เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 มหาวิทยาลัยเอเชีย หรือ Asia University ของไต้หวัน ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU กับมหาวิทยาลัย Vignan’s University ของอินเดีย พิธีลงนามครั้งนี้มีไล่ปี้จี(賴碧姬) หัวหน้าฝ่ายการศึกษา สำนักงานผู้แทนไต้หวันประจำอินเดีย ร่วมเป็นสักขีพยาน เป้าหมายสำคัญของความร่วมมือ คือการสร้างรูปแบบการเรียนที่ช่วยให้นักศึกษาอินเดียสามารถเดินทางมาเรียนที่ไต้หวัน เก็บหน่วยกิต และเตรียมตัวสอบใบรับรองวิชาชีพให้เสร็จภายในระยะเวลาประมาณ 6 เดือน
ใบรับรองวิชาชีพจึงเป็นเหมือนหลักฐานอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยแสดงว่า ผู้สมัครมีความรู้หรือทักษะในด้านนั้นผ่านการประเมินตามเกณฑ์ของผู้ให้ใบรับรอง สำหรับโครงการนี้ มหาวิทยาลัยเอเชียต้องการใช้จุดแข็งด้านการเรียนการสอน AI และเซมิคอนดักเตอร์ มาช่วยเพิ่มโอกาสให้นักศึกษาต่างชาติ โดยเฉพาะนักศึกษาจากอินเดีย ที่ต้องการเข้าสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยี
ทางมหาวิทยาลัยมองว่า อินเดียเป็นประเทศที่มีความสนใจและมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาอุตสาหกรรม เซมิคอนดักเตอร์และ AI อย่างจริงจัง แต่จากประสบการณ์ของ เหออิ้งหรง หรือ 何映融 ผู้ช่วยศาสตราจารย์หลักสูตรปริญญาตรีสาขาเซมิคอนดักเตอร์ มหาวิทยาลัยเอเชีย ซึ่งมีโอกาสแลกเปลี่ยนกับสถาบันการศึกษาในอินเดีย พบว่า การศึกษาและบุคลากรด้านเทคโนโลยีของอินเดียในปัจจุบันยังมีน้ำหนักไปทาง ซอฟต์แวร์ ค่อนข้างมาก
ขณะที่ด้านฮาร์ดแวร์ โดยเฉพาะกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงการบรรจุภัณฑ์และการทดสอบชิป ยังเป็นด้านที่มีความต้องการบุคลากรอีกมาก นี่จึงเป็นจุดที่ไต้หวันสามารถเข้ามาเติมเต็มได้ เพราะไต้หวันมีระบบนิเวศด้านเซมิคอนดักเตอร์ที่แข็งแรง และมีประสบการณ์ด้านการผลิตชิป รวมถึงการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้ ดังนั้น นักศึกษาที่มาไต้หวันจึงไม่ได้เรียนเฉพาะทฤษฎี แต่จะได้สัมผัสกับการเรียนรู้เชิงปฏิบัติด้วย
สำหรับหลักสูตรพิเศษที่มหาวิทยาลัยเอเชียร่วมกับ Vignan’s University จุดเด่นอยู่ที่ระยะเวลา 6 เดือน ภายในช่วงเวลานี้ นักศึกษาจะเรียนเก็บหน่วยกิต พร้อมกับฝึกอบรมและเตรียมตัวสอบใบรับรองวิชาชีพ แนวคิดของมหาวิทยาลัยไม่ได้ต้องการให้นักศึกษานั่งอยู่ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว สวี่ชิ่งเสียน (許慶賢) คณบดีวิทยาลัยวิทยาการคอมพิวเตอร์และวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเอเชีย กล่าวว่า จากการพูดคุยกับนักศึกษาและผู้ปกครองชาวอินเดีย สิ่งที่พวกเขาคาดหวังคือ เมื่อเดินทางมาไต้หวันแล้ว นักศึกษาจะต้องได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและมีคุณค่าต่อการทำงานในอนาคต
หนึ่งในผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดก็คือ ใบรับรองวิชาชีพ มหาวิทยาลัยจึงนำทั้งการเรียนภาคทฤษฎี การฝึกปฏิบัติ และการเตรียมสอบใบรับรองเข้ามาไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ ยังเชิญผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรมมาร่วมสอน เพื่อให้นักศึกษาได้เห็นทั้งมุมมองจากห้องเรียนและจากโลกการทำงานจริง สำหรับใบรับรองที่ได้รับความสนใจในสายงานเทคโนโลยี มีทั้งของ NVIDIA และ AWS NVIDIA เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญในด้านชิปประมวลผลสำหรับ AI และมีระบบการรับรองทักษะหลายระดับในด้าน AI, accelerated computing, data science และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบัน NVIDIA มีใบรับรองหลายประเภท เช่น NVIDIA-Certified Associate: Generative AI and LLMs ซึ่งเน้นพื้นฐานด้าน Generative AI และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ หรือ LLMs โดยการสอบระดับ Associate บางรายการเป็นการสอบออนไลน์ มีการคุมสอบ และผู้ผ่านจะได้รับ digital badge และใบรับรองตามเงื่อนไขของโปรแกรม
อีกบริษัทหนึ่งที่ถูกพูดถึงคือ Amazon Web Services หรือ AWS ซึ่งเป็นผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ตัวอย่างใบรับรองระดับพื้นฐานคือ AWS Certified Cloud Practitioner ซึ่งใช้ยืนยันความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ AWS Cloud บริการบนคลาวด์ และศัพท์สำคัญต่าง ๆ โดย AWS ระบุว่าเหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นด้านคลาวด์หรือผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายงานเข้าสู่ด้าน Cloud ดังนั้น สำหรับนักศึกษา ใบรับรองเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่า “มีใบแล้วจะได้งานทันที” แต่สิ่งสำคัญคือ ใบรับรองสามารถเป็น หลักฐานประกอบทักษะ ที่ช่วยให้นักศึกษานำไปแสดงต่อบริษัทหรือใช้เพิ่มความน่าเชื่อถือในกระบวนการสมัครงานได้
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือนักศึกษาอินเดียไม่ได้เพิ่งเข้ามามีบทบาทกับมหาวิทยาลัยเอเชีย หวังเจาเหนิง (王昭能) ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเอเชีย เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยรับนักศึกษาต่างชาติมาเรียนจำนวนไม่น้อย รวมถึงนักศึกษาจากอินเดีย และนักศึกษาสองคนแรกของมหาวิทยาลัยเอเชียที่สอบผ่านใบรับรองวิชาชีพสำคัญในสาขาที่เกี่ยวข้อง ก็เป็น นักศึกษาชาวอินเดีย
หลังจากนั้น นักศึกษากลุ่มนี้ยังสามารถทำงานต่อในไต้หวัน และได้ร่วมงานกับบริษัทขนาดใหญ่อีกด้วย ประสบการณ์นี้ทำให้มหาวิทยาลัยเห็นว่า ใบรับรองวิชาชีพสามารถเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางจาก “เรียน” ไปสู่ “ทำงาน” สำหรับนักศึกษาต่างชาติ ไม่ว่าจะตั้งใจทำงานต่อในไต้หวัน หรือกลับไปทำงานที่ประเทศบ้านเกิด ใบรับรองก็สามารถนำไปใช้ประกอบการสร้างโปรไฟล์ด้านอาชีพได้
สำหรับ หลินจวินเหวย (林君維) คณบดีฝ่ายวิชาการและผู้อำนวยการฝ่ายกิจการระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยเอเชีย แนวคิดสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศคือนักศึกษาต้องเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้รับประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการได้ไปเรียนต่างประเทศ การเรียนหลักสูตรร่วม การเก็บหน่วยกิตเพิ่มเติม การฝึกทักษะ หรือการได้รับใบรับรองที่ช่วยต่อยอดการทำงาน เมื่อความร่วมมือสามารถสร้างประโยชน์ให้นักศึกษาได้จริง ก็จะกลายเป็นพื้นฐานที่แข็งแรงสำหรับการขยายความร่วมมือในด้านอื่นๆ เช่น การเรียนการสอน งานวิจัยของคณาจารย์ รวมถึงการยกระดับอุปกรณ์และห้องปฏิบัติการ และสำหรับความร่วมมือกับ Vignan’s University ครั้งนี้ เป้าหมายสำคัญก็คือการเพิ่ม ความสามารถในการแข่งขันด้านการทำงาน ของนักศึกษา
ความร่วมมือครั้งนี้อาจไม่ได้หยุดอยู่แค่หลักสูตร 6 เดือน มหาวิทยาลัยเอเชียระบุว่า ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาไปสู่รูปแบบที่นักศึกษาเรียน 2 ปีแรกที่ Vignan’s University ในอินเดีย จากนั้นมาเรียนต่อ 2 ปีหลังที่มหาวิทยาลัยเอเชียในไต้หวัน เป้าหมายคือให้นักศึกษาสามารถสำเร็จการศึกษา ควบคู่กับการเตรียมตัวสอบใบรับรองวิชาชีพเฉพาะทาง ถ้าทำได้จริง นักศึกษาก็จะได้ทั้งประสบการณ์การเรียนในสองประเทศ และได้สัมผัสสภาพแวดล้อมด้านเทคโนโลยีของไต้หวัน ส่วนหลักสูตรพิเศษ 6 เดือนที่เปิดตัวในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยเอเชียตั้งเป้าดึงดูดนักศึกษาอย่างน้อย 20 คน จากอินเดียให้เดินทางมาเรียนรู้ที่ไต้หวัน