สวัสดีครับแฟนกีฬาทุกท่าน ขอต้อนรับเข้าสู่รายการ "เจาะลึกกีฬาโลก" (體育世界) ประจำสัปดาห์นี้ (2026-09-10) ยังคงอยู่กับผม ธีระ หยาง (亓淞) ที่รับหน้าที่ดำเนินรายการอัปเดตข่าวสารความเคลื่อนไหวในวงการกีฬาทั่วโลกให้ฟังกันแบบเจาะลึกครับ
- เปิดฉากกันที่ศึกเทนนิสแกรนด์สแลมสุดท้ายของปี อย่าง ยูเอส โอเพ่น ในประเภทหญิงคู่รอบแรกที่เริ่มเปิดฉากความดุเดือดขึ้นแล้ว โดยทางด้านนักหวดสาวเจ้าของฉายา "ปืนใหญ่จิ๋ว" เหลียงเอินซั่ว ลงประเดิมสนามเป็นคนแรก โดยเธอ จับคู่กับนักเทนนิสฝีมือเก๋าชาวญี่ปุ่นอย่าง อาโอยามะ ชูโกะ ซึ่งถูกยกให้เป็นคู่มือวางอันดับ 11 ของรายการ ลงสนามพบกับ อินกริด นีล จากเอสโตเนีย และ จูเลียนา โอลมอส จากเม็กซิโก สำหรับผลงานในปีนี้ของ เหลียงเอินซั่วกับ อาโอยามะ ชูโกะ ต้องบอกว่าโดดเด่นอย่างมากในเวทีแกรนด์สแลม เพราะสามารถทะลุเข้าไปถึงรอบ 4 ทีมสุดท้าย หรือรอบรองชนะเลิศ ได้ทั้งในศึก เฟรนช์ โอเพ่น และ วิมเบิลดัน ที่ผ่านมา ทำให้แฟนๆ ต่างลุ้นกันว่าในศึกยูเอส โอเพ่น ครั้งนี้ ทั้งคู่จะสร้างปรากฏการณ์ม้ามืดได้อีกครั้งหรือไม่
ทว่าในแมตช์นี้ ทั้งคู่กลับออกสตาร์ทเกมได้ค่อนข้างช้า โดนคู่แข่งชิงจังหวะบุกต้อนเก็บไปก่อน 3 เกมรวดตั้งแต่เปิดเซตแรก แถมยังมาเสียเกมเสิร์ฟเป็นครั้งที่สองในเกมที่ 6 ทำให้พ่ายไปก่อนในเซตแรกด้วยสกอร์ 1:6 เข้าสู่เซตที่สอง แม้ว่าจะถูกเบรกเกมเสิร์ฟไปก่อนในเกมที่ 3 แต่คู่ของเหลียงเอินซั่วก็ยังฮึดสู้วางบอลเอาคืนเบรกเกมเสิร์ฟในเกมที่ 4 ทวงสกอร์กลับมาเสมอได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ในเกมที่ 9 ซึ่งเป็นเกมเสิร์ฟนัดสำคัญ ทั้งคู่กลับพลาดท่าเสียเกมเสิร์ฟไปอีกครั้ง ส่งผลให้พ่ายไปในเซตที่สอง 4:6 สรุปผลการแข่งขัน เหลียงเอินซั่ว และ อาโอยามะ ชูโกะ พ่ายไป 0:2 เซต ยุติเส้นทางในศึกยูเอส โอเพ่น ปีนี้ไว้เพียงแค่รอบแรก พลาดโอกาสสร้างประวัติศาสตร์เป็นม้ามืดทะลุเข้ารอบลึก 3 แกรนด์สแลมติดต่อกันอย่างน่าเสียดายครับ
ส่วนคู่ที่ทุกคนจับตามองเป็นพิเศษ นั่นก็คือคู่ของ จันเฮ่าฉิง ที่จับคู่กับ มายา จอยน์ต จากออสเตรเลีย ซึ่งจับสลากมาเจองานหินตั้งแต่รอบแรก โดยต้องโคจรมาพบกับตำนานอย่าง สองพี่น้องวิลเลียมส์ นั่นคือ วีนัส วิลเลียมส์ และ เซเรนา วิลเลียมส์ สองพี่น้องอดีตมือหนึ่งของโลกชาวอเมริกันครับ ลองจินตนาการดูนะครับคุณผู้ฟัง การต้องลงเล่นในเซ็นเตอร์คอร์ต ที่เต็มไปด้วยแฟนเทนนิสชาวอเมริกันที่ส่งเสียงเชียร์ฮีโร่ของพวกเขากระหึ่มสนาม มันคือความกดดันมหาศาลขนาดไหน ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว จานเฮ่าฉิง ต้องกระเด็นตกรอบแรกในศึกยูเอสโอเพนไปอย่างน่าเสียดาย แต่ปีนี้เธอเปลี่ยนพาร์ทเนอร์มาจับคู่กับมายา จอยน์ต และฟ้าก็ลิขิตให้พวกเธอต้องเจอบททดสอบสุดหินตั้งแต่รอบแรกเลยทีเดียว
เรามาเจาะลึกรูปเกมกันดีกว่าครับคุณผู้ฟัง แมตช์นี้ไม่ได้จบลงง่ายๆ แต่เป็นการต่อสู้กันยาวนานถึง 3 เซ็ต เริ่มต้นในเซ็ตแรก จันเฮ่าฉิง และ มายา จอยน์ตไม่แสดงอาการตื่นสนามให้เห็นเลยครับ พวกเธอเล่นด้วยความมั่นใจและดุดันมาก สามารถเบรกเสิร์ฟสองพี่น้องวิลเลียมส์ได้ตั้งแต่เกมที่ 4 ขึ้นนำไปก่อน 3-1 เกม จากนั้นก็ยังคงรักษามาตรฐานการเล่นที่ยอดเยี่ยมเอาไว้ได้ ก่อนจะจัดการเบรกเสิร์ฟได้อีกครั้งในเกมที่ 8 ปิดเซ็ตแรกไปได้อย่างสวยงามด้วยสกอร์ 6-3
แต่ระดับตำนานอย่างคู่พี่น้องวิลเลียมส์ มีหรือจะยอมจำนนง่ายๆ เข้าสู่เซ็ตที่สอง รูปเกมเปลี่ยนไปเป็นการดวลกันอย่างดุเดือด ทั้งสองฝั่งต่างงัดฟอร์มเก่งออกมาเพื่อรักษาเกมเสิร์ฟของตัวเอง ในช่วงเกมที่ 5 และเกมที่ 7 จันเฮ่าฉิง และ มายา จอยน์ตสร้างโอกาสทองได้ถึง 4 เบรกพอยต์ครับคุณผู้ฟัง! แต่ประสบการณ์อันโชกโชนของสองพี่น้องวิลเลียมส์ก็ช่วยให้พวกเธอเซฟวิกฤตเอาไว้ได้ทั้งหมด ความตื่นเต้นมาถึงขีดสุดในเกมที่ 10 ของเซ็ตที่สอง เมื่อคู่ของจานฮ่าวฉิงตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก โดนคู่พี่น้องวิลเลียมส์กดดันจนได้ถึง 2 เซ็ตพอยต์ แต่ด้วยความนิ่งและหัวจิตหัวใจที่แข็งแกร่ง จานฮ่าวฉิงและพาร์ทเนอร์ก็สามารถเซฟเซ็ตพอยต์และเอาตัวรอดมาได้สำเร็จ ตีเสมอเป็น 5-5 เกม ก่อนที่ทั้งสองคู่จะต้องไปตัดสินกันในไทเบรก ซึ่งในจุดนี้ล่ะครับที่ความเก๋าของ วีนัส และ เซเรนา ทำงาน พวกเธอเบียดเอาชนะไทเบรกไปได้ 8-6 ทำให้จบเซ็ตสอง พี่น้องวิลเลียมส์เอาชนะไป 7-6 ตีเสมอเป็น 1-1 เซ็ตได้สำเร็จ
และถ้าคุณคิดว่าเซ็ตที่สองบีบหัวใจแล้ว เซ็ตตัดสินคือ "หนังระทึกขวัญ" ของจริงครับ! ในเซ็ตที่สาม ทั้งสองคู่ยังคงสู้กันชนิดที่ว่าไม่มีใครยอมใคร เพราะต้องตัดสินกันในระบบ "ซูเปอร์ไทเบรก 10 คะแนน" ซึ่งใครทำได้ 10 คะแนนก่อน ก็จะเป็นผู้ชนะไปเลย และช่วงเปิดหัวของซูเปอร์ไทเบรกนี่แหละครับที่ทำเอาแฟนๆ ชาวไต้หวันแทบหยุดหายใจ! สองพี่น้องวิลเลียมส์อาศัยเสียงเชียร์กระหึ่มจากแฟนๆ เจ้าถิ่น เปิดฉากโจมตีอย่างหนักหน่วงจนขึ้นนำไปไกลถึง 5-0 คะแนน! ลองคิดดูนะครับ ตามหลัง 0-5 ในซูเปอร์ไทเบรกต่อหน้าตำนานเจ้าถิ่น โอกาสพลิกกลับมาแทบจะเป็นศูนย์ แต่กีฬาลูกสักหลาดอะไรก็เกิดขึ้นได้ตราบใดที่แต้มสุดท้ายยังไม่จบ จันเฮ่าฉิง และ มายา จอยน์ตแสดงให้เห็นถึง "ความอึด" และ "สปิริตนักสู้" ที่ยอดเยี่ยมที่สุด พวกเธอค่อยๆ ดึงสติ กลับมาโฟกัสทีละแต้มๆ และทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด นั่นคือการรันแต้มคืนเป็นชุดมโหฬาร! จากตามหลัง 0-5 พวกเธอกดดันจนคู่พี่น้องวิลเลียมส์เล่นผิดพลาด และสร้างรันทำคะแนนอัดคืนถึง 7-1 แต้มในช่วงท้าย ก่อนจะพลิกนรกกลับมาเอาชนะไปได้อย่างปาฏิหาริย์ 10-7!
สรุปผลการแข่งขัน จันเฮ่าฉิง และ มายา จอยน์ตเฉือนชนะ วีนัส และ เซเรนา วิลเลียมส์ ไปอย่างสุดมันส์ 2-1 เซ็ต ด้วยสกอร์ 6-3, 6-7 (ไทเบรก 6-8) และ 7-6 (ซูเปอร์ไทเบรก 10-7) ตอกบัตรผ่านเข้าสู่รอบสองหญิงคู่ได้สำเร็จ พร้อมกับส่งสองพี่น้องตำนานเจ้าถิ่นตกรอบแรกไปอย่างเจ็บปวด
หลังจบการแข่งขันที่กินเวลายาวนานและใช้พลังงานมหาศาล จันเฮ่าฉิง ได้ให้สัมภาษณ์สื่อด้วยความตื้นตันใจครับ เธอเปิดเผยว่า การได้กลับมาเหยียบสังเวียน เซ็นเตอร์คอร์ต หรือ อาร์เธอร์ แอช สเตเดียม ของศึกยูเอสโอเพนอีกครั้งในรอบ 7 ปี ถือเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ และมีความหมายกับเธอมาก
จานฮ่าวฉิง กล่าวเอาไว้แบบนี้ครับว่า "การได้มีโอกาสลงดวลแร็กเกตกับผู้เล่นที่มีอิทธิพลลึกซึ้งที่สุดสองคนในประวัติศาสตร์วงการเทนนิสโลก ถือเป็นเกียรติอันสูงสุดในชีวิตนักกีฬาของฉันเลยค่ะ ฉันดีใจมากๆ และต้องขอขอบคุณ มายา จอยต์ พาร์ทเนอร์ของฉัน ที่เราสามารถยืนหยัดต่อสู้กับความกดดันมหาศาลในช่วงเวลาสำคัญวิกฤติต่างๆ ด้วยกัน จนทำให้เราคว้าชัยชนะในแมตช์นี้มาได้"
ที่น่าสนใจคือ จันเฮ่าฉิง ยังได้พูดถึงบรรยากาศในสนามด้วยครับ คุณผู้ฟังต้องเข้าใจว่าการแข่งกับคนอเมริกันในอเมริกา แฟนๆ ย่อมเทใจเชียร์ฝั่งตรงข้ามแบบ 100% เธอได้กล่าวขอบคุณทีมงาน โค้ช และครอบครัวของเธอที่ตามมาเชียร์ติดขอบสนาม โดยบอกว่า "ภายใต้บรรยากาศที่กดดันแบบนั้น การสนับสนุนจากทีมงานและครอบครัวคือพลังที่ทำให้ฉันสามารถต่อกรกับแฟนเทนนิสชาวอเมริกันทั้งสนามได้ ฉันอยากจะขอบคุณพวกเขาทุกคนจากใจจริง รวมถึงเพื่อนๆ และแฟนๆ ทุกคนที่คอยสนับสนุนฉันมาตลอด นี่คือค่ำคืนที่ฉันจะไม่มีวันลืมเลยล่ะค่ะ และหวังว่าการแข่งขันในรอบต่อๆ ไป เราจะยังคงทำผลงานได้ราบรื่นแบบนี้ต่อไป" (ภาพจาก AP)

- ช่วงที่สองของรายการไปติดตามการแข่งขันแบดมินตันรายการ ไชน่า มาสเตอร์ส 2026 รายการระดับเวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 750 ชิงเงินรางวัลรวม 1.25 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณเกือบ 42 ล้านบาท ที่เมืองเซินเจิ้น ของจีนแผ่นดินใหญ่ เริ่มต้นกันที่ประเภทคู่ผสม รอบก่อนรองชนะเลิศกันก่อนเลยครับ รายการนี้ทัพนักกีฬาไต้หวันทำผลงานได้โดดเด่นมาก ส่งเข้าประกวด 5 คู่ และสามารถทะลุเข้ามาถึงรอบ 8 คู่สุดท้าย ได้ถึง 3 คู่ด้วยกันครับ แต่ทว่าการแข่งขันในรอบนี้ดูจะไม่ใช่วันของไต้หวันสักเท่าไหร่ คู่แรกที่ลงสนามคือ หลิวกว่างเหิง และ สวีอิ่นฮุ่ย โคจรมาพบกับคู่แข่งจากมาเลเซีย สวี่ปังหรง และ ไล่เพ่ยจวิน ในเกมแรกสู้กันได้สูสีคู่คี่ ก่อนที่คู่ไต้หวันจะพ่ายไปอย่างหวุดหวิดในช่วงดิวซ์ด้วยคะแนน 22-24 และพอเข้าเกมที่สอง โมเมนตัมกลับเหวี่ยงไปทางฝั่งมาเลเซียเต็มๆ ทำให้คู่ของไต้หวันต้องพ่ายไปอีกด้วยสกอร์ห่างถึง 5-21 ครับ
ถัดมาคู่ที่สอง หลี่เจียซิน ที่จับคู่กับ อู๋กว้านซวิน ลงดวลกับคู่เจ้าถิ่น จูอีจวิน และ หลี่เชี่ยนคู่นี้ก็มีบทสรุปคล้ายคลึงกันครับ เกมแรกยื้อกันจนถึงช่วงดิวซ์ แต่แพ้ไป 22-24 ก่อนที่เกมที่สองจะโดนทิ้งห่างและพ่ายไป 12-21 พลาดตั๋วเข้ารอบตัดเชือกไปอีกคู่ ส่วนความหวังสุดท้ายในประเภทคู่ผสมตกเป็นของ เย่หงเว่ย (ขวา) และ จันยิ่วเจิน (ซ้าย) ที่ต้องเจอกับ "กระดูกชิ้นโต" อย่างคู่มือวางอันดับ 1 ของรายการจากจีนแผ่นดินใหญ่ คือ เฝิงเยี่ยนเจ๋อ และ หวงตงผิง คู่นี้สถิติที่ผ่านมาเจอกัน 3 ครั้ง คู่ไต้หวันของเรายังไม่เคยเอาชนะได้เลย แถมยังไม่เคยได้เกมจากคู่แข่งด้วยครับ เปิดมาเกมแรก คู่เจ้าถิ่นก็โชว์ฟอร์มสมราคา รันแต้ม 5-0 ตั้งแต่ต้นเกมและเอาชนะไปก่อน 21-10 แต่คู่ของเย่และจันก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ครับ พวกเขาฮึดสู้และแสดงความเหนียวแน่นออกมาในเกมที่สอง จนสามารถเอาชนะคืนได้ 21-15 ตีเสมอเป็น 1-1 เกม! ทว่าในเซ็ตตัดสิน คู่มือ 1 จากจีนแผ่นดินใหญ่ก็เร่งเครื่องกลับมาได้อีกครั้ง ในช่วงท้ายเกมที่สกอร์ 19-11 จันยิ่วเจินรับลูกเสิร์ฟติดเน็ต ทำให้คู่จีนได้ไปถึง 9 แมตช์พอยต์ ก่อนที่เฝิงเยี่ยนเจ๋อจะหยอดหน้าเน็ตปิดเกมไปได้ 21-12 ส่งผลให้ทัพคู่ผสมของไต้หวันยุติเส้นทางไว้ที่รอบ 8 คู่สุดท้ายทั้งหมด มาถึงช่วงค่ำของวันเดียวกัน ความหวังเดียวและลุ้นสุดท้ายของนักกีฬาไต้หวันอยู่ที่ประเภทหญิงคู่ครับ โดย สวีอิ่นฮุ่ย ที่เพิ่งลงแข่งคู่ผสมไปตอนเช้า ต้องกลับมาผนึกกำลังกับ หลินจืออวิ๋น ลงสนามรอบ 8 คู่สุดท้ายพบกับคู่มือวางอันดับ 4 ของรายการอย่าง เจี่ยอีฝาน และ จางสูเสียน จากจีนแผ่นดินใหญ่ สถิติการพบกันสองครั้งก่อนหน้านี้คู่ไต้หวันพ่ายมาตลอด แมตช์นี้ก็ยังคงเป็นงานที่ยากลำบากครับ สวีอิ่นฮุ่ยและหลินจืออวิ๋นพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็ไม่สามารถต้านทานความแข็งแกร่งของคู่แข่งได้ ใช้เวลาแข่งขันไป 39 นาที พ่ายไป 2 เกมรวด ด้วยสกอร์ 12-21 และ 11-21 ปิดฉากเส้นทางในรอบ 8 คู่สุดท้ายไปอย่างน่าเสียดายครับ บทสรุปของศึกไชน่ามาสเตอร์ส นปีนี้ นักแบดมินตันจากไต้หวันทั้ง 4 คู่ที่ทะลุเข้ามาถึงรอบ 8 คู่สุดท้าย ต้องยุติเส้นทางลงพร้อมกันทั้งหมด ถือเป็นการรูดม่านปิดฉากทัวร์นาเมนต์นี้สำหรับทัพนักกีฬาไต้หวันอย่างเป็นทางการ (ภาพจากสำนักข่าวซินหัว)
