ตรวจร่างกาย ทดสอบสมรรถภาพทางสมอง เข้าอบรม ต่อใบขับขี่ ทั้งหมดเสร็จภายในวันเดียว นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการจัดรอบบริการแบบประจำ กำหนดวัน เวลา และสถานที่ชัดเจน แล้วออกให้บริการตามอำเภอและตำบลต่างๆ แทนที่จะให้ประชาชนเดินทางเข้าสำนักงานขนส่งเพียงอย่างเดียว

อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ หลินเยว่ฉินเสนอให้ใช้การประเมินแบบ "สหวิชาชีพ" กล่าวคือ ไม่ใช่ให้แพทย์เป็นผู้ประเมินเพียงฝ่ายเดียว แต่ให้มีทีมที่ประกอบด้วยแพทย์ นักกิจกรรมบำบัด ครูฝึกสอนขับรถ ร่วมกันประเมินความสามารถของผู้สูงอายุแต่ละคน เพราะผู้สูงอายุแต่ละคนมีสภาพร่างกายไม่เหมือนกัน บางคนอาจเพียงต้องทบทวนทักษะการขับรถ บางคนอาจเหมาะกับการติดตั้งเทคโนโลยีช่วยขับ เช่น ระบบเตือนการชน หรือกล้องมองรอบคัน บางคนอาจได้รับใบขับขี่แบบมีเงื่อนไข เช่น ขับได้เฉพาะเวลากลางวันหรือขับได้เฉพาะในพื้นที่ที่กำหนด แนวคิดนี้กำลังถูกนำไปศึกษาในหลายประเทศเช่นกัน เพราะช่วยให้ผู้สูงอายุยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ โดยไม่ละเลยเรื่องความปลอดภัย

ปัจจุบัน เมืองเหมียวลี่ได้เริ่มทดลองให้บริการแบบเบ็ดเสร็จแล้วในหลายพื้นที่ กรมการขนส่งซินจู๋ระบุว่าขณะนี้มีโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรอง 9 แห่ง สถานีอนามัย 18 แห่ง ที่สามารถตรวจร่างกายสำหรับการต่อใบขับขี่ผู้สูงอายุได้ นอกจากนี้ ยังจัดหลักสูตรอบรมนอกสำนักงานขนส่งอีก 5 จุด และตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้ทดลองจัดบริการแบบครบวงจรในหลายพื้นที่ มีผู้ใช้บริการต่อใบขับขี่สำเร็จแล้ว 343 คน ในเดือนกรกฎาคม จากผลตอบรับที่ดี จึงมีแผนขยายไปยังพื้นที่ ทงเซียว ย่วนหลี่ หนานจวง ซานวัน รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

เป้าหมายของหลินเยว่ฉินคือตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป ให้สำนักงานขนส่งจัดตารางออกหน่วยบริการเคลื่อนที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้สูงอายุในแต่ละอำเภอสามารถทำทุกขั้นตอนตั้งแต่ตรวจร่างกาย ทดสอบสมรรถภาพ เข้าอบรม จนได้รับใบขับขี่ได้ภายในครั้งเดียว ถือเป็นการลดภาระการเดินทาง และทำให้ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการของรัฐได้ง่ายขึ้น

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解
00:00
00:00
0.5x 1x 1.5x 2x