ไต้หวันเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินในยุค AI โดยในการประชุม “2026 第四屆 AI 金融科技發展論壇” หรือเวที AI และเทคโนโลยีทางการเงินครั้งที่ 4 มีการหารือ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ นวัตกรรมการเงินด้วย AI ความน่าเชื่อถือในโลกดิจิทัล และการทำให้บริการทางการเงินเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ Stablecoin และ RWA หรือการนำสินทรัพย์ในโลกจริง เช่น พันธบัตรและกองทุน มาแปลงให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล โดยไต้หวันเริ่มวางกรอบกำกับดูแล Stablecoin ผ่านกฎหมายว่าด้วยบริการสินทรัพย์เสมือน ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินก็เริ่มศึกษาการทำ Tokenization กับสินทรัพย์ทางการเงินหลายประเภท
ภาคการเงินยังจับตาการพัฒนา AI Agent ซึ่งในอนาคตอาจสามารถดำเนินธุรกรรม ชำระเงิน หรือลงทุนแทนผู้ใช้งานภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ทำให้การยืนยันตัวตน การกำหนดสิทธิในการทำธุรกรรม และความปลอดภัยของระบบมีความสำคัญมากขึ้น
นอกจากนี้ ไต้หวันยังต้องการต่อยอดจุดแข็งด้านเซมิคอนดักเตอร์และฮาร์ดแวร์ AI ไปสู่ธุรกิจ FinTech, RegTech, Cybersecurity และบริการซอฟต์แวร์สำหรับภาคการเงิน รวมถึงมีการพูดถึงแนวคิดกองทุนนวัตกรรมการเงิน AI ระดับหมื่นล้านเหรียญ เพื่อสนับสนุนธุรกิจและสตาร์ตอัปที่เกี่ยวข้อง และสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจไต้หวันในอนาคต
เศรษฐกิจญี่ปุ่นส่งสัญญาณดีขึ้นจากตลาดแรงงาน โดยเดือนกรกฎาคม ค่าจ้างในรูปตัวเงิน หรือ Nominal Wage เพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1997 ขณะที่ค่าจ้างที่แท้จริง หรือ Real Wage หลังหักผลกระทบจากราคาสินค้า เพิ่มขึ้น 2.4% สูงที่สุดในรอบ 5 ปี สะท้อนว่ากำลังซื้อที่แท้จริงของแรงงานเริ่มปรับตัวดีขึ้น
ปัจจัยสำคัญมาจากผลประกอบการของภาคธุรกิจที่แข็งแกร่ง ประกอบกับปัญหาขาดแคลนแรงงานที่ทำให้บริษัทต้องแข่งขันกันเพื่อดึงดูดและรักษาพนักงาน ขณะที่การเจรจาค่าจ้างประจำปี หรือ “ชุนโต” ในปีนี้ แรงงานในบริษัทภายใต้สหพันธ์สหภาพแรงงาน Rengo ได้รับการปรับค่าจ้างเฉลี่ยมากกว่า 5% ติดต่อกันเป็นปีที่ 3
อย่างไรก็ตาม การบริโภคของประชาชนยังไม่ฟื้นตัวตามรายได้ การบริโภคภาคเอกชนในไตรมาส 2 แทบไม่ขยายตัว ขณะที่รายจ่ายครัวเรือนเดือนกรกฎาคมลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 เนื่องจากประชาชนยังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพ โดยเฉพาะราคาอาหารและพลังงาน
ขณะเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นปรับตัวเลขการขยายตัวของ GDP ไตรมาส 2 ขึ้นเป็น 1.4% เมื่อคิดเป็นอัตรารายปี จากประมาณการครั้งแรกที่ 1.1% ทำให้ทิศทางค่าจ้าง การบริโภค และการขยายตัวของเศรษฐกิจเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดติดตาม เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นต่อไป
