Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Українська แผนผังเว็บไซต์

อย่างงี้คุณจะว่าไง วันเสาร์ที่ 19 ก.ย.2569

ล่าสุด Yuli ออกมาปฏิเสธข่าวลือด้วยตนเอง พร้อมยืนยันว่ายังคงเก็บรักษาทองคำที่ได้รับไว้เป็นตัวแทนความทรงจำและความผูกพันระหว่างกัน(ภาพจาก FB เฉินเย่ฟาง)
ล่าสุด Yuli ออกมาปฏิเสธข่าวลือด้วยตนเอง พร้อมยืนยันว่ายังคงเก็บรักษาทองคำที่ได้รับไว้เป็นตัวแทนความทรงจำและความผูกพันระหว่างกัน(ภาพจาก FB เฉินเย่ฟาง)

เจ้านายไต้หวันทิ้งมรดก 4 ล้านเหรียญไต้หวันให้ผู้ดูแล 8 ปีเสมือน “พ่อลูก” ก่อนมีข่าวเงินหมด เจ้าตัวโผล่แจง “ฉันยังอยู่ดีที่อินโดฯ

เรื่องราวของ Yuli ผู้ดูแลชาวอินโดนีเซีย กับ เฉินซงหย่ง (陳松勇) นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากรางวัลม้าทองคำของไต้หวัน เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สะท้อนให้เห็นว่า “การได้รับเงินก้อนใหญ่” อาจเปลี่ยนชีวิตคนได้ในพริบตา แต่สิ่งที่ยากกว่านั้นคือการบริหารเงินก้อนนั้นให้อยู่รอดและสร้างความมั่นคงไปได้ตลอดชีวิต

เฉินซงหย่งเสียชีวิตด้วยภาวะไตวายในปี 2021 ขณะอายุ 80 ปี ช่วงบั้นปลายชีวิต เขามี Yuli คอยดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นเวลาหลายปี จากความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความผูกพันเสมือนคนในครอบครัว จนก่อนเสียชีวิต เฉินซงหย่งได้จัดสรรมรดกประมาณ 1 พันล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย หรือราว 4 ล้านเหรียญไต้หวัน ตามอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้นให้ Yuli เพื่อเป็นหลักประกันให้เธอกลับไปใช้ชีวิตที่อินโดนีเซียอย่างมั่นคง

ความเมตตาของ “หย่งป๋อ” ที่ Yuli เรียกเฉินซงหย่งด้วยความสนิทสนม ไม่ได้มีเพียงมรดกก้อนใหญ่เท่านั้น ตลอดเวลาที่เธอทำงานดูแลเขา เฉินซงหย่งยังจ่ายค่าจ้างให้เธอในอัตราสูงกว่าปกติถึงประมาณสองเท่า และโบนัสช่วงปลายปียังมอบเป็นทองคำแท่งอีกด้วย หลังจากดูแลกันมานานหลายปีและเฉินซงหย่งไม่มีภรรยาหรือบุตร น้องชายของเขาจึงตัดสินใจมอบเงินก้อนดังกล่าวให้ Yuli เพื่อเป็นการตอบแทนความทุ่มเทและความเอาใจใส่ที่เธอมอบให้พี่ชายมาตลอดหลายปี

เงินจำนวนนี้จึงไม่ใช่เพียง “มรดก” แต่เป็นเสมือนของขวัญชิ้นสุดท้ายจากเจ้านายผู้มีน้ำใจ ซึ่งต้องการให้คนที่เคยอยู่เคียงข้างเขาในช่วงสุดท้ายของชีวิต มีโอกาสกลับบ้านเกิดและใช้ชีวิตอย่างไม่ลำบาก

หลังได้รับเงิน Yuli ตั้งใจว่าจะกลับไปใช้ชีวิตที่อินโดนีเซียอย่างสบาย และไม่ต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศอีก เธอนำเงินส่วนหนึ่งไปซื้อบ้านให้ครอบครัว โดยเฉพาะแม่ที่ต้องการปรับปรุงบ้านเก่า จากนั้นยังซื้ออสังหาริมทรัพย์อีกแห่งตามคำแนะนำของเพื่อน โดยหวังนำไปปล่อยเช่าเพื่อสร้างรายได้ประจำและเป็นหลักประกันในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ชีวิตหลังได้รับเงินก้อนใหญ่ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด มีรายงานก่อนหน้านี้ว่า Yuli ใช้เงินมรดกไปจนเกือบหมดภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ก่อนจะมีภาระหนี้สินตามมา จนต้องทยอยขายทรัพย์สินและกลับมาทำงานเป็นผู้ดูแลในไต้หวันอีกครั้ง เรื่องดังกล่าวกลายเป็นข่าวที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าเงินจำนวนมหาศาลสามารถหมดลงได้อย่างรวดเร็วเพียงใด หากไม่มีประสบการณ์ในการบริหารทรัพย์สิน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้จำเป็นต้องแยกออกจากข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ เพราะข้อมูลเรื่อง Yuli ใช้มรดกจนหมดภายในปีเดียว ก่อนหน้านี้มีต้นทางสำคัญจากโพสต์ในกลุ่มชาวอินโดนีเซียบนโลกออนไลน์ และไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ ขณะที่ เฉินเหวยฮั่น (陳韋翰) เพื่อนสนิทและผู้จัดการมรดกของเฉินซงหย่ง เคยให้ข้อมูลว่า Yuli ยังคงมีทรัพย์สินอยู่ในอินโดนีเซีย ทั้งร้านค้าขนาดค่อนข้างใหญ่และที่ดินบางส่วน

ล่าสุด Yuli ยังออกมาปฏิเสธข่าวลือด้วยตัวเอง หลังเฉินเย่ฟาง(陳業芳) นักเขียนชื่อดังชาวอินโด และเป็นผู้ตั้งฐานในไต้หวันด้วย ได้เผยแพร่ภาพวิดีโอคอลกับเธอผ่านเฟซบุ๊ก Yuli ยืนยันว่าเธอยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่อินโดนีเซียเป็นอย่างดี พร้อมพาชมกิจการร้านค้าที่เธอดำเนินงานอยู่ จนเฉินเย่ฟางถึงกับพูดว่า “ร้านใหญ่มากเลยนะ นี่ไม่ใช่ร้านโชห่วยแล้ว!”

Yuli ยังแสดงสร้อยคอทองคำและแหวนทองที่สวมอยู่ พร้อมบอกว่าสิ่งของเหล่านี้เป็นของขวัญที่เฉินซงหย่งมอบให้ เธอย้ำว่า “ฉันอยู่ที่อินโดนีเซียสบายดี ไม่ได้เป็นอะไรเลย” พร้อมระบุว่าทั้งเพื่อนของเธอและเพื่อนของเฉินซงหย่งต่างไม่เชื่อข่าวที่ถูกนำเสนอออกมา

ปัจจุบัน Yuli ไม่ได้มีเพียงรายได้จากร้านค้าเท่านั้น แต่ยังมีรายได้จากการปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ และในเวลาว่างยังทำคุกกี้ออกจำหน่าย เธอบอกว่าไม่ได้ทำเพราะขาดแคลนเงิน แต่เพียงต้องการหาอะไรทำและใช้ชีวิตให้มีคุณค่า

แม้ข้อเท็จจริงเรื่องสถานะทางการเงินของ Yuli จะยังมีรายละเอียดที่แตกต่างกันระหว่างรายงานแต่ละแหล่ง แต่เรื่องราวนี้กลับให้ข้อคิดสำคัญกว่าตัวเลขในบัญชี นั่นคือ เงินก้อนใหญ่ไม่ได้รับประกันความมั่นคง หากเจ้าของเงินไม่รู้จักบริหารจัดการ

บทเรียนเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับ Yuli เท่านั้น ในต่างประเทศก็มีตัวอย่างผู้ที่ร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็วจากการถูกลอตเตอรี่ แต่สุดท้ายกลับสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมหาศาล เพราะขาดการวางแผนทางการเงินและการควบคุมการใช้จ่าย สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า “รวยเร็ว” อาจเกิดขึ้นได้ในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน แต่ “รักษาความรวย” ต้องอาศัยทั้งวินัย ความรู้ และการตัดสินใจอย่างรอบคอบ

เรื่องของ Yuli จึงไม่ควรถูกมองเพียงว่าเป็นข่าวของหญิงชาวอินโดนีเซียที่ได้รับมรดกจากเจ้านายชาวไต้หวัน หากยังเป็นเรื่องราวของ น้ำใจและความผูกพันระหว่างคนสองคน เฉินซงหย่งเลือกตอบแทนผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูแลเขาในช่วงสุดท้ายของชีวิต ด้วยทรัพย์สินก้อนใหญ่ที่เขาหวังว่าจะช่วยให้เธอมีชีวิตที่ดีขึ้น ขณะที่ Yuli เองก็ยังเก็บรักษาทองคำที่เขามอบให้ไว้เป็นเสมือนตัวแทนของความทรงจำและความผูกพันระหว่างกัน

ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่เรื่องนี้เตือนใจเราอาจไม่ใช่เพียงว่า “อย่าใช้เงินจนหมด” แต่คือ เมื่อได้รับโอกาสทางการเงินครั้งใหญ่ ต้องรู้จักเปลี่ยนเงินก้อนนั้นให้กลายเป็นความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งเงินเก็บ ลงทุนในทรัพย์สินที่สร้างรายได้ วางแผนค่าใช้จ่าย หรือกันเงินสำรองไว้สำหรับอนาคต เพราะเงินที่ได้มาอย่างรวดเร็ว หากบริหารไม่เป็น ก็สามารถหายไปได้รวดเร็วไม่แพ้กัน

     เพราะความมั่งคั่งที่แท้จริง ไม่ได้วัดจากจำนวนเงินที่เราเคยมี แต่คือความสามารถในการทำให้เงินที่มีอยู่ สร้างประโยชน์และอยู่กับเราได้นานที่สุด

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解
00:00
00:00
0.5x 1x 1.5x 2x