Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 1 ก.ย.2569

ไต้หวันใช้เวลา 10 ปี พัฒนา “ไถเจียว เบอร์ 9” กล้วยหอมสายพันธุ์ใหม่ ต้านโรคใบเหลือง อร่อย สวย ผลผลิตสูง ตอบโจทย์ตลาด(photo:Taiwan Banana Research Institute)
ไต้หวันใช้เวลา 10 ปี พัฒนา “ไถเจียว เบอร์ 9” กล้วยหอมสายพันธุ์ใหม่ ต้านโรคใบเหลือง อร่อย สวย ผลผลิตสูง ตอบโจทย์ตลาด(photo:Taiwan Banana Research Institute)

กล้วยเป็นผลไม้ที่คุ้นเคยสำหรับชาวไต้หวัน และในอดีตเคยเป็นสินค้าส่งออกสำคัญไปยังญี่ปุ่น สร้างรายได้และหล่อเลี้ยงชุมชนเกษตรกรรมในภาคใต้ของไต้หวันมาอย่างยาวนาน เบื้องหลังกล้วยเพียงหนึ่งเครือจึงไม่ได้มีแค่เรื่องของรสชาติหรือรูปลักษณ์ แต่ยังเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ตั้งแต่สายพันธุ์ ต้นกล้าพันธุ์ดี การควบคุมโรค ไปจนถึงการจัดการแปลงปลูก

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยและอุตสาหกรรมกล้วยของไต้หวันต้องต่อสู้กับศัตรูที่มองไม่เห็น โดยเฉพาะเชื้อโรคที่ซ่อนตัวอยู่ในดินและสามารถกำหนดชะตาของสวนกล้วยได้ สถาบันวิจัยกล้วยแห่งไต้หวันจึงเดินหน้าพัฒนาพันธุ์กล้วยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปรับปรุงพันธุ์ การผลิตต้นพันธุ์ปลอดโรค การวินิจฉัยโรค และการให้บริการด้านเทคนิคแก่เกษตรกร จนกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาอุตสาหกรรมกล้วยของไต้หวัน

หนึ่งในผลงานสำคัญคือ “ไถเจียว เบอร์ 9” (Tai-Chiao No. 9-台蕉9) ซึ่งใช้เวลาวิจัยและพัฒนานานถึง 10 ปี ก่อนจะได้รับการพัฒนาเป็นพันธุ์กล้วยคุณภาพดีที่มีความต้านทานต่อโรคใบเหลือง

โรคที่สร้างความกังวลให้กับทั้งเกษตรกรและนักวิจัยมาอย่างยาวนานคือ “โรคใบเหลืองกล้วย” หรือโรคเหี่ยวฟิวซาเรียม (Fusarium oxysporum f. sp. cubense: Foc) ซึ่งเกิดจากเชื้อราที่แพร่กระจายผ่านดิน เมื่อเชื้อเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูกแล้ว การกำจัดให้หมดไปในระยะเวลาอันสั้นทำได้ยาก และไม่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการใช้สารป้องกันกำจัดโรคเพียงครั้งเดียว ที่สำคัญคือเชื้อ Foc สายพันธุ์ TR4 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงและสร้างความท้าทายอย่างมากต่อการผลิตกล้วยกลุ่มคาเวนดิช (Cavendish) ทั่วโลก

อุตสาหกรรมกล้วยของไต้หวันพึ่งพากล้วยกลุ่มคาเวนดิชมายาวนาน โดยเฉพาะพันธุ์ “เป่ยเจียว”(北蕉) ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ผู้บริโภคคุ้นเคยทั้งในด้านรสชาติ รูปลักษณ์ และมาตรฐานทางการค้า อย่างไรก็ตาม เมื่อเผชิญกับเชื้อ Foc TR4 กล้วยพันธุ์เหล่านี้ก็มีความเสี่ยงต่อการติดโรคเช่นกัน หากแรงกดดันจากโรคในพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มสูงขึ้น แม้พันธุ์กล้วยจะมีคุณภาพและให้ผลผลิตดีในภาวะปกติ แต่ต้นกล้วยที่อ่อนแอต่อโรคก็อาจเหี่ยวตายและไม่สามารถให้ผลผลิตได้ตามปกติ ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกรและความมั่นคงในการจัดหากล้วยสู่ตลาด

ปัญหาโรคใบเหลืองจึงทำให้เป้าหมายของการปรับปรุงพันธุ์กล้วยเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่การคัดเลือกพันธุ์มักให้ความสำคัญกับรูปทรงผล รสชาติ ปริมาณผลผลิต และคุณสมบัติสำหรับการส่งออก ปัจจุบันนักวิจัยต้องนำ “ความต้านทานโรค” “ความแข็งแรงและความสม่ำเสมอของต้นพันธุ์” รวมถึง “ความสามารถในการปรับตัวในแปลงปลูก” มาพิจารณาร่วมกัน

ดังนั้น การพัฒนาพันธุ์ต้านทานโรคจึงกลายเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่หลายประเทศทั่วโลกให้ความสนใจในการรับมือกับโรคใบเหลือง กล่าวได้ว่า กล้วยพันธุ์ที่ดีในวันนี้ไม่ได้มีเพียงคุณสมบัติ “อร่อย สวย และให้ผลผลิตสูง” เท่านั้น แต่ต้องสามารถรักษาศักยภาพการผลิตไว้ได้แม้อยู่ภายใต้แรงกดดันจากโรค เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นให้กับอุตสาหกรรมกล้วยในระยะยาว

แม้กล้วยจะดูเป็นพืชที่ขยายพันธุ์ได้ง่าย แต่ในความเป็นจริงการปรับปรุงพันธุ์กล้วยไม่ใช่เรื่องง่าย กล้วยเชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่เป็นพืชสามชุดโครโมโซม (triploid) ทำให้ผลมีเมล็ดน้อยหรือแทบไม่มีเมล็ด จึงต้องอาศัยการขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศผ่านหน่อหรือการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเป็นหลัก ลักษณะดังกล่าวช่วยให้สามารถรักษาคุณสมบัติของพันธุ์ให้มีความสม่ำเสมอได้ดี แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้การผสมพันธุ์แบบดั้งเดิมทำได้ยาก

เมื่ออุตสาหกรรมต้องการพันธุ์กล้วยใหม่ที่มีทั้งความต้านทานโรค ให้ผลผลิตสม่ำเสมอ และตอบโจทย์ความต้องการของตลาด นักวิจัยจึงต้องอาศัยความแปรผันที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จากนั้นคัดเลือกต้นกล้าจำนวนมากและนำไปทดสอบในแปลงเป็นเวลาหลายปี เพื่อค้นหาวัสดุพันธุ์เพียงไม่กี่สายที่มีคุณสมบัติดีพอสำหรับนำไปใช้ประโยชน์จริง

จุดแข็งสำคัญของสถาบันวิจัยกล้วยแห่งไต้หวันที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน ก็คือระบบการวิจัยและการคัดเลือกพันธุ์ที่แม้จะใช้เวลานาน แต่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เริ่มตั้งแต่การอนุรักษ์เชื้อพันธุกรรม โดยรวบรวมและเก็บรักษากล้วยจากแหล่งต่าง ๆ ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมแตกต่างกัน เพื่อใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ในอนาคต จากนั้นจึงนำวัสดุพันธุ์เหล่านี้มาเพิ่มจำนวนผ่านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อให้ได้ต้นทดลองที่มีจำนวนเพียงพอและมีแหล่งกำเนิดเดียวกัน ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการคัดเลือก ตั้งแต่การทดสอบเชื้อในระยะต้นกล้า การสังเกตการเจริญเติบโตในโรงเรือนตาข่ายแบบแยกพื้นที่ ไปจนถึงการทดสอบในแปลงที่มีการระบาดของโรคใบเหลือง เพื่อค้นหาต้นกล้วยที่ยังสามารถเจริญเติบโตได้ภายใต้แรงกดดันจากโรค

      อย่างไรก็ตาม การพบว่าต้นใดต้นหนึ่งมีผลการทดลองที่ดีเพียงครั้งเดียว ยังไม่เพียงพอที่จะนำไปตั้งชื่อและพัฒนาเป็นพันธุ์ใหม่ ต้นที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องเข้าสู่การทดลองเปรียบเทียบสายพันธุ์เพิ่มเติม โดยพิจารณาทั้งลักษณะทรงต้น ผลผลิต รูปทรงและคุณภาพของผล ความต้านทานโรค ตลอดจนตรวจสอบว่าคุณสมบัติเหล่านี้มีความสม่ำเสมอและคงที่ในแต่ละปีหรือไม่

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解