สวัสดีครับคุณผู้ฟังทุกท่าน! ต้อนรับเข้าสู่รายการ อะไรๆ ในไต้หวัน (台灣泰好玩) ประจำสัปดาห์นี้ (2026-08-28) ครับ! วันนี้อยู่กับผม ธีระ หยาง (亓淞) ที่จะพาคุณไปอัปเดตทุกเรื่องราวสนุกๆ จุดเช็กอินใหม่ๆ และโปรโมชันสุดปังในไต้หวันที่คุณไม่ควรพลาดครับ!
- ใครที่ใช้บริการรถไฟฟ้าไทเป (台北捷運) เป็นประจำ หรือมีแพลนจะมาเที่ยวไทเปเร็วๆ นี้ เตรียมเฮกันได้เลยครับ! เพราะหลังจากที่รอคอยและผ่านการก่อสร้างมาอย่างยากลำบากเกือบ 10 ปี ในที่สุดส่วนต่อขยายสายสีแดง หรือ สายตั้นสุ่ย-ซิ่นอี้ ก็พร้อมเปิดให้บริการแล้วครับ โดยสถานีใหม่ล่าสุดที่มีชื่อว่า "สถานีก่วงฉือ/ฟ่งเทียนกง รหัสสถานี R01 (มีเกล็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับหมายเลขสถานีเล่าให้ฟังในรายการด้วยครับ อย่าลืมกดคลิกฟังรายการนะครับ) จะเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ ตั้งแต่เวลาบ่าย 2 โมงเป็นต้นไป และจะกลายเป็นสถานีปลายทางแห่งใหม่ของสายสีแดงแทนที่สถานีเซี่ยงซานครับ
และแน่นอนครับว่า เปิดสถานีใหม่ทั้งที บริษัทรถไฟฟ้าไทเปเขาจัดเต็ม ฉลองใหญ่แบบไม่ธรรมดา! ผมบอกเลยว่าสายประหยัด สายล่ารางวัล ต้องฟังให้ดีครับ!
เริ่มจาก "นั่งฟรี 30 วัน!" ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม เวลา 14:00 น. ไปจนถึงวันที่ 28 กันยายนนี้ เพียงแค่คุณใช้บัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ คิวอาร์โค้ด หรือบัตรเครดิต แตะเข้า-ออกสถานี โดยมีจุดเริ่มต้นหรือจุดหมายปลายทางอยู่ที่ "สถานีก่วงฉือ/ฟ่งเทียนกง (廣慈/奉天宮站)" ไม่ว่าจะเดินทางมาจากสถานีไหน หรือแค่นั่งไป-กลับระหว่างสถานีเซี่ยงซาน (象山站) กับสถานีใหม่ ค่าโดยสารในส่วนต่อขยายนี้ ฟรีไปเลยครับ! ระบบจะหักลบค่าโดยสารส่วนนี้ออกให้ทันทีครับ
ยังไม่หมดครับคุณผู้ฟัง สายลุ้นโชคเตรียมตัวให้พร้อมกับกิจกรรม "หมุนกาชาปอง ลุ้นตั๋วเครื่องบิน!" เฉพาะ 4 วันแรกของการเปิดสถานี คือวันที่ 30 สิงหาคม ถึง 2 กันยายนนี้ ใครที่มีประวัติการเดินทางเข้า-ออกสถานีใหม่ในวันนั้นๆ สามารถไปต่อแถวที่บริเวณทางออก 2 เพื่อร่วมสนุกหมุนตู้กาชาปองได้เลยครับ จำกัดแค่ 600 สิทธิ์ต่อวันเท่านั้น และที่สำคัญคือ หมุนแล้วได้รางวัลทุกคน! รางวัลใหญ่สุดปังคือ ตั๋วเครื่องบินไป-กลับสำหรับ 2 ที่นั่ง จากสายการบินไชน่าแอร์ไลน์ โดยวันแรกแจกตั๋วไปกรุงลอนดอน ส่วนอีก 3 วันที่เหลือแจกตั๋วไปกรุงโตเกียวครับ นอกจากนี้ยังมีรางวัลเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง หม้อทอดไร้น้ำมัน และเครื่องกดน้ำดื่ม อีกด้วยนะครับ!
แล้วถ้าใครชอบของหวาน ฟังทางนี้ครับ! "แจกไอศกรีมฟรีทุกวัน!" ตลอดเดือนแรกของการเปิดสถานี ที่บริเวณชั้น B2 ใกล้กับทางออก 1 (โซนที่ยังไม่แตะบัตรเข้าสถานี) เขาจะมีการแจกบัตรของขวัญสำหรับแลกไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟแฟมิลี่มาร์ท ฟรี! วันละ 500 ใบ แค่คุณไปถึงหน้างานแล้วพูดรหัสลับว่า 慶祝廣慈奉天宮站通車,全家來吃冰 - ชิ่ง จู้ ก่วงฉือ ฟ่ง เทียน กง จั้น ทง เชอ ฉวน เจีย ไหล ชือ ปิง (ฉลองเปิดสถานีก่วงฉือฟ่งเทียนกง แฟมิลี่มาร์ทชวนมากินไอติม) เท่านี้ก็รับไอศกรีมไปทานให้ชื่นใจได้เลย 1 โคนครับ นอกจากนี้ในช่วงสุดสัปดาห์ ทางเชื่อมที่ทางออก 1 ยังมีการจัดตลาดนัดและมินิคอนเสิร์ตฉลองการเปิดสถานีใหม่ ให้ได้เดินเล่นชิลๆ ถ่ายรูปสวยๆ กันด้วยครับ นอกจากนี้ แค่คุณนั่งรถไฟฟ้าผ่านสถานีใหม่นี้ ทางรถไฟฟ้าไทเปก็จะนำรายชื่อไปสุ่มแจกรางวัล "ตั๋วรถไฟฟ้าแบบรายปี" จำนวน 30 รางวัล และรถจักรยานยี่ห้อ Giant อีก 90 คัน! และถ้าใครเป็นสมาชิกแอปพลิเคชัน Taipei MRT Go (台北捷運Go) และทำตามเงื่อนไขที่กำหนด ก็ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับคะแนนสะสม 20 แต้ม จำนวน 1,000 รางวัลด้วยนะครับ
โอ้โห... โปรโมชันจัดหนัก จัดเต็มขนาดนี้ คุณผู้ฟังพลาดไม่ได้เด็ดขาดเลยนะครับ วันที่ 30 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป ใครอยู่ไทเปอย่าลืมแวะไปเช็กอินสถานีใหม่ "สถานีก่วงฉือ/ฟ่งเทียนกง " กันนะครับ! (ภาพจากบริษัทรถไฟฟ้าไทเป)

- ไหนๆ มาถึงใกล้ๆ ศาลเจ้าฟ่งเทียนกง ซึ่งเป็นศาลเจ้าลัทธิเต๋าที่ยิ่งใหญ่และสำคัญมากๆ แห่งหนึ่งในไทเป กันแล้ว เราไปแวะไหว้เจ้าที่นี่กันดีกว่าครับ เพราะถ้าพูดถึงการมาเที่ยวไต้หวัน นอกจากการไปชิมของอร่อยและช้อปปิ้งแล้ว การไปไหว้พระขอพรก็เป็นอีกหนึ่งทริปที่พลาดไม่ได้เลยนะครับ
ศาลเจ้าซงซานฟ่งเทียนกง (松山奉天宮) ตั้งอยู่ในเขตซิ่นอี้ กรุงไทเปครับ (สำหรับใครที่สงสัยว่า ทำไมอยู่เขตซิ่นอี้ แล้วตั้งชื่อเป็น ซงซาน มีเฉลยอยู่ในรายการแล้วครับ คลิกเข้าไปฟังกันได้ครับ) โดยมีองค์เทพประธานคือ เง็กเซียนฮ่องเต้ (玉皇上帝) ครับ ตัวศาลเจ้าสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1954 เป็นศาสนสถานที่มีสถาปัตยกรรมดั้งเดิมขนาดใหญ่ แบ่งเป็นหลายตำหนัก และถือเป็น ศาลเจ้าทีกง (天公廟) หรือศาลเจ้าที่บูชาเง็กเซียนฮ่องเต้ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของไต้หวันเลยล่ะครับ โดยมีเทศกาลเฉลิมฉลองประจำปีตั้งแต่วันที่ 8 ถึง 12 เดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติ และมีงานฉลองครบรอบการสร้างศาลเจ้าในวันที่ 28 เดือน 9 ตามปฏิทินจันทรคติเช่นกันครับ
ทีนี้เรามาฟังประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจของวัดนี้กันบ้างครับ ย้อนกลับไปในปีที่ 1 ของรัชศกฮ่องเต้ถงจื้อแห่งราชวงศ์ชิง หรือปี ค.ศ. 1862 มีชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ที่อาศัยอยู่ที่เขาหู่ซาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาซื่อโซ่วซาน (สี่สัตว์) ได้นำผ้าแดงมาเขียนอักษรคำว่า "เง็กเซียนฮ่องเต้และทวยเทพ (玉皇上帝暨列位尊神)" แล้วนำไปตั้งไว้ในถ้ำหินที่หมู่บ้านจงพัวจวง เพื่อใช้เป็นป้ายสถิตวิญญาณของเง็กเซียนฮ่องเต้ พร้อมกับสกัดกระถางธูปหินขึ้นมาเพื่อจุดธูปกราบไหว้ขอพรให้แคล้วคลาดปลอดภัยครับ ซึ่งชาวบ้านในละแวกนั้นก็พากันมากราบไหว้สักการะอย่างต่อเนื่อง แต่พอยุคที่ไต้หวันอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น ได้รับผลกระทบจากนโยบายที่ต้องการทำให้คนไต้หวันกลายเป็นคนญี่ปุ่น ถ้ำหินแห่งนี้ก็เลยถูกดัดแปลงเป็นหลุมหลบภัยไปครับ จนกระทั่งปี 1953 ได้มีการระดมทุนสร้างศาลเจ้าขึ้นมาใหม่ สร้างเสร็จในปีถัดมาและตั้งชื่อว่า ศาลเจ้าทีกง (天公廟) ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น ฟ่งเทียนกง (奉天宮) ในปี 1959 และในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง มีชาวเมืองหยุนหลินจำนวนมากเดินทางเข้ามาทำมาหากินในไทเป พวกเขาได้อัญเชิญองค์ อู่เหนียนเชียนซุ่ย (五年千歲) จากศาลเจ้าหม่าหมิงซานเจิ้นอันกง (馬鳴山鎮安宮) ในตำบลเปาจง (褒忠鄉) มาประดิษฐานเพื่อขอพรให้คุ้มครองปลอดภัย เมื่อมีศิษยานุศิษย์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จึงได้มีการสร้าง ศาลเจ้าไคอันกง (開安宮) ขึ้นมาเพื่อประดิษฐานองค์เทพโดยเฉพาะครับ ต่อมาในปี 1967 ทั้งฟ่งเทียนกงและไคอันกงก็ได้ควบรวมเข้าด้วยกัน และเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการว่า "ศาลเจ้าซงซานฟ่งเทียนกง (松山奉天宮)" อย่างที่เรารู้จักกันในปัจจุบันครับ ไฮไลต์ความศักดิ์สิทธิ์ของที่นี่คือ นอกจากเง็กเซียนฮ่องเต้ (玉皇大帝) แล้ว ยังมีองค์ชายทั้งสามคือ หลูเชียนซุ่ย (盧千歲) โหวเชียนซุ่ย (侯千歲) และเซวียเชียนซุ่ย (薛千歲) ที่คอยดูแลเรื่อง "สุขภาพ (健康)" "ความปลอดภัย (平安)" และ "หน้าที่การงาน (功名)" ตามลำดับ ซึ่งศักดิ์สิทธิ์มากๆ (甚為靈驗) มีผู้คนหลั่งไหลมาแก้บน (還願) กันอย่างไม่ขาดสายเลยครับ บริเวณด้านข้างของวัดยังมีอาคารที่พักสำหรับผู้แสวงบุญ (香客大樓) มีห้องสมุด (圖書館) และมีหอศิลป์ทีกง (天公藝廊) ที่มักจะจัดนิทรรศการศิลปะต่างๆ เป็นประจำด้วยนะครับ เรียกว่าได้ทั้งบุญได้ทั้งความรู้เลย
สำหรับสายมูที่อยากรู้ว่าต้องไปไหว้เทพองค์ไหนบ้าง ฟังทางนี้ครับ! บน ชั้น 2 วิหารหลัก (二樓正殿) ประดิษฐานเง็กเซียนฮ่องเต้ (玉皇上帝) เป็นองค์ประธาน พร้อมด้วย ซานกวนต้าตี้ (三官大帝) ไท่หยางซิงจวินหรือเทพแห่งดวงอาทิตย์ (太陽星君) ไท่อินซิงจวินหรือเทพแห่งดวงจันทร์ (太陰星君) ฝั่งซ้ายหรือฝั่งมังกร (龍邊) ประดิษฐานตงหัวตี้จวิน (東華帝君) ฝั่งขวาหรือฝั่งเสือ (虎邊) ประดิษฐานซีหวังจินหมู่หรือเจ้าแม่วังตะวันตก (西王金母) ส่วน วิหารรองฝั่งมังกรชั้น 2 (二樓龍邊側殿) มีตำหนักไท่ซุ่ย (太歲殿) ประดิษฐานโต่วหมู่หยวนจวิน (斗姥元君) และไท่ซุ่ยซิงจวิน (太歲星君) สำหรับแก้ชง และมีตำหนักเยว่เหล่าประดิษฐานเฒ่าจันทรา (月下老人) สำหรับขอคู่ครองครับ ด้าน วิหารรองฝั่งเสือชั้น 2 (二樓虎邊側殿) มีตำหนักกวางหมิง (光明殿) ประดิษฐานอู่โต่วซิงจวิน (五斗星君) เหวินชางตี้จวินหรือเทพแห่งการศึกษา (文昌帝君) อู่ลู่ไฉเสินหรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้งห้า (五路財神) และยังมีตำหนักฮว๋าถัว (華陀殿) ที่ประดิษฐานหมอเทวดาฮูโต๋ (華陀仙師) สำหรับขอพรเรื่องสุขภาพครับ
ลงมาที่ ชั้น 1 วิหารหลัก (一樓正殿) จะประดิษฐานอู่เหนียนเชียนซุ่ย (五年千歲) เป็นองค์ประธาน ฝั่งมังกร (龍邊) ประดิษฐานเป่าเซิงต้าตี้ (保生大帝) ซวงเว่ยเซียงกง (霜位相公 หรือ 施鍔) และจงถานหยวนซ่วยหรือนาจา (中壇元帥) ฝั่งเสือ (虎邊) ประดิษฐานจิ่วเทียนเหลยจู่ (九天雷祖) ส่วน วิหารรองฝั่งมังกรชั้น 1 (一樓龍邊側殿) ประดิษฐานเทียนซ่างเซิ่งหมู่หรือเจ้าแม่มาจู่ (天上聖母) เจ้าแม่กวนอิม (觀音菩薩) พระสังกัจจายน์ (彌勒佛) จู้เซิงเหนียงเหนียงหรือเจ้าแม่ประทานบุตร (註生娘娘) และสุดท้าย วิหารรองฝั่งเสือชั้น 1 (一樓虎邊側殿) ประดิษฐานกวนเซิ่งตี้จวินหรือเทพเจ้ากวนอู (關聖帝君) ฝูโย่วตี้จวิน (孚佑帝君) ซือมิ่งเจินจวิน (司命真君) ฝูเต๋อเจิ้งเสินหรือแป๊ะกง (福德正神) หู่เหยหรือเทพพยัคฆ์ (虎爺) หม่าเหยหรือเทพอาชา (馬爺) และทวยเทพอื่นๆ อีกมากมายครับ
โอ้โห เรียกได้ว่ามาที่ศาลเจ้าซงซานฟ่งเทียนกง (松山奉天宮) ที่เดียว ขอพรได้ครบจบทุกเรื่องเลยล่ะครับ! ใครที่มีโอกาสมาเที่ยวแถวๆ เขตซิ่นอี้ (信義區) อย่าลืมแวะไปสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลกันนะครับ (ภาพจากเว็บไซต์ศาลเจ้าฟ่งเทียนกง)

- ช่วงท้ายรายการวันนี้ ผมมีเกร็ดความรู้ที่มีประโยชน์มากๆ สำหรับการไปไหว้เจ้าตามศาลเจ้าในไต้หวันครับ เชื่อว่าหลายคนมีข้อสงสัยว่า "หลงเปียน (龍邊) หรือฝั่งมังกร สรุปแล้วคือ ซ้าย หรือ ขวา กันแน่?"
คำตอบที่ถูกต้องตามหลักสถาปัตยกรรมวัดจีนก็คือ "ฝั่งซ้าย" ครับ! แต่เรื่องนี้มีทริคนิดนึงครับคุณผู้ฟัง การกำหนดตำแหน่งซ้าย-ขวาของศาลเจ้าหรือวัดจีน เขาจะยึดจาก "มุมมองขององค์เทพประธาน (主神)" เป็นหลักครับ ให้เราจินตนาการว่าตัวเรายืนอยู่หน้าองค์เทพที่ประดิษฐานอยู่ตรงกลาง แล้วหันหน้ามองออกไปทางหน้าศาลเจ้า "ฝั่งซ้ายมือขององค์เทพ" จะเรียกว่า "ฝั่งมังกร (龍邊)" ส่วน "ฝั่งขวามือขององค์เทพ" จะเรียกว่า "ฝั่งเสือ (虎邊)" ตามหลักความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยที่ว่า "ซ้ายมังกรเขียว ขวาเสือขาว (左青龍、右白虎)" ครับ
ดังนั้น ในทางกลับกัน เวลาที่คุณผู้ฟังไปถึงวัดแล้วยืนหันหน้าเข้าหาวัด ฝั่งมังกร (龍邊) จะอยู่สลับมาอยู่ทาง "ขวามือ" ของเรา ส่วนฝั่งเสือ (虎邊) จะอยู่ทาง "ซ้ายมือ" ของเราครับ
และธรรมเนียมการเดินเข้าศาลเจ้าหรือวัดจีนที่ถูกต้องเพื่อความเป็นสิริมงคลก็คือ เราจะต้อง "เดินเข้าทางประตูด้านฝั่งมังกร (龍邊)" แล้วค่อย "เดินออกทางประตูด้านฝั่งเสือ (虎邊)" หรือที่คนไต้หวันมักจะท่องกันติดปากว่า "รู่หลงเหมิน ชูหู่โข่ว (入龍門,出虎口)" ซึ่งแฝงความหมายอันเป็นมงคลว่า เดินเข้าประตูมังกรเพื่อรับความโชคดี และเดินออกจากปากเสือเพื่อหนีรอดและปัดเป่าภัยอันตรายให้พ้นไปครับ ทีนี้ไปศาลเจ้าหรือวัดในไต้หวันคราวหน้า รับรองว่าเดินเข้าออกไม่ผิดประตูแน่นอนครับ!
สำหรับวันนี้เวลาของรายการ "อะไรๆ ในไต้หวัน (台灣泰好玩)" หมดลงแล้วครับ แล้วกลับมาพบกับผม "ธีระ หยาง (亓淞)" ได้ใหม่ในครั้งหน้า ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการท่องเที่ยวและไหว้พระขอพร สวัสดีครับ!