Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Українська แผนผังเว็บไซต์

อย่างงี้คุณจะว่าไง วันเสาร์ที่ 12 ก.ย.2569

หลินเจียเหลียง ผู้ก่อตั้งศูนย์พักพิงควายชรา ต.ถู่คู่ เมืองหยุนหลิน มุ่งมั่นให้ควายสูงวัยได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบ พร้อมเปลี่ยนเป็น ‘ห้องเรียนธรรมชาติ’ เพื่อสืบสานวิถีเกษตรสู่คนรุ่นใหม่(ภาพ:回鄉米)
หลินเจียเหลียง ผู้ก่อตั้งศูนย์พักพิงควายชรา ต.ถู่คู่ เมืองหยุนหลิน มุ่งมั่นให้ควายสูงวัยได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบ พร้อมเปลี่ยนเป็น ‘ห้องเรียนธรรมชาติ’ เพื่อสืบสานวิถีเกษตรสู่คนรุ่นใหม่(ภาพ:回鄉米)

ไต้หวันเปิดศูนย์พักพิงควายชราแห่งแรกโดยเอกชน เปลี่ยนชีวิตควายแก่เป็น ‘ห้องเรียนธรรมชาติ’ สืบสานวิถีเกษตรสู่คนรุ่นใหม่

ที่ตำบลถู่คู่ เมืองหยุนหลิน หลินเจียเหลียง (林家良) เกษตรกรรุ่นใหม่ผู้ทำเกษตรและปลูกข้าวด้วยวิถีธรรมชาติ ได้ก่อตั้ง “ศูนย์ดูแลควายชรา” แห่งแรกของไต้หวัน เพื่อให้ควายที่ปลดเกษียณจากการทำงานมีสถานที่ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในช่วงบั้นปลาย โดยไม่ต้องถูกส่งไปโรงฆ่าสัตว์ นอกจากเป็นสถานที่พักพิงแล้ว ศูนย์แห่งนี้ยังเป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องชีวิต อาหาร และวิถีเกษตร จนเรื่องราวของหลินเจียเหลียงได้รับการนำไปบรรจุเป็นบทเรียนในตำราเรียน

ล่าสุด เรื่องราวของควายชราอีกตัวหนึ่งได้สร้างความสะเทือนใจบนเกาะลวี่เต่า เมืองไถตง เมื่อคุณตาวัย 83 ปี จำใจต้องบอกลาควายที่อยู่เคียงข้างกันมานานถึง 20 ปี หลังอายุมากขึ้นจนไม่มีกำลังดูแลต่อ อีกทั้งบนเกาะยังไม่มีสัตวแพทย์ อาสาสมัครหญิงจึงเข้ามาช่วยเหลือด้วยการซื้อควายตัวนี้ในราคา 25,000 เหรียญไต้หวัน พร้อมออกค่าใช้จ่ายในการขนส่งข้ามทะเล เพื่อนำมาฝากเลี้ยงที่ศูนย์ของหลินเจียเหลียงในหยุนหลิน

เช้ามืดวันที่ 6 สิงหาคม คุณตาวัย 83 ปี เดินจูงควายออกจากบ้านตั้งแต่ตี 4 เพื่อไปส่งที่ท่าเรือ ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง ระหว่างทางคุณตายกมือเช็ดน้ำตาด้วยความอาลัย ภาพดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากชาวเน็ตบางส่วน แต่หลินเจียเหลียงออกมาปกป้องคุณตา พร้อมเผยว่าทั้งคู่มีความผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง จนชาวบ้านเปรียบควายตัวนี้เป็นเสมือน “แฟนสาว” ของคุณตา การต้องจากกันหลังใช้ชีวิตร่วมกันมาถึง 20 ปี จึงเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก

หลังเดินทางข้ามทะเลมาถึงหยุนหลิน ควายชราตัวนี้ได้เข้ามาอยู่ในความดูแลของศูนย์ และกำลังค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับเพื่อนใหม่อีก 3 ตัว ได้แก่ “อาเล่อ” (阿樂), “อันซิน” (安心) และ “อาไหล” (阿來)

การดูแลควายชราไม่ใช่ภาระเล็ก ๆ เพราะมีค่าใช้จ่ายราวเดือนละ 10,000 เหรียญไต้หวัน หลินเจียเหลียงจึงพยายามหารายได้มาสนับสนุนการดูแลด้วยการสร้างแบรนด์ของตัวเอง ทั้ง “ข้าวกลับบ้านเกิด” (回鄉米) และ “ซีอิ๊วหมักกลับบ้านเกิด” (回鄉釀醬油) ขณะเดียวกัน เขายังรวบรวมเศษวัสดุทางการเกษตรจากพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ต้นและใบข้าวโพด รวมถึงใบอ้อย มาใช้เป็นอาหารให้ควาย ช่วยลดต้นทุนและใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรไปพร้อมกัน

ทุกเช้า ภารกิจแรกของหลินเจียเหลียงคือออกไปตัดต้นและใบข้าวโพด ก่อนรวบรวมใส่รถจนเต็มคันเพื่อนำกลับมาเป็นอาหารให้ควาย แม้ไม่ได้ปลูกข้าวโพดเหล่านี้เพื่อจำหน่าย เขาก็ยังยืนกรานไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เพื่อให้ควายได้รับอาหารที่ปลอดภัยและมีสุขภาพแข็งแรง

ตลอดเวลากว่า 10 ปี หลินเจียเหลียงทุ่มเททั้งแรงกายและเวลาให้กับการทำเกษตรและดูแลควายชรา เขาบอกว่า “เด็ก ๆ ในชนบทล้วนเติบโตมากับควาย เราควรขอบคุณพวกมัน เพราะในยุคที่ยังไม่มีเครื่องจักร พวกมันทำงานหนักเพื่อมนุษย์มาตลอดชีวิต”

เดิมทีหลินเจียเหลียงทำงานด้านคลังสินค้าและเครื่องจักรในเมืองไทจง ก่อนตัดสินใจกลับบ้านเกิดและหันมาทำเกษตรด้วยวิถีธรรมชาติ เมื่อได้สัมผัสกับชีวิตของควายอย่างใกล้ชิด เขามองเห็นว่าพวกมันเคยเป็นกำลังสำคัญของเกษตรกร ช่วยไถนาและทำงานหนักเคียงข้างผู้คนมานานหลายสิบปี แต่เมื่ออายุมากขึ้น เกษตรกรจำนวนไม่น้อยกลับไม่มีกำลังดูแลต่อ เขาไม่ต้องการให้ควายต้องจบชีวิตที่โรงฆ่าสัตว์ จึงตัดสินใจรับภาระนี้ไว้ด้วยตัวเอง และก่อตั้งศูนย์ดูแลควายชราขึ้น

หลินเจียเหลียงกล่าวว่า “พวกมันทำงานหนักอย่างซื่อสัตย์และทุ่มเทเพื่อผืนดินแห่งนี้ โดยไม่เคยเรียกร้องสิ่งตอบแทน เราจึงควรตอบแทนพวกมันบ้าง”

ความผูกพันระหว่างควายกับผู้คนยังปรากฏให้เห็นอยู่เสมอ บางตัวถึงกับเข้ามาออดอ้อนและจุ๊บเจ้าของจนแทบไม่ยอมหยุด ชาวนาหลายคนเชื่อว่าควายเป็นสัตว์ที่มีความรู้สึก และสามารถรับรู้ถึงความรักความเอาใจใส่จากมนุษย์ได้

แม้ช่วงแรกแนวคิดของหลินเจียเหลียงจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากทุกคน บางคนถึงกับมองว่าเขา “โง่เหมือนควาย” ที่ทุ่มเทแรงกายและเวลาให้กับงานนี้อย่างไม่ย่อท้อ แต่เขายังคงเดินหน้าต่อไป จนในที่สุดสิ่งที่ทำได้รับการยอมรับ และเรื่องราวของเขาถูกนำไปบรรจุเป็นบทเรียนในตำราเรียน

เขากล่าวว่า “ผมค่อย ๆ ทำทีละก้าวด้วยความตั้งใจ การที่ทุกคนได้รู้และยอมรับในสิ่งที่ผมทำ มีความหมายยิ่งกว่าการได้รับรางวัลจากการแข่งขัน เพราะผมไม่เคยเห็นเกษตรกรคนไหนสามารถเปลี่ยนเรื่องราวของตัวเองให้กลายเป็นบทเรียนในตำราได้”

ปัจจุบัน ศูนย์แห่งนี้รับควายจากทั่วไต้หวันมาดูแลจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต พร้อมเชื่อมโยงการดูแลควายเข้ากับการเรียนรู้เรื่องอาหาร การเกษตร และวิถีชุมชน ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวและการเรียนรู้ เพื่อให้เด็ก ๆ และคนรุ่นใหม่ได้เข้าใจชีวิตของควาย และเห็นคุณค่าของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ สัตว์ และผืนดิน

สำหรับอนาคต หลินเจียเหลียงตั้งเป้าเดินทางไปเยือน 368 ตำบลทั่วไต้หวัน เพื่อพูดคุยกับเกษตรกรรุ่นเก่า รวบรวมข้อมูลและบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับควายและวิถีเกษตรกรรมอย่างละเอียดที่สุด หวังจัดทำประวัติศาสตร์ “ควายไต้หวัน” ให้สมบูรณ์ และถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้เป็นสื่อการเรียนรู้เรื่องชีวิต เพื่อส่งต่อคุณค่าและความทรงจำให้คนรุ่นต่อไป

ควายชอบแช่น้ำเพื่อคลายร้อน

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解
00:00
00:00
0.5x 1x 1.5x 2x