สโมสรผู้ฟังสัปดาห์นี้จะพามาเจาะลึกเทรนด์การท่องเที่ยวไต้หวันของนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงพฤติกรรมการใช้จ่าย จุดหมายยอดฮิต และจุดหมายสุดประทับใจที่สุด ซึ่งเป็นการสะท้อนภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
โดยในปี ค.ศ. 2025 ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวไต้หวันขยายตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนไต้หวันรวม 8,574,547 คนครั้ง เติบโตขึ้น 9.12% เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2567 มูลค่าการท่องเที่ยวรวม (ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ) แตะ 11,033 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.02% จากปีก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อวันอยู่ที่ 185.14 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.26% ระยะเวลาพำนักอาศัย เฉลี่ย 6.95 คืน และมีระดับความพึงพอใจสูงถึง 99% นอกจากนี้ยังมีอัตราการกลับมาเที่ยวซ้ำในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาสูงถึง 42.25% ด้วย ทั้งนี้นักท่องเที่ยวกลุ่มที่มาเพื่อวัตถุประสงค์คือการพักผ่อนหย่อนใจและความบันเทิงยังคงเป็นฐานหลัก ขณะที่กลุ่มมาร่วมงานประชุม งานจัดแสดงสินค้า (MICE) และติดต่อธุรกิจ แม้จะมีสัดส่วนน้อยกว่า แต่ก็มีอัตราการใช้จ่ายสูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งมีส่วนสำคัญในการยกระดับมูลค่าทางเศรษฐกิจท่องเที่ยวของไต้หวัน

และเมื่อพิจารณาตามกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนไต้หวัน จะพบว่า กลุ่มประเทศนโยบายมุ่งใต้ใหม่ (รวมถึงไทย) ครองอันดับ 1 ในแง่จำนวนนักท่องเที่ยวรวมกว่า 2.57 ล้านคนครั้ง สร้างรายได้รวมให้ไต้หวันสูงสุดถึง 3,725 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกาครองแชมป์การใช้จ่ายต่อคนต่อวันสูงสุดที่ 242.84 ดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาคือ เกาหลีใต้ 206.41 ดอลลาร์สหรัฐ, ยุโรป 203.67 ดอลลาร์สหรัฐ และญี่ปุ่น 195.98 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหากจำแนกโครงสร้างค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะพบว่าหมดไปกับ 3 หมวดหลัก ได้แก่ ค่าที่พักคิดเป็น 41.82% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด รองลงมาคือ ค่าอาหาร 21.17% และค่าช้อปปิ้ง 18.32%
ส่วนสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวไปเยือนมากที่สุด ได้แก่ ตลาดกลางคืน (Night Market), ตึกไทเป 101 (Taipei 101), ซีเหมินติง (Ximending / Red House), อนุสรณ์สถานเจียงไคเชก (Chiang Kai-shek Memorial Hall), จิ่วเฟิ่น (Jiufen), ย่านการค้าซิ่นอี้ (Xinyi Shopping District), ผิงซี (Pingxi), ย่านการค้าสถานีจงซาน (Zhongshan Shopping District) วัดหลงซาน (Lungshan Temple) และท่าเรือต้าเต้าเฉิง (Dadaocheng) ตามลำดับ
ขณะที่สถานที่ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติประทับใจมากที่สุด ได้แก่ ทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun Moon Lake), จิ่วเฟิ่น (Jiufen), ศูนย์ศิลปะ Pier-2 Art Center - เกาสง, ตั้นสุ่ย (Tamsui), อุทยานแห่งชาติหยางหมิงซาน (Yangmingshan), อุทยานธรณีเย่หลิว (Yehliu), พิพิธภัณฑ์กู้กง (National Palace Museum), ผิงซี (Pingxi), เป่ยโถว (Beitou) และตึกไทเป 101 (Taipei 101) ตามลำดับ
ประเด็นต่อมาจะพาไปเที่ยวชมทะเลดอกไม้สีทองหรือทุ่งดอกไม้จีนบริเวณเมืองฮัวเหลียน-ไถตง เพราะเมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนของทุกปี ดอกไม้จีนบนพื้นที่ภูเขาทางภาคตะวันออกของไต้หวันจะทยอยผลิบาน ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้เดินทางมาชมความงดงาม ถ่ายภาพ และสัมผัสบรรยากาศช่วงปลายฤดูร้อนที่กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ต้นฤดูใบไม้ร่วง สำนักงานภาคตะวันออก กรมการเกษตรและอาหาร กระทรวงเกษตรไต้หวัน เชิญชวนประชาชนเดินทางมาสัมผัสความงดงามของดอกไม้จีน พร้อมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดอกไม้จีนคุณภาพดีที่ผลิตในไต้หวันและผ่านมาตรฐานความปลอดภัย ตลอดจนลิ้มลองอาหารท้องถิ่นสดใหม่จากแหล่งผลิต
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนไปชมดอกไม้จีนในปีนี้ มี 3 จุดชมวิวสำคัญที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ อันดับ 1 ภูเขาลิ่วสือสือซาน (六十石山) เมืองฮัวเหลียน โดยดอกไม้จะบานตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมไปจนถึงปลายเดือนกันยายน ภูมิประเทศเป็นเนินเขาสลับซับซ้อนทอดยาวไปตามหุบเขาฮัวเหลียนไถตง ทำให้สามารถชมทุ่งดอกไม้ได้แบบกว้างไกลสุดสายตา ซึ่งจุดถ่ายภาพยอดนิยม ได้แก่ “ศาลาชมวิวเสี่ยวรุ่ยซื่อ” (小瑞士觀景台) หรือ “สวิสเซอร์แลนด์น้อย” และ “ศาลาว่างโยว” (忘憂亭) ซึ่งนักท่องเที่ยวและช่างภาพนิยมเดินทางไปเฝ้ารอชมปรากฏการณ์ “แสงสวรรค์” หรือลำแสงที่ส่องผ่านก้อนเมฆลงมายังทุ่งดอกไม้ สร้างบรรยากาศสุดโรแมนติกและเป็นภาพที่ช่างภาพจำนวนมากใฝ่ฝัน การเดินทางสามารถนั่งรถไฟไปลงที่สถานีฟู่หลี่ จากนั้นแนะนำให้จองรถรับส่งของสหกรณ์การเกษตรตำบลฟู่หลี่ หรือเช่ารถขับขึ้นไปเอง อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบมาตรการควบคุมการจราจรก่อนเดินทาง เนื่องจากอาจมีการจำกัดเส้นทางและไม่อนุญาตให้รถบัสขึ้นพื้นที่ภูเขาในช่วงเทศกาล
อันดับ 2 ภูเขาจินเจินซาน (太麻里金針山) ตำบลไท่หมาหลี่ เมืองไถตง โดยดอกไม้จะทยอยบานตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมไปจนถึงต้นเดือนตุลาคม จุดเด่นคือสามารถชมทั้งวิวภูเขาและมหาสมุทรแปซิฟิกได้พร้อมกัน จากจุดชมวิวบนพื้นที่สูงจะเห็นทุ่งดอกไม้สีเหลืองทองตัดกับทะเลสีคราม เป็นภาพที่สวยงามเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีบริการ “รถชมดอกไม้” ระหว่างวันที่ 10 สิงหาคมถึง 13 กันยายน พ.ศ. 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว การเดินทางสามารถนั่งรถไฟไปลงที่สถานีไท่หมาหลี่ แล้วต่อรถชมดอกไม้หรือรถรับส่งของตำบลไท่หมาหลี่
อันดับ 3 ภูเขาฉื้อเคอซาน (赤科山) เมืองฮัวเหลียน โดยดอกไม้จีนจะบานตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมไปจนถึงปลายเดือนกันยายน ซึ่งไฮไลต์ของปีนี้คือการร่วมมือกับตัวการ์ตูนชื่อดัง “Kanahei's Small Animals” พร้อมติดตั้งบอลลูนกระต่ายสีชมพูขนาดใหญ่ที่ฟาร์มชาต้าสือ (大石茶園) ซึ่งกลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม นอกจากนี้ยังมี “3 จุดชมวิวแห่งภูเขาฉื้อเคอ” ได้แก่ หินเต่าพันตัน บ้านโบราณตระกูลวาง และหินยักษ์ 3 ก้อน โดยบริเวณบ้านโบราณตระกูลวาง นักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้านและชมการตากดอกไม้จีนแบบดั้งเดิมได้อีกด้วย วิธีการเดินทางแนะนำให้เช่ารถจากสถานีรถไฟอวี้หลี่ หรือใช้บริการรถรับส่งท้องถิ่น เนื่องจากในช่วงเทศกาลมีมาตรการควบคุมการจราจรบนพื้นที่ภูเขา
ทั้งนี้ผู้ที่ต้องการเดินทางไปชมทะเลดอกไม้ควรตรวจสอบสถานการณ์การบานของดอกไม้ก่อนออกเดินทาง เนื่องจากสภาพอากาศมีผลโดยตรงต่อช่วงเวลาที่ดอกไม้ผลิบาน รวมถึงตรวจสอบข้อมูลการจราจรและเส้นทางการเดินทางล่าสุด เพราะพื้นที่ชมดอกไม้บนภูเขามักมีมาตรการควบคุมการจราจรในช่วงเทศกาล