สวัสดีครับคุณผู้ฟังทุกท่าน! ขอต้อนรับเข้าสู่รายการ "เจาะลึกกีฬาโลก" (體育世界) ดำเนินรายการโดยผม ธีระ หยาง (亓淞) ครับ วันนี้เรามาอัปเดตความเคลื่อนไหวจากขอบสนามแบดมินตันชิงแชมป์โลก 2026 ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ซึ่งในรอบรองชนะเลิศ พี่ใหญ่แห่งวงการแบดมินตันไต้หวันอย่าง "โจวเทียนเฉิง" ต้องโคจรมาพบกับคู่ปรับเก่าชาวญี่ปุ่น โคได นาราโอกะ ต้องบอกว่าฟอร์มของ โจวเทียนเฉิง ในศึกชิงแชมป์โลกปีนี้ร้อนแรงมากๆ ครับ หลังจากที่เคยสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองแดงประเภทชายเดี่ยวให้ไต้หวันได้ในปี 2022 มาปีนี้เขาก็ยังคงโชว์ฟอร์มเยี่ยม เก็บชัยชนะแบบ 2 เซตรวดมาตลอด 4 รอบแรก รวมถึงนัดก่อนหน้าที่ปราบดาวรุ่งวัย 21 ปีจากอินโดนีเซียอย่าง ฟาฮาน ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายมาได้ ซึ่งหากแมตช์นี้เขาสามารถเอาชนะ นาราโอกะ ได้ เขาก็จะได้ตั๋วผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ พร้อมกับการันตีขึ้นเป็น "มือวางอันดับ 1 ของโลก" ในสัปดาห์ต่อไป
สำหรับเกมการแข่งขันในวันนี้ แม้ว่าตามสถิติการเจอกัน 8 ครั้งก่อนหน้านี้ โจวเทียนเฉิง จะเป็นฝ่ายชนะไปถึง 6 ครั้ง แต่ยามที่เจอกันในช่วงหลัง นาราโอกะ ก็สามารถเก็บชัยชนะไปได้ถึง 2 ใน 3 นัดล่าสุด การดวลกันในวันนี้จึงเป็นไปอย่างสูสีและเหนียวแน่นทั้งคู่ โดยในเซตแรก นาราโอกะ มีตีผิดพลาดเองในช่วงท้าย ทำให้ โจวเทียนเฉิง ฉวยโอกาสทำแต้มเว้นระยะห่าง ก่อนจะปิดเซตแรกไปได้ก่อนที่ 21:17
ทว่าในเซตที่สอง นาราโอกะ กลับมาคุมจังหวะเกมของตัวเองได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เร่งทำแต้มนำตั้งแต่ต้นเซต และรันแต้มรวดเดียว 5-0 ในช่วงครึ่งหลัง ตีไข่แตกเอาชนะไปได้ 21:11 เสมอกัน 1:1 เซต และในเซตตัดสิน นาราโอกะ ยังคงรักษาความร้อนแรง อาศัยความเหนียวแน่นทำแต้มนำไปก่อน 11:4 ในช่วงเวลานอกเทคนิค ก่อนจะปิดเกมเอาชนะไปได้ในที่สุด 21:10 ส่งผลให้ โจวเทียนเฉิง พ่ายไปอย่างน่าเสียดาย แต่ยังคงคว้าเหรียญทองแดงมาครองได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นสถิติที่ดีที่สุดของเจ้าตัวในการแข่งขันศึกชิงแชมป์โลกครับ
หลังจบการแข่งขัน โจวเทียนเฉิง ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวสำนักข่าว CNA ว่า ปัญหาหลักในการแข่งขันวันนี้คือ "ลูกขนไก่ที่ฝ่ายจัดการแข่งขันใช้ ค่อนข้างพุ่งช้า" ครับ เขาบอกว่าในเซตแรกมีการตีโต้กันเยอะ ซึ่ง "เข้าทางจังหวะของเขา" แต่พอลูกมันช้า การบุกหลายๆ ครั้งจึงไม่เป็นผล ทำให้เขาต้องสูญเสียพละกำลังไปอย่างมาก พี่โจวยังวิเคราะห์เกมต่อว่า ในเซตที่ 2 มีการตีโต้แรลลี่กันนานหลายครั้ง แต่เขากลับทำแต้มไม่ได้ ทำให้คู่แข่งฉวยโอกาสเก็บแต้มไปได้ง่ายกว่าจนคะแนนทิ้งห่าง ซึ่งเขายอมรับว่า "ตัวเองยังควบคุมทิศทางลูกได้ไม่ดีพอ" ส่วนในเซตตัดสินช่วงต้นเกม เขาพยายามจะอาศัยลูกตบทำคะแนนแต่ก็ไม่สำเร็จ เขาบอกกับนักข่าวว่าพอลูกมันพุ่งช้า มันกลับไปสอดคล้องกับสไตล์การเล่นของคู่ต่อสู้พอดี "ผมพยายามจะตีหยอด และปรับเปลี่ยนแผนบ้างแล้ว แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเท่าไหร่ครับ"
จากรูปเกมที่ช่วงแรกทำได้ดีแต่มาแผ่วปลาย โจวเทียนเฉิง ยอมรับตามตรงว่า "ผมพยายามออกแรงบุกอย่างหนัก แต่มันไม่เกิดประสิทธิภาพเลย ทำให้กินแรงไปเยอะ จนสุดท้ายพลังงานก็หมดเกลี้ยงครับ" พร้อมกับกล่าวประโยคสุดซึ้งทิ้งท้ายว่า "นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ผมต้องการ แต่ถ้าพระเจ้าประสงค์ให้ผมหยุดอยู่ตรงนี้ ผมก็ยินดีน้อมรับครับ" แม้จะพลาดเข้าชิง แต่ในวัย 36 ปี โจวเทียนเฉิง ได้จารึกสถิติเป็นนักแบดมินตันที่อายุมากที่สุดที่ทะลุเข้าถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายในศึกชิงแชมป์โลกได้สำเร็จนะครับ แถมยังเป็นการคว้าเหรียญทองแดงในรายการนี้เป็นครั้งที่ 2 ในชีวิต สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักแบดมินตันชายเดี่ยวชาวไต้หวันคนแรกที่ทำผลงานระดับนี้ได้ครับ หลังจากจบศึกทัวร์นาเมนต์ที่อินเดีย พี่โจวบอกว่าจะขอพักผ่อนสักระยะ ก่อนจะกลับมาลุยเข้าแคมป์เก็บตัวเตรียมสู้ศึกเอเชียนเกมส์ ต่อไปครับ
ส่วนนักแบดไทยก็มีคนที่สามารถมาถึงรอบรองชนะเลิศเช่นกัน คือ ในประเภทหญิงเดี่ยว ซึ่ง "หมิว" พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ มืออันดับ 10 ของโลก ลงสนามพบกับ อากาเนะ ยามากูชิ มืออันดับ 2 ของโลกจากญี่ปุ่น เจ้าของแชมป์รายการนี้ 3 สมัย โดยสถิติการพบกันก่อนหน้านี้ 18 ครั้ง เป็นทาง อากาเนะ ยามากูชิ ที่มีสถิติดีกว่าด้วยการเอาชนะไปได้ 13 ครั้ง
ในครั้งนี้ก็เช่นกัน เพราะเกมแรก อากาเนะ ยามากูชิ เล่นได้เด็ดขาดกว่า แม้ พรปวีณ์ จะพยายามแก้เกม แต่สาวญี่ปุ่นเป็นฝ่ายที่คุมจังหวะได้ทั้งหมด และปิดเกมแรกไปได้ด้วยสกอร์ 21-12 เกมที่สอง อากาเนะ ยังคงคุมเกมได้ดี แม้พรปวีณ์ จะฮึดสู้ แต่ก็ต้านทานความแข็งแกร่งของ อากาเนะ ไม่ไหว พ่ายไปอีกด้วยสกอร์ 17-21 จากการพ่ายแพ้ในแมตช์นี้ส่งผลให้ "หมิว" พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ ยุติเส้นทางไว้ที่รอบรองชนะเลิศ พร้อมคว้าเหรียญทองแดงในการแข่งขันแบดมินตันชิงแชมป์โลกได้เป็นครั้งแรก และสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักแบดมินตันหญิงเดี่ยวไทยคนที่ 2 ที่สามารถคว้าเหรียญรางวัลในศึกชิงแชมป์โลกได้ ต่อจาก "เมย์" รัชนก อินทนนท์ ที่เคยทำได้ ซึ่งคว้าเหรียญทองในปี 2013 และได้เหรียญทองแดงในปี 2019
สำหรับรายการต่อไป จะเป็นการแข่งขันศึก ไชน่า มาสเตอร์ส 2026 รายการระดับเวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 750 ชิงเงินรางวัลรวม 1.25 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 41 ล้านบาท) ระหว่างวันที่ 1-6 กันยายน ที่เมืองเซินเจิ้น ของจีนแผ่นดินใหญ่ ต่อด้วย เอเชียนเกมส์ 2026 ระหว่างวันที่ 19 กันยายน - 4 ตุลาคม 2569 ที่เมืองไอจิ-นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น
แม้ว่าจะไปไม่ถึงดวงดาวในรอบชิงชนะเลิศ แต่สปิริตและการสู้สุดใจของ โจวเทียนเฉิง (ขวาสุด) และ หมิว พรปวีณ์ ก็ยังคงสร้างความประทับใจและความภาคภูมิใจให้กับแฟนๆ กีฬาแบดมินตันเป็นอย่างมากครับ มาร่วมส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทยและไต้หวันในทัวร์นาเมนต์ต่อๆ ไปด้วยกันนะครับ! (ภาพจาก AFP)

- เอาล่ะครับคุณผู้ฟัง พักเรื่องลูกขนไก่ไว้ตรงนี้ แล้วตีตั๋วข้ามทวีปบินลัดฟ้าไปที่สหรัฐอเมริกา กันบ้างครับ! กับการแข่งขันเทนนิสหญิงในศึกใหญ่อย่าง WTA ซินซินเนติ โอเพ่น ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นรายการระดับ WTA 1000 และถือเป็นแมตช์อุ่นเครื่องสำคัญก่อนศึกแกรนด์สแลมรายการสุดท้ายของปีอย่าง ยูเอส โอเพ่น ครับ
น่าเสียดายครับสำหรับแฟนๆ เทนนิส เมื่อยอดนักเทนนิสหญิงเจ้าของฉายา "เจ้าแม่ร้อยคู่" อย่าง เซี่ยสูเหวย ที่จับคู่กับจอมพลังจากลัตเวียอย่าง หมวยโอ หรือ เยเลนา โอสตาเพนโก ในฐานะคู่มือวางอันดับ 5 ของรายการ ต้องยุติเส้นทางไว้เพียงแค่รอบรองชนะเลิศ ชวดโอกาสลุ้นตั๋วรอบชิงชนะเลิศอย่างน่าเสียดายครับ โดยในการแข่งขันรอบ 4 คู่สุดท้ายนี้ คู่ของ เซี่ยสูเหวย และ หมวยโอ ต้องลงสนามพบกับคู่นอกสายตาอย่าง มาการี เคมเพน จากเบลเยียมและ อเล็กซานดรา พาโนวา จากรัสเซีย ที่เอาชนะคู่ของอีกหนึ่งสาวไต้หวันอย่าง จันเฮ่าฉิง มาได้ในรอบก่อนหน้า เซตแรก: ทั้งสองฝ่ายเปิดเกมแลกกันอย่างดุเดือด ผลัดกันเบรกเกมเสิร์ฟไปฝ่ายละ 1 ครั้ง จนเกมบีบเค้นเข้าสู่ช่วงท้ายเซต แต่ในเกมที่ 8 คู่หูไต้หวัน-ลัตเวีย เกิดพลาดท่าเสียเกมเสิร์ฟ ทำให้ตกเป็นฝ่ายตามหลัง แม้จะพยายามเซฟได้ถึง 2 เซตพอยต์ แต่ก็พ่ายไปก่อนด้วยสกอร์ 3 ต่อ 6 เซตที่สอง: สถานการณ์บังคับให้ต้องทุ่มสุดตัว คู่ของ เซี่ยสูเหวยทำผลงานได้ดีเยี่ยมด้วยการเปิดเกมบุกเบรกเกมเสิร์ฟคู่แข่ง ขึ้นนำห่างถึง 4 ต่อ 1 แต่แล้วช่วงกลางเซตกลับเกิดอาการแกว่ง พลาดเสียเกมเสิร์ฟของตัวเองถึง 2 เกมติดต่อกัน จนโดนคู่แข่งพลิกแซงขึ้นนำ แม้จะพยายามฮึดเซฟแมตช์พอยต์ได้อีก 2 ครั้ง แต่สุดท้ายก็ต้านไม่ไหว พ่ายไปในเซตนี้ 5 ต่อ 7 ผลการแข่งขันรวม พ่ายไป 0 ต่อ 2 เซต สกอร์ 3-6 และ 5-7 จอดป้ายเพียงแค่รอบรองชนะเลิศเท่านั้นครับ อย่างไรก็ตาม ต้องร่วมส่งกำลังใจให้ เซี่ยสูเหวย ปรับจูนฟอร์มเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับศึกใหญ่อย่าง ยูเอส โอเพ่น ที่กำลังจะมาถึงต่อไปครับ (ภาพจาก AFP)
สำหรับวันนี้ เวลาของรายการหมดลงแล้วจริงๆ ครับ หวังว่าคุณผู้ฟังจะได้รับทั้งสาระ ความสนุก และแรงบันดาลใจจากเรื่องราวที่เรานำมาฝากกันนะครับ ใครที่มีความคิดเห็นยังไง หรืออยากให้ผม ธีระ หยาง นำเรื่องราวของกีฬาหรือดาวดังคนไหนมาเล่าให้ฟังอีก ก็สามารถส่งข้อความมาพูดคุยกันได้ที่แฟนเพจของทางอาร์ทีไอ (RTI) ได้เลยนะครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับฟังมาตลอดครึ่งชั่วโมงนี้ ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพ ออกกำลังกายกันอย่างมีความสุข และอย่าลืมเคารพพื้นที่ส่วนตัวของเพื่อนร่วมสนามกันด้วยนะครับ! กลับมาพบกับผม ธีระ หยาง (亓淞) ได้ใหม่ในครั้งหน้า สำหรับวันนี้ ต้องขอตัวลาไปก่อน ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการรับชมกีฬา สวัสดีครับ!
