Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569

หอพักแรงงานไทยกว่า 500 คนใจกลางเมืองเกาสง ส่งเสียงดังยามดึก ชาวบ้านทนไม่ไหว แจ้งตำรวจจัดการ
หอพักแรงงานไทยกว่า 500 คนใจกลางเมืองเกาสง ส่งเสียงดังยามดึก ชาวบ้านทนไม่ไหว แจ้งตำรวจจัดการ

1. หอพักแรงงานไทยกว่า 500 คนใจกลางเมืองเกาสง ส่งเสียงดังยามดึก ชาวบ้านทนไม่ไหว แจ้งตำรวจจัดการ

      อาคารโรงแรมเก่าสูง 11 ชั้น บนถนนจิ่วหรูเอ้อลู่ เขตซานหมิน นครเกาสง ซึ่งเลิกกิจการไปนานแล้ว ปัจจุบันถูกบริษัทก่อสร้างสัญชาติเกาหลีเช่าไว้ใช้เป็นหอพักสำหรับแรงงานต่างชาติ โดยมีแรงงานไทยที่ทำงานในไซต์ก่อสร้างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใกล้เคียงพักอาศัยอยู่ราว 500 คน ปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ คือในช่วงกลางคืน โดยเฉพาะวันที่เงินเดือนออก มักมีแม่ค้ามาตั้งแผงลอย แรงงานไทยรวมตัวกันดื่มสุรา พูดคุย และร้องเพลงกันบริเวณทางเดินเท้าใต้ถุนอาคาร เสียงดังจนรบกวนผู้คนในละแวกใกล้เคียง ต้องแจ้งตำรวจเข้าระงับเหตุมาแล้วหลายครั้ง

มุมหนึ่งของใต้ถุนหอพักแรงงานกลุ่มนี้

ร้องเพลงดังจนดึก ห่างไปร้อยเมตรยังได้ยินชัด

      เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นตั้งแต่ค่ำวันที่ 10 สิงหาคม ต่อเนื่องถึงเช้ามืดวันรุ่งขึ้น ใกล้เที่ยงคืนแล้วก็ยังมีกลุ่มแรงงานตั้งโต๊ะดื่มสุรา พูดคุย และร้องเพลงกันผ่านไมโครโฟน เสียงดังไปไกลจนชาวบ้านที่อยู่ห่างออกไปกว่า 100 เมตรยังได้ยินอย่างชัดเจน

      ชาวบ้านรายหนึ่งถึงกับต้องอัดคลิปภาพและเสียงเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยถ่ายจากในบ้านผ่านกระจกหน้าต่าง ทั้งที่อยู่ห่างจากหอพักเกือบ 100 เมตร ก็ยังได้ยินเสียงร้องเพลงและพูดคุยแทรกเข้ามาอย่างชัดเจน จนแทบไม่ได้พักผ่อนตามปกติ

      ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ชาวบ้านระบุว่าเกิดขึ้นซ้ำซากเป็นประจำ เฉพาะปีนี้ปีเดียวก็แจ้งตำรวจไปแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังเสียที

      ทั้งนี้ ชาวบ้านยืนยันว่าไม่ได้ต่อต้านการที่แรงงานต่างชาติจะพักผ่อนหรือสังสรรค์กันหลังเลิกงาน เพราะเข้าใจดีว่าทุกคนย่อมต้องการผ่อนคลายบ้าง แต่การเปิดไมโครโฟนร้องเพลงเสียงดังจนเกือบเที่ยงคืน และเสียงที่ดังกระจายไปทั่วบริเวณนั้น ถือว่าเกินเลยไปมาก และส่งผลกระทบโดยตรงต่อการนอนหลับพักผ่อนและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่

อาคารโรงแรมเก่าสูง 11 ชั้น บนถนนจิ่วหรูเอ้อลู่ ใกล้สถานีรถไฟเกาสง ถูกบริษัทก่อสร้างเช่าไว้ใช้เป็นหอพักสำหรับแรงงานไทยกว่า 500 คน

ปีนี้แจ้งตำรวจแล้ว 3 ครั้ง เข้าระงับเหตุ 2 รอบในคืนเดียว

      จากข้อมูลของตำรวจ พื้นที่บริเวณนี้เคยถูกร้องเรียนเรื่องเสียงดังและการวางสิ่งของกีดขวางใต้ถุนอาคารมาก่อนแล้ว โดยเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ตำรวจเคยเข้าตรวจสอบและดำเนินการมาครั้งหนึ่ง ส่วนในปีนี้มีการแจ้งเหตุเข้ามาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง คือวันที่ 10 พฤษภาคม เวลา 01.20 น. วันที่ 10 สิงหาคม เวลา 23.40 น. และวันที่ 11 สิงหาคม เวลา 00.18 น.

      เมื่อได้รับแจ้ง ตำรวจเดินทางไปตรวจสอบและพบว่าบริเวณชั้นล่างและทางเดินเท้าใต้ถุนอาคารมีการตั้งโต๊ะยาว มีแรงงานไทยดื่มสุรา พูดคุย และร้องเพลงกันจนกระทบความสงบเรียบร้อยของพื้นที่ ตำรวจจึงตักเตือนและขอให้ลดเสียงลง พร้อมให้หยุดส่งเสียงดัง

      แต่พอตำรวจเดินทางกลับไปแล้ว สถานการณ์กลับไม่ดีขึ้นตามที่คาด ชาวบ้านจึงต้องโทรแจ้งตำรวจอีกครั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องกลับไปตรวจสอบเป็นรอบที่สองในช่วงหลังเที่ยงคืน คราวนี้เมื่อแรงงานยังไม่ยอมทำตามคำแนะนำ ตำรวจจึงออกใบสั่งตามกฎหมาย พร้อมกำชับให้เก็บสิ่งของออกจากพื้นที่และยุติพฤติกรรมที่รบกวนความสงบของชุมชน สำนักงานแรงงานไทยในเกาสง ก็เคยเดินทางไปประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยเคารพกฎหมายมาแล้ว

วางของกีดขวางทาง ปรับสูงสุด 2,400 เหรียญไต้หวัน

      ตามกฎหมายว่าด้วยการลงโทษการจราจรทางถนน ผู้ใดกอง วาง หรือทิ้งสิ่งของบนถนนจนเป็นอุปสรรคต่อการจราจร มีโทษปรับตั้งแต่ 1,200 ถึง 2,400 เหรียญไต้หวัน ในกรณีนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่ตักเตือนแล้วแต่ผู้เกี่ยวข้องยังไม่ให้ความร่วมมือ ตำรวจจึงต้องออกใบสั่งตามกฎหมาย และสั่งให้เก็บสิ่งของทั้งหมดออกจากพื้นที่ทันที

ชาวบ้านห่วงเรื่องสภาพแวดล้อมและความปลอดภัยยามค่ำคืน

      พ่อบ้านที่ดูแลหอพักกลุ่มนี้ชี้แจงว่า ปกติแล้วหอพักจะปิดประตูเวลา 22.00 น. และตรวจสอบให้แรงงานอยู่ในห้องพักช่วงกลางคืน โดยฝ่ายบริหารได้ดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว และจะเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ในวันดังกล่าว อาจเป็นเพราะตรงกับวันที่แรงงานได้รับค่าจ้าง จึงมีแม่ค้ามาตั้งแผงขายอาหารที่แรงงานไทยนิยมรับประทานบริเวณทางเดินเท้าใต้อาคาร ทำให้มีคนออกมารวมตัวกันจำนวนมาก บรรยากาศคล้ายตลาดนัดกลางคืน จึงเป็นที่มาของเสียงดังตามมา

      นอกจากนี้ ตัวอาคารเองเป็นโรงแรมเก่าที่สภาพทรุดโทรม แสงสว่างในบางจุดโดยรอบก็ไม่เพียงพอ ประกอบกับมีแรงงานจำนวนมากออกมารวมตัวกันหลังเลิกงานเป็นประจำ ทำให้ชาวบ้านบางส่วนกังวลเรื่องสภาพแวดล้อมและความปลอดภัยในยามค่ำคืนไปด้วย อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านย้ำชัดว่าการร้องเรียนครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนากล่าวโทษแรงงานต่างชาติหรือบุคคลกลุ่มใดเป็นการเฉพาะ เพียงแต่อยากให้ผู้พักอาศัยทุกคนเคารพกฎระเบียบของชุมชน และช่วยกันรักษาความสงบ เพื่อให้ทุกคนในพื้นที่ใช้ชีวิตและพักผ่อนได้ตามปกติ

      ทางด้านตำรวจระบุว่าจะพิจารณาเพิ่มกำลังตรวจตราในพื้นที่ พร้อมเตือนแรงงานที่พักอาศัยในอาคารดังกล่าวว่า ไม่ว่าจะมีสัญชาติหรือสถานะใดก็ตาม ทุกคนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและเคารพสิทธิของผู้อื่น โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนควรลดระดับเสียง หลีกเลี่ยงการดื่มสุราจนส่งเสียงเอะอะ เปิดเพลงเสียงดัง หรือทำกิจกรรมใด ๆ ที่อาจรบกวนการใช้ชีวิตของเพื่อนร่วมงานและชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง และหากมีการใช้พื้นที่ถนนหรือทางเดินเท้าใต้ถุนอาคาร รวมถึงการนำสิ่งของมาวางกีดขวาง ก็ต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่และแก้ไขทันทีเช่นกัน

2. รอลุ้น! กระทรวงแรงงานไต้หวันกำหนดจัดการประชุมพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำ ในวันที่ 4 ก.ย. นี้

      กระทรวงแรงงานไต้หวันแถลงเมื่อวันที่ 16 ส.ค. ว่า การประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำประจำปี พ.ศ. 2569 มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 4 กันยายน เวลา 10.00 น. ซึ่งนับเป็นการประชุมพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำครั้งแรกหลังจากที่กฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำฉบับใหม่มีผลบังคับใช้

      กฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนให้กระทรวงแรงงานต้องจัดประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นในไตรมาสที่ 3 ของทุกปี โดยนายหวงเวยเชิน ผู้อำนวยการสำนักเงื่อนไขการทำงานและความเท่าเทียมในการจ้างงาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การประชุมพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำประจำปี 2569 จะจัดขึ้นในวันที่ 4 กันยายน เวลา 10.00 น. ณ กระทรวงแรงงาน

      ที่ผ่านมาเป็นการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเพียงคำสั่งบริหาร ส่งผลให้ตัวแทนฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างต้องมาถกเถียง ต่อรองกันเป็นประจำทุกปี สภานิติบัญญัติไต้หวันได้ผ่านร่างกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำเมื่อเดือนธันวาคม 2568 และมีผลใช้บังคับเมื่อต้นปีที่ผ่านมา  กฎหมายฉบับนี้กำหนดชัดเจนว่า ค่าจ้างที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน ห้ามต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ โดยใช้ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เป็นปัจจัยหลักในการพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ และพิจารณาประกอบจากดัชนีด้านเศรษฐกิจอื่นอีก 9 รายการ ผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนหรือจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ต้องระวางโทษปรับสูงสุด 1.5 ล้านเหรียญไต้หวัน ประกาศรายชื่อให้สาธารณชนทราบ และบังคับต้องปรับปรุงแก้ไขภายในเวลากำหนด

3. แรงงานไทย 6 คนร่วมแจม! ตำรวจเกาสงบุกทลายปาร์ตี้ยาในโรงงานร้าง รวบแรงงานเวียดนามกว่า 200 คน พบหลบหนี 21 ราย   

      สุดสัปดาห์สุดเหวี่ยงกลายเป็นสุดสัปดาห์สุดช็อก! เมื่อตำรวจนครเกาสงผนึกกำลังหลายหน่วยงาน บุกปิดล้อมอาคารโครงสร้างเหล็กแห่งหนึ่งในเขตต้าเหลียว นครเกาสง ซึ่งถูกดัดแปลงให้กลายเป็นผับลับสำหรับแรงงานต่างชาติ ที่แอบมารวมตัวเสพยาและเต้นรำกันทุกคืนวันหยุด

ตำรวจเกาสงบุกทลายปาร์ตี้ยาในโรงงานร้าง รวบแรงงานเวียดนามกว่า 200 คน ในจำนวนมีแรงงานไทยร่วมด้วย 6 คน และตรวจพบแรงงานหลบหนี 21 ราย 

      ผลการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ยึดยาเสพติดได้หลายชนิด พร้อมควบคุมตัวผู้ที่อยู่ในสถานที่กว่า 200 คน เพื่อนำไปตรวจสอบประวัติและเก็บตัวอย่างปัสสาวะ โดยส่วนใหญ่เป็นแรงงานเวียดนาม มีแรงงานไทยปะปนอยู่ 6 คน และยังตรวจพบแรงงานผิดกฎหมายอีก 21 คน รวมถึงผู้ต้องหาตามหมายจับอีก 1 ราย

      อาคารเหล็กหลังนี้ เป็นโรงงานร้าง หากมองจากภายนอกแทบไม่มีอะไรน่าสงสัย แต่พอถึงคืนวันหยุดสุดสัปดาห์ กลับแปรสภาพเป็นผับขนาดใหญ่ มีดีเจเปิดเพลง EDM สร้างบรรยากาศคึกคักตลอดคืน ที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นคือ มีการลักลอบขายเคตามีนและยาเสพติดที่พรางตัวมาในรูปแบบ "กาแฟผสมสารเสพติด" ซึ่งดึงดูดแรงงานต่างชาติให้แห่มารวมตัวกันไม่ขาดสาย

ตำรวจตรวจสอบยาเสพติดบนโต๊ะและบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน

      หลังได้รับเบาะแส ตำรวจสถานีหลินหยวนได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนเข้าจู่โจมในช่วงเช้ามืดของวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ระดมกำลังปิดล้อมสถานที่อย่างรวดเร็ว และสามารถยึดยาเสพติดได้หลายรายการ พร้อมควบคุมตัวผู้อยู่ในที่เกิดเหตุกว่า 200 คนกลับไปสอบสวน ผลตรวจสอบพบแรงงานเวียดนามที่หลบหนีมีสถานะเป็นแรงงานผิดกฎหมายถึง 21 ราย และยังพบผู้ต้องหาตามหมายจับอีก 1 ราย

      ที่จริงแล้วสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่หน้าใหม่ เพราะเคยถูกตำรวจตรวจพบการกระทำผิดมาแล้วเมื่อปี 2567 จนถูกสั่งตัดน้ำตัดไฟ แต่ผู้ประกอบการกลับยื่นขอเปิดใช้น้ำไฟใหม่ แล้วกลับมาลักลอบเปิดดำเนินกิจการอย่างเงียบ ๆ อีกครั้งในช่วงที่ผ่านมา

ตำรวจเกาสงบุกทลายปาร์ตี้ยาในโรงงานร้าง รวบแรงงานไทยและเวียดนามกว่า 200 คน พบหลบหนี 21 ราย

      เมื่อตำรวจสอบถามหาเจ้าของยาเสพติดที่ยึดได้ กลับไม่มีใครยอมรับผิดแม้แต่คนเดียว เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องระดมรถบัสตำรวจขนาดใหญ่ ลำเลียงผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุทั้งหมดไปยังสถานีตำรวจ ซึ่งประกอบด้วยชาวเวียดนามกว่า 200 คน แรงงานไทย 6 คน และชาวไต้หวันอีก 9 คน เพื่อตรวจสอบสถานะ สอบปากคำ และเก็บตัวอย่างปัสสาวะส่งตรวจอย่างละเอียด

ผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุทั้งหมดไปยังสถานีตำรวจ ประกอบด้วยชาวเวียดนามกว่า 200 คน แรงงานไทย 6 คน และชาวไต้หวันอีก 9 คน

      จากการตรวจสอบ พบแรงงานเวียดนามที่หลบหนีและพำนักเกินกำหนด รวม 21 ราย พร้อมผู้ต้องหาชาวเวียดนามในคดีฉ้อโกงตามหมายจับอีก 1 ราย โดยตำรวจเปิดเผยว่า หลังดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายกับแรงงานหลบหนีทั้ง 21 รายแล้ว จะส่งตัวให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการต่อ ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฉ้อโกงจะถูกส่งตัวให้สำนักงานอัยการเมืองเกาสงดำเนินคดีตามกฎหมาย

      สำหรับผลตรวจปัสสาวะและของกลางยาเสพติดที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดหรือไม่ ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุทั้งหมดไปยังสถานีตำรวจ ประกอบด้วยชาวเวียดนามกว่า 200 คน แรงงานไทย 6 คน และชาวไต้หวันอีก 9 คน

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解