Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Українська แผนผังเว็บไซต์

ชีพจรเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2569

ชีพจรเศรษฐกิจ 14 กันยายน 2569
ชีพจรเศรษฐกิจ 14 กันยายน 2569

ไต้หวันเตรียมเปิดตัว “เหรียญสุขภาพ” ต.ค.นี้ ตรวจสุขภาพ-ฉีดวัคซีน สะสมเหรียญแลกสิทธิประโยชน์

     กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันเตรียมเปิดตัวโครงการ “เหรียญสุขภาพ (เจี้ยนคังปี้, 健康幣)” อย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม 2026 โดยนำระบบสะสมเหรียญมาใช้เป็นแรงจูงใจให้ประชาชนดูแลสุขภาพและเข้ารับบริการป้องกันโรคมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพ การตรวจคัดกรองมะเร็ง หรือการฉีดวัคซีน ก่อนนำเหรียญที่สะสมได้ไปแลกรับสินค้า ส่วนลด หรือบริการจากร้านค้าและสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ

     โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลไต้หวันในการปรับแนวทางด้านสาธารณสุข จากการเน้น “รักษาเมื่อป่วย” ไปสู่ “การป้องกันก่อนป่วย” มากขึ้น หลังไต้หวันเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด ทำให้ภาระด้านการรักษาพยาบาล โรคเรื้อรัง และความต้องการบริการด้านสุขภาพมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

     เบื้องต้น ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปสามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยเข้าใช้งานผ่านแอป NHI Express (健保快易通) จากนั้นเข้าสู่สมุดสุขภาพ (健康存摺) และเลือกเมนู健康幣專區 ระบบจะเชื่อมต่อไปยัง Health GO App ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับสะสมและแลกเหรียญสุขภาพ โดยเหรียญที่ได้รับจะมีอายุการใช้งาน 2 ปี จำนวนเหรียญที่ได้รับจะแตกต่างกันตามประเภทของกิจกรรมและประโยชน์ด้านสุขภาพ โดยผู้เริ่มใช้งานครั้งแรกจะได้รับ 200 เหรียญ และหากทำแบบประเมินพฤติกรรมการใช้ชีวิตจะได้รับเพิ่มอีก 100 เหรียญ

     สำหรับกิจกรรมด้านการตรวจสุขภาพและป้องกันโรค การเข้ารับบริการตรวจสุขภาพเชิงป้องกันสำหรับผู้ใหญ่จะได้รับ 800 เหรียญ การตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีและซี 800 เหรียญ ขณะที่การตรวจคัดกรองมะเร็งจะได้รับแตกต่างกันไปตามประเภท เช่น มะเร็งเต้านม 1,000 เหรียญ มะเร็งปากมดลูก 900 เหรียญ มะเร็งช่องปากและมะเร็งปอด 1,000 เหรียญ ส่วนมะเร็งลำไส้ใหญ่ 900 เหรียญ และในบางกรณีที่มีการตรวจด้วยกล้องอาจได้รับสูงสุด 1,350 เหรียญ การฉีดวัคซีนก็สามารถสะสมเหรียญสุขภาพได้เช่นกัน โดยวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้รับ 450 เหรียญ วัคซีนป้องกันโรคจากเชื้อนิวโมคอคคัส 600 เหรียญ และวัคซีนโควิด 900 เหรียญ

     การกำหนดจำนวนเหรียญที่แตกต่างกันมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมที่คาดว่าจะสร้างประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่า โดยเฉพาะการตรวจคัดกรองและการป้องกันโรคตั้งแต่ระยะแรก ในอนาคต กระทรวงสาธารณสุขฯ ยังมีแผนขยายการสะสมเหรียญไปสู่พฤติกรรมสุขภาพในชีวิตประจำวัน เช่น การนับจำนวนก้าวผ่านอุปกรณ์สวมใส่ การอัปโหลดผลตรวจสุขภาพที่ประชาชนออกค่าใช้จ่ายเอง ตลอดจนการควบคุมความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด และไขมันให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด

     นอกจากนี้ จำนวนเหรียญสูงสุดที่แต่ละคนสามารถสะสมได้อาจแตกต่างกันตามอายุ เพศ และปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ เช่น ประวัติการสูบบุหรี่ การเคี้ยวหมาก หรือประวัติโรคมะเร็งในครอบครัว โดยตามแผน ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไปที่มีปัจจัยเสี่ยงเป็นกลุ่มที่สามารถสะสมได้สูงสุดถึง 13,150 เหรียญภายในระยะเวลา 2 ปี

     สำหรับการนำเหรียญสุขภาพไปใช้ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการกำลังหารือกับภาคเอกชนหลายประเภท ทั้งร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา และโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนนำเหรียญไปแลกสินค้า ส่วนลด หรือบริการด้านสุขภาพ

     ในส่วนของร้านขายยาและโรงพยาบาล อาจนำเหรียญไปใช้กับบริการตรวจสุขภาพที่ประชาชนต้องชำระค่าใช้จ่ายเอง หรือวัคซีนที่อยู่นอกเหนือสิทธิที่ภาครัฐจัดให้ เบื้องต้นรัฐบาลกำลังหารือกับร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้าในแนวทาง 1 เหรียญสุขภาพ เทียบมูลค่า 1 เหรียญไต้หวัน อย่างไรก็ตาม อัตราดังกล่าวยังไม่ได้หมายความว่าจะใช้กับร้านค้าและบริการทุกประเภท เนื่องจากรายละเอียดของแต่ละช่องทางยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องสะสมอย่างน้อย 1,000 เหรียญ จึงจะสามารถเริ่มนำไปแลกรับสิทธิประโยชน์ได้

     เป้าหมายของโครงการไม่ได้อยู่ที่การแจกเหรียญให้ประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่รัฐบาลต้องการใช้แรงจูงใจเพื่อเพิ่มอัตราการตรวจสุขภาพ การตรวจคัดกรองโรค และการฉีดวัคซีน โดยหวังให้ประชาชนหันมาให้ความสำคัญกับการป้องกันและค้นพบโรคตั้งแต่ระยะแรกมากขึ้น

     แนวทางดังกล่าวมีความสำคัญต่อไต้หวันมากขึ้นหลังเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด เพราะเมื่อจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ความต้องการด้านการรักษาพยาบาล การดูแลโรคเรื้อรัง และบริการสุขภาพก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะที่สัดส่วนประชากรวัยทำงานกลับลดลง หากประชาชนเข้ารับการตรวจคัดกรองมากขึ้นและสามารถค้นพบโรคได้ตั้งแต่ระยะแรก ก็อาจช่วยลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วยรุนแรง รวมถึงลดภาระด้านค่าใช้จ่าย บุคลากรทางการแพทย์ และทรัพยากรของระบบสาธารณสุขในระยะยาว

    นอกจากนี้ สุขภาพของประชาชนยังเชื่อมโยงกับกำลังแรงงานและผลิตภาพทางเศรษฐกิจ หากคนวัยทำงานเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังหรือต้องหยุดงานบ่อย ย่อมส่งผลต่อทั้งรายได้ของครัวเรือนและประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ ขณะที่สมาชิกในครอบครัวบางส่วนอาจต้องลดเวลาทำงานหรือออกจากตลาดแรงงานเพื่อดูแลผู้ป่วย ดังนั้นการส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดีและป้องกันโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสาธารณสุข แต่ยังเชื่อมโยงกับต้นทุนด้านสุขภาพ กำลังแรงงาน และความสามารถของไต้หวันในการรับมือกับสังคมสูงวัยในระยะยาว

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解
00:00
00:00
0.5x 1x 1.5x 2x