ไต้หวันทดสอบ “MARAHO” สำเร็จ! จรวดพัฒนาเอง โดย จุดประกายฝันส่งดาวเทียมด้วยตัวเอง
ศูนย์อวกาศแห่งชาติไต้หวัน (TASA) ประสบความสำเร็จในการทดสอบบินครั้งแรกของ “MARAHO” (島脈) จรวดสำรวจอวกาศที่พัฒนาขึ้นเอง เมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ที่สนามปล่อยจรวดวิจัยซวี่ไห่ เมืองผิงตง โดยจรวดสามารถจุดชนวน ทะยานขึ้น และกางร่มชูชีพได้ตามแผน พร้อมผ่านการตรวจสอบระบบสื่อสารตลอดเที่ยวบิน ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีจรวดของไต้หวัน
MARAHO ทะยานขึ้นเมื่อเวลา 07.10 น. เครื่องยนต์ทำงานนาน 18 วินาที ให้แรงขับสูงสุด 1,500 กิโลกรัม ความเร็วสูงสุด 408 เมตรต่อวินาที หรือประมาณมัค 1.2 และขึ้นถึงระดับความสูงสูงสุด 8.1 กิโลเมตรภายใน 49 วินาที ก่อนสิ้นสุดเที่ยวบินทั้งหมด 432 วินาที โดยข้อมูลสำคัญจากการบินถูกส่งกลับมายังสถานีภาคพื้นดินครบถ้วน
ภารกิจครั้งนี้มุ่งทดสอบระบบสำคัญ ได้แก่ ระบบขับเคลื่อน โครงสร้าง อิเล็กทรอนิกส์การบิน การสื่อสาร ระบบติดตาม การสนับสนุนภาคพื้นดิน และระบบกู้คืน โดยเฉพาะการสร้างระบบสื่อสารระหว่างจรวดกับภาคพื้นดิน เพื่อรับข้อมูลการบินแบบเรียลไทม์
แม้ช่วงท้ายจรวดจะกางร่มชูชีพสองขั้นและตกลงสู่ทะเล แต่ทีมกู้คืนไม่สามารถนำตัวจรวดกลับมาได้ เนื่องจากคลื่นลมแรงและจรวดลอยเคลื่อนที่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม TASA ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่กระทบต่อภารกิจ เนื่องจากได้รับข้อมูลการบินที่จำเป็นครบถ้วนแล้ว
อู๋จงซิ่น(吳宗信) ผู้อำนวยการ TASA กล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าทีมงานรุ่นใหม่สามารถดำเนินภารกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ ผลิต ประกอบ ทดสอบ ไปจนถึงการบินจริงได้ด้วยตนเอง และการทดสอบซ้ำจะช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาจรวดขนาดใหญ่ในอนาคต
TASA เริ่มโครงการจรวดขึ้นสู่วงโคจรตั้งแต่ปี 2566 โดยตั้งเป้าส่งน้ำหนักบรรทุก 200 กิโลกรัมสู่วงโคจรระดับต่ำของโลกภายในปี 2577 ทั้งนี้ มีแผนทดสอบ STV1 ในปี 2572, STV2 ในปี 2574 และทดสอบจรวดขึ้นสู่วงโคจรรุ่นแรกในปี 2577 เพื่อสร้างขีดความสามารถด้านการเข้าสู่อวกาศของไต้หวันด้วยตนเอง
ชื่อ MARAHO ได้แรงบันดาลใจจากผีเสื้อหางติ่งแถบสั้น ซึ่งเป็นชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่นของไต้หวัน โดยหางสีแดงมีลักษณะคล้ายเปลวไฟท้ายจรวด ตัวจรวดมีความยาว 7.2 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.4 เมตร และใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ความเข้มข้น 90% ร่วมกับโพลีโพรพิลีน (PP)