Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

เปิดโลกทัศน์ใหม่ให้แก่เยาวชน กันยายน 2567 EP.31

ระยะห่างแผ่นดินไหวกับเรา (ผู้ออกแบบภาพ/หวงอวี่เจิน -黃禹禛) Photo: The Reporter, Taiwan
ระยะห่างแผ่นดินไหวกับเรา (ผู้ออกแบบภาพ/หวงอวี่เจิน -黃禹禛) Photo: The Reporter, Taiwan

ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว 21 กันยายน ปี 1999 ( หรือเหตุการณ์แผ่นดินไหว 921)

ทะลุใจกลางไต้หวัน วิเคราะห์เหตุการณ์แผ่นดินไหว 921 ── ความรู้เกี่ยวกับแผ่นดินไหวและวิธีการป้องกันภัยพิบัติ

เหตุการณ์แผ่นดินไหว 921 น่ากลัวอย่างไรบ้าง?  มีการวิจัยเกี่ยวกับแผ่นดินไหวใหม่ๆ อะไรบ้าง?  เราจะอยู่รอดจากแผ่นดินไหวได้อย่างไร? "The Reporter" ได้นำเสนอข้อมูลการวิจัยระดับโลกโดยทีมนักวิทยาศาสตร์ชาวไต้หวัน เพื่อนำพาคุณไปเรียนรู้เรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับแผ่นดินไหว

เมื่อวันที่ 21 กันยายน ปี 1999 เวลา 1:47:15.9 น. เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.3 ซึ่งสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งไต้หวัน แผ่นดินไหวครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดบนเกาะไต้หวันในศตวรรษที่ 20 และยังเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์แผ่นดินไหวของไต้หวัน โดยมีผู้เสียชีวิตถึง 2,454 ราย และบ้านเรือนมากกว่า 100,000 หลังพังทลายลง

20 ปีผ่านมา ไต้หวันยังคงทำงานอย่างหนักในการกำหนดนโยบายและกฎระเบียบเพื่อป้องกันภัยพิบัติ พร้อมทั้งพยายามฟื้นฟูบ้านเมืองท่ามกลางความบาดเจ็บทางจิตใจจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว 921 ประชาชนยังคงเรียนรู้วิธีอยู่รอดบนเกาะที่เต็มไปด้วยเขตรอยเลื่อน หลายคนอาจไม่ทราบว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหว 921 ได้ทำให้ชาวโลกเข้าใจเรื่องการสังเกตการณ์แผ่นดินไหวมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเหตุการณ์นี้ ไต้หวันได้กลายเป็นประเทศสำคัญในการวิจัยและการเตือนภัยแผ่นดินไหวในระดับโลก

“The Reporter” ได้ใช้การวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ เช่น ทีมงานจากศูนย์ประเมินความเสี่ยงและการจัดการห่วงโซ่ภัยพิบัติแผ่นดินไหว มหาวิทยาลัยจงยัง และนักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์โลกแห่งสภาวิจัยแห่งชาติของไต้หวัน (Academia Sinica) เพื่อเรียนรู้จากผลงานการวิจัยที่เชื่อถือได้ของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ ซึ่งทำงานเงียบ ๆ เพื่อปกป้องไต้หวัน โดยคอยตรวจสอบสถานการณ์บนเกาะไต้หวันอย่างต่อเนื่องในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา บทความนี้จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว 921 จากมุมมองของวิทยาศาสตร์โลก และเรียนรู้วิธีการอยู่รอดเมื่อเกิดแผ่นดินไหว

แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 21 กันยายน ปี 1999 น่ากลัวขนาดไหน?

แผ่นดินไหวครั้งนี้รุนแรงเท่ากับระเบิดปรมาณู 46 ลูก

https://www.twreporter.org/videos/20240423150600-ad57378c7e80beda1b69d69da2069ff3.mp4

พลังงานจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว 921 แผ่ขยายยออกไปด้านนอกจากตำบลจี๋จี๋ (集集) โดยเฉพาะในพื้นที่สือกัง(石岡) ทางฝั่งเหนือ ทำให้เกิดการเคลื่อนตัวผิดปกติอย่างมาก (ที่มา/หลี่เสี่ยนจง; เรียบเรียง/เคอเห้าเสียง; ออกแบบ ตัดต่อ/หวงอวี่เจิน)

ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้ตั้งอยู่ที่ตำบลจี๋จี๋ เมืองหนานโถว มีความลึกเพียง 8 กิโลเมตร ทำให้เป็นแผ่นดินไหวระดับตื้นที่มีพลังทำลายล้างสูงอย่างน่าตกใจ นอกจากการสั่นสะเทือนที่รับรู้ได้ทั่วทั้งไต้หวันแล้ว ความแรงของแผ่นดินไหวยังอยู่ที่ระดับ 7.3 โดยในภาคกลางของไต้หวันยังเกิดความแรงของแผ่นดินไหวสูงสุดระดับ 7 อีกด้วย เหตุการณ์ "แผ่นดินไหวจี๋จี๋" (ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า "เหตุการณ์แผ่นดินไหว 921") ไม่เพียงแต่เป็นแผ่นดินไหวที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในโลกในศตวรรษที่ 20 แต่ยังเป็นเหตุการณ์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในแง่ของการวิจัยด้านแผ่นดินไหวแห่งศตวรรษอีกด้วย

อาฟเตอร์ช็อกทำลายสถิติ 163 ครั้งในหนึ่งเดือน

 

แผนที่แสดงการเกิดและการกระจายตัวของอาฟเตอร์ช็อกหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวปี 921 (แหล่งข้อมูล/ศูนย์วิจัยการประเมินและจัดการความเสี่ยงห่วงโซ่ภัยพิบัติแผ่นดินไหว รวบรวม/เคอเห้าเสียง ออกแบบ/หวงอวี่เจิน)

ภายในครึ่งชั่วโมงหลังจากเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ 921 ในช่วงเวลาประมาณ 1:57, 2:03 และ 2:16 น. ได้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงตามมาอีกสามครั้ง โดยมีขนาด 6.4, 6.7 และ 6.8 ริกเตอร์ตามลำดับ แผ่นดินไหวเหล่านี้ได้ซ้ำเติมความเสียหายและทำให้สถานการณ์ภัยพิบัติในเหตุการณ์ 921 รุนแรงขึ้นไปอีก

จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ภายใน 1 เดือนหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ 921 ได้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงที่สามารถรับรู้ได้ถึง 163 ครั้ง และ ณ สิ้นเดือนตุลาคมของปีเดียวกัน ยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกที่สามารถรับรู้ได้อีก 205 ครั้ง โดยในจำนวนนั้น มี 181 ครั้งที่มีความรุนแรงระดับ 4 ขึ้นไป และ 10 ครั้งที่มีความรุนแรงระดับ 6 ขึ้นไป แต่ถ้าพิจารณาจากความรุนแรงสูงสุดของแผ่นดินไหวในช่วงนั้น พบว่ามีถึง 27 ครั้งที่มีความรุนแรงระดับ 5 และมีแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงสูงสุดระดับ 7 อีกถึง 5 ครั้งด้วย

อาฟเตอร์ช็อกของเหตุการณ์แผ่นดินไหว 921  ได้ทำลายสถิติการสังเกตการณ์แผ่นดินไหวของไต้หวัน ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ณ สิ้นเดือนตุลาคมของปีเดียวกัน มีแผ่นดินไหวขนาด 2 ขึ้นไปมากกว่า 20,000 ครั้ง (รวมแผ่นดินไหวขนาด0 ที่รับรู้ความรู้สึกไม่ได้) ซึ่งถ้าเทียบกับจำนวนแผ่นดินไหวเฉลี่ยต่อปีตั้งแต่ปี 1994 ถึง 2011 (ไม่รวมปี 1999 และปี 2000) อยู่ที่  10,837 ครั้ง ถือว่ามากกว่าเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว

บ้านเรือนมากกว่า 100,000 หลังพังทลายทั้งหมดหรือบางส่วน

 

ตารางสถิติบ้านพังทลายทั่วไต้หวันในเหตุการณ์แผ่นดินไหว 921 (ที่มา/สมาพันธ์ฟื้นฟูหลังภัยพิบัติทั่วประเทศ; รวบรวม/เคอเห้าเสียง ออกแบบ/หวงอวี่เจิน)

         แผ่นดินไหวรุนแรงต่อเนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว 921 ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายให้กับถนนและสะพานเท่านั้น แต่ยังทำให้สิ่งก่อสร้างพังทลายและเกิดเพลิงไหม้ในอาคารหลายแห่งในหลายพื้นที่ ทางตอนเหนือของเมืองจางฮั่วตกอยู่ในความมืดมิด และประชาชนมากถึง 6.49 ล้านครัวเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ ตามสถิติของกรมป้องกันสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทยของไต้หวัน พบว่ามีผู้เสียชีวิตรวม 2,454 ราย สูญหาย 50 ราย และบาดเจ็บ 11,305 รายจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ นอกจากนี้ ยังมีบ้านเรือนมากกว่า 100,000 หลังได้รับความเสียหายทั่วไต้หวัน โดยเมืองหนานโถวและเขตเมืองเก่าของเมืองไทจงเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายรุนแรงที่สุด

 

ความเสียหายต่อทรัพย์สินสูงเป็นอันดับที่ 13 ของโลก

 

เมื่อพิจารณาจากรายชื่อความเสียหายจากแผ่นดินไหวทั่วโลก ความเสียหายที่เกิดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว 921 มีมูลค่าสูงถึง 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อยู่ในอันดับที่ 13 ของโลก สถิติ ณ เดือนกันยายน ปี 2019  (แหล่งข้อมูล/องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ (NOAA), ความเสียหายจากภัยพิบัติรวมถึงผลกระทบของสึนามิหรือการระเบิดของภูเขาไฟ, สถิติจนถึงเดือนกันยายน ปี 2019; รวบรวม/เคอเห้าเสียง; ออกแบบ หวงอวี่เจิน; แหล่งที่มาของธง/www.flaticon.com)

ความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เกิดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว 921 ถือเป็นความเสียหายอย่างมาก ตามฐานข้อมูลขององค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ (National Oceanic and Atmospheric Administration หรือ NOAA) ความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ตำบลจี๋จี๋มีมูลค่าสูงถึง 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 13 ของโลกตามสถิติ ณ เดือนกันยายน ปี 2019 แต่ถ้าดูจากสถิติ ณ สิ้นปี 1999 ภัยพิบัติจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว 921 อยู่ในอันดับที่ 6 ของโลกในขณะนั้น

เหตุการณ์แผ่นดินไหว 921 ได้เปิดหน้าใหม่ในด้านการวิจัยแผ่นดินไหวอะไรบ้าง?

การเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนทำลายสถิติ: รอยเลื่อนเชอหลงผู่สูงถึง 12 เมตร

 

รูปแบบการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนเชอหลงผู่คือรอยเลื่อนแบบแรงผลัก (แหล่งข้อมูล/กรมอุตุนิยมวิทยา ศูนย์วิจัยการประเมินความเสี่ยงและการจัดการห่วงโซ่ภัยพิบัติแผ่นดินไหว, รวบรวม/เคอเห้าเสียง, ออกแบบ/หวงอวี่เจิน)

แผ่นดินไหว 921 เกิดจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนเชอหลงผู่ ซึ่งเป็นรอยเลื่อนที่เกิดจากแรงผลักที่มีความเอียงไปทางทิศตะวันออกประมาณ 25 ถึง 35 องศา ความคลาดเคลื่อนนี้ทำให้เกิดเขตรอยแตกร้าวบนพื้นผิวที่มีความยาวประมาณ 100 กิโลเมตร โดยทางตอนใต้ทอดยาวจากโถ่งโถว ตำบลจู๋ซาน เมืองหนานโถว ไปยังทางทิศเหนือบริเวณตำบลจั๋วหลาน เมืองเหมียวลี่

หม่ากั๋วโฟ่ง (馬國鳳) นักวิจัยชื่อดังจากสถาบันธรณีศาสตร์ของสภาวิจัยแห่งชาติไต้หวัน (Academia Sinica) ชี้ว่ามีการเคลื่อนตัวสูงถึง 12 เมตร เกิดขึ้นในพื้นที่สะพานปี่โฟง ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือของรอยเลื่อนเชอหลงผู่ นับเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากมาก เนื่องจากสมมติฐานในอดีตเชื่อว่าพลังงานที่มีอยู่ในเปลือกโลกสูงที่สุดไม่เกิน 3 เมตร การลื่นไถลจำนวนมากนี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศตื่นตะลึง

การติดตาม: สถานีสังเกตการณ์แผ่นดินไหวที่มีความหนาแน่นมากที่สุดในโลก

เหตุการณ์แผ่นดินไหว 921 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการวิจัยแผ่นดินไหวในไต้หวัน หม่ากั๋วโฟ่ง (馬國鳳) ชี้ให้เห็นว่า ก่อนเหตุการณ์แผ่นดินไหว 921 การศึกษารอยเลื่อนของแผ่นดินไหวในไต้หวันยังไม่ขยายไปถึงมิติศตวรรษหรือสหัสวรรษ นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาแผ่นดินไหวได้ตามค่าของลำดับแผ่นดินไหวในศตวรรษที่ 20 เท่านั้น เช่น แผ่นดินไหวเหมยชานในปี 1906, แผ่นดินไหวซินฮั่วในปี 1946 และแผ่นดินไหวไป๋เหอในปี 1964 ซึ่งเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในเขตพื้นที่เจียหนาน (เมืองเจียอี้และไถหนาน) ดังนั้น ก่อนเหตุการณ์แผ่นดินไหว 921 การวิจัยส่วนใหญ่จึงมุ่งเน้นไปที่เขตเจียหนานซึ่งถือเป็นจุดที่น่าจะเกิดแผ่นดินไหวมากที่สุด

ด้วยการมองการณ์ไกลของไช่อี้เปิ่น (蔡義本) ผู้อำนวยการก่อตั้งสถาบันธรณีศาสตร์แห่งชาติ เขากระตุ้นให้กรมอุตุนิยมวิทยาเริ่มดำเนินโครงการสังเกตการณ์แผ่นดินไหวที่รุนแรงในปี 1991 แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะไม่สามารถทำนายแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในตำบลจี๋จี๋ได้ แต่แผ่นดินไหว 921 ได้บันทึกข้อมูลที่มีค่าในการวางแผนและการสังเกตการณ์แผ่นดินไหว นอกจากนี้ ระบบรายงานแผ่นดินไหวที่รวดเร็วในขณะนั้นสามารถตรวจพบศูนย์กลางแผ่นดินไหวเบื้องต้นและระดับแผ่นดินไหวภายใน 102 วินาที ซึ่งเป็นความสำเร็จที่โดดเด่น และหลังเหตุการณ์นี้ สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นยังเข้ามาศึกษาและเยี่ยมชมระบบนี้ด้วย

การวิจัยแผ่นดินไหว: โครงการเจาะลึกรอยเลื่อนระดับโลก

เพื่อสำรวจกลไกและสภาพทางธรณีวิทยาของการเคลื่อนตัวครั้งใหญ่ทางด้านเหนือของรอยเลื่อนเชอหลงผู่  ไต้หวันได้เปิดตัว "โครงการขุดเจาะรอยเลื่อนเชอหลงผู่ของไต้หวัน" (Taiwan Chelungpu-fault Drilling Project: TCDP) ระดับโลกในปี 2004 โดยเลือกเขตต้าเคิงของเมืองไทจง เป็นพื้นที่ขุดเจาะรอยเลื่อนลึก 2 กิโลเมตร เนื่องจากรอยเลื่อนที่นี่มีมุมต่ำและเป็นรอยเลื่อนจากแรงผลัก จึงมีสภาพธรรมชาติที่ดีเยี่ยมสำหรับการขุดเจาะและศึกษา

 

ขั้นตอนการวิจัย "โครงการขุดเจาะรอยเลื่อนเชอหลงผู่ของไต้หวัน" (แหล่งข้อมูล/อู๋หงอี้, บทสรุปวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ; เรียบเรียง/เคอเห้าเสียง; ออกแบบ/หวงอวี้เจิน)

หลังจากขุดเจาะมานานกว่าหนึ่งปี ในที่สุดทีมงานก็ประสบความสำเร็จในการสกัด "แกนเขตรอยเลื่อนใหม่" เป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งนำไปสู่การศึกษาติดตามผลแผ่นดินไหวที่สำคัญหลายครั้ง

 

นักวิจัยสามารถสกัดแกนกลางของรอยเลื่อนเชอหลงผู่ได้ที่ระดับความลึก 1 กิโลเมตรได้สำเร็จ และความสมบูรณ์ของตัวอย่างก็สูงมาก (ภาพจาก/ศูนย์วิจัยการประเมินความเสี่ยงและการจัดการห่วงโซ่ภัยพิบัติแผ่นดินไหว)

เนื่องจากตัวอย่างแกนกลางที่สกัดได้จากหลุมเจาะแรก (หลุม A) มีความสำคัญอย่างยิ่ง ทีมวิจัยจึงได้ขุดหลุม B ซึ่งอยู่ห่างจากหลุม A ประมาณ 40 เมตร และจากนั้นได้เจาะหลุม C ที่ต่อเนื่องจากหลุม B ด้านข้าง เพื่อขยายการวิจัยเพิ่มเติม ในปี 2006 ทีมงานได้ติดตั้ง "เครื่องวัดแผ่นดินไหวใต้ดิน" ลงในหลุมเจาะ เพื่อใช้ตรวจจับแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นลึกลงไปใต้ดิน อีกทั้งยังดำเนินการ "การทดลองหลุมคู่" เพื่อสังเกตการซึมผ่านของแรงในชั้นดิน ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากการขุดเจาะได้สูงสุด

 

ใน "โครงการขุดเจาะรอยเลื่อนเชอหลงผู่ของไต้หวัน" หลังจากนำแกนกลางออก ก็ได้มีการติดตั้งเครื่องวัดแผ่นดินไหวในบ่อเพื่อสังเกตแผ่นดินไหวขนาดเล็ก (แหล่งข้อมูล/ศูนย์วิจัยการประเมินความเสี่ยงและการจัดการห่วงโซ่ภัยพิบัติแผ่นดินไหว, บทสรุปวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ; รวบรวม/เคอเห้าเสียง; ออกแบบ/หวงอวี่เจิน)

โครงการขุดเจาะรอยเลื่อนเชอหลงผู่ได้เปิดโอกาสให้นักวิจัยสามารถขยายขอบเขตการศึกษาแผ่นดินไหวไปสู่มิติใหม่ ๆ นศ.หม่ากั๋วโฟ่ง และ หลินเอี้ยนอวี๋ รองศาสตราจารย์จากภาควิชาธรณีศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติจงยัง สังเกตเห็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจเมื่อทำการวิเคราะห์รูปคลื่นที่รวบรวมได้จากเครื่องวัดแผ่นดินไหวใต้หลุม พบว่ามีเพียงคลื่น P (คลื่นอัด) ที่ถูกตรวจจับได้ แต่กลับไม่มีคลื่น S (คลื่นเฉือน) แต่หลังศึกษาสภาพทางธรณีวิทยาในบริเวณใกล้เคียง ทั้งคู่พบว่าการสะสมแรงดันไฮดรอลิกจากน้ำใต้ดินที่ถูกกักอยู่ภายใต้โคลนรอยเลื่อนที่ไม่สามารถซึมผ่านได้ รวมถึงการบีบอัดในรอยแตกร้าว อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็ก ซึ่งผลการวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Science ด้วย

 

การประมาณระยะเวลาแผ่นดินไหว: การสังเกตการณ์การเปลี่ยนรูปพื้นผิวผ่าน GPS ถือเป็นแนวหน้าระดับสากล

สวีหย่าหรู(許雅儒) นักวิจัยจากสถาบันธรณีศาสตร์แห่งชาติ และ ถังฉี่เสียน(唐啟賢) นักศึกษาปริญญาเอก สาขาธรณีวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน ได้คำนวณ "ความเร็วในการเคลื่อนที่" ของพื้นผิวหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว 921 ผ่านการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง ของสถานีสังเกตการณ์ระบบดาวเทียมระบุตำแหน่งบนพื้นโลก (GPS) มากกว่า 400 แห่งทั่วไต้หวัน พบว่า เมื่อความเร็วในการเคลื่อนที่แตกต่างออกไป พื้นผิวจะทำให้เกิดการเสียรูปจากการอัด และทำให้เกิดแผ่นดินไหวในที่สุด

ทีมงานได้วิเคราะห์ลักษณะการเสียรูปของเปลือกโลกด้านล่าง โดยใช้การคำนวณพารามิเตอร์ทางกายภาพและการสร้างแบบจำลองเพื่ออธิบายการเคลื่อนตัวของพื้นผิวหลังแผ่นดินไหว ด้วยการสังเกตเชิงเปรียบเทียบในระยะยาว นักวิจัยสามารถเข้าใจสถานะการเสียรูปของรอยเลื่อน และอนุมานพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดแผ่นดินไหวในอนาคต โดยพิจารณาจากพื้นที่ที่มีการสะสมพลังงานเป็นระยะเวลานานขึ้น นับเป็นการวิจัยเชิงนวัตกรรมที่ใช้การสังเกตการณ์ GPS ในการศึกษาความเสี่ยงแผ่นดินไหวอย่างลึกซึ้ง

 

ภาพแสดงสถานีสังเกตการณ์ GPS ด้วยการสังเกตการเคลื่อนตัวของพื้นผิว นักวิจัยด้านแผ่นดินไหวสามารถเข้าใจความเสี่ยงจากภัยพิบัติได้ดีขึ้น (ถ่ายภาพ/ซูเวยหมิง)

 

ผลลัพธ์: การวิจัยเกี่ยวกับแผ่นดินไหวมากเป็นอันดับ 4 ของโลก

เหตุการณ์แผ่นดินไหว 921 ในไต้หวัน ได้รับความสนใจอย่างมากในการวิจัย โดยมีการเผยแพร่งานวิจัยจำนวน 652 ฉบับ ณ เดือนกันยายน ปี 2019 ซึ่งมีปริมาณมากเป็นอันดับที่ 4 ของโลก รองจากแผ่นดินไหวญี่ปุ่น 311 ปี 2011, แผ่นดินไหวเหวินชวน ปี 2008 ในจีน, และแผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย ปี 2004 ตามสถิติจากศูนย์แผ่นดินไหวนานาชาติ (International Seismological Centre)

หม่ากั๋วโฟ่ง (馬國鳳) ชี้ว่า การจำลองแผ่นดินไหวขนาดใหญ่, การวิเคราะห์ผลกระทบทางกลของแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหว, และการศึกษาการแตกร้าวรอยเลื่อนหลายจุด เป็นหัวข้อสำคัญสำหรับการวิเคราะห์อันตรายจากแผ่นดินไหวทั่วโลก

หม่ากั๋วโฟ่ง(คนที่ 3 จากขวา) และทีมงานจากศูนย์วิจัยการประเมินความเสี่ยงและการจัดการห่วงโซ่ภัยพิบัติแผ่นดินไหวแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติจงยัง (ถ่ายภาพ/ซูเวยหมิง)

เราจะอยู่รอดได้อย่างไรในท่ามกลางพื้นที่ซึ่งมีแผ่นดินไหว?

จับประเด็นระยะห่างระหว่างเขตรอยเลื่อนกับเรา

ภัยพิบัติทางธรรมชาติอาจไม่มีวันถูกกำจัดออกไป แต่เป้าหมายของนักวิทยาศาสตร์คือการใช้พลังทางวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการป้องกันสูงสุด และลดผลกระทบของภัยพิบัติเมื่อเกิดขึ้น

ทีมงานของหม่ากั๋วโฟ่งได้สร้าง "แบบจำลองแผ่นดินไหวในไต้หวัน (Taiwan Earthquake Model,TEM)" ซึ่งรวบรวมข้อมูลการสำรวจภาคสนามของนักธรณีวิทยา โดยคำนึงถึงวัฏจักรแผ่นดินไหวของโซนรอยเลื่อนในไต้หวันที่ทราบในปัจจุบัน และประเมินความน่าจะเป็นการเกิดแผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นจากรอยเลื่อนที่เคลื่อนไหวอยู่ เพื่อให้ทุกคนสามารถทราบระยะห่างระหว่างสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยและเขตรอยเลื่อน และประเมินความน่าจะเป็นของแผ่นดินไหวที่มีขนาด 6 ขึ้นไปในแต่ละเขตรอยเลื่อนในอีก 50 ปีข้างหน้า (ดังภาพแสดงด้านล่าง) เพื่อเป็นการป้องกันภัยพิบัติรูปแบบหนึ่ง สำหรับหน่วยงานด้านสังคม เศรษฐกิจ และภาครัฐ การอ้างอิงนโยบายยังทำให้ทุกคนตระหนักถึงการบริหารความเสี่ยงอีกด้วย

 

ทีมงานของหม่ากั๋วโฟ่งได้สร้าง "แบบจำลองแผ่นดินไหวในไต้หวัน" เพื่อประเมินความน่าจะเป็นของแผ่นดินไหวขนาด 6 ริกเตอร์ขึ้นไปในแต่ละเขตรอยเลื่อนแต่ละโซนในอีก 50 ปีข้างหน้า (ภาพ/ศูนย์วิจัยการประเมินความเสี่ยงและการจัดการห่วงโซ่ภัยพิบัติแผ่นดินไหว)

การจำลองฉากแผ่นดินไหวเพื่อปรับปรุงความแม่นยำในการป้องกันภัยพิบัติ

นอกเหนือจากการทำงานอย่างหนัก เพื่อปรับแบบจำลองแผ่นดินไหวให้แม่นยำยิ่งขึ้น เช่น การพิจารณารอยเลื่อนซ่อนเร้น( Blind Fault ), รอยเลื่อนในต่างประเทศ, เส้นทางการส่งผ่านคลื่นแผ่นดินไหว หรือการรวมผลกระทบจากพื้นที่ของไซต์ที่อ่อนแอ ทีมงานของหม่ากั๋วโฟ่ง ยังวางแผนที่จะเผยแพร่แผนที่ที่อาจเกิดแผ่นดินไหวล่าสุดเป็นประจำ และ ขณะนี้ทีมงานกำลังอัปเดตสถานการณ์จำลองแผ่นดินไหวแบบคาดการณ์ล่วงหน้า

อู๋หงอี้(吳泓昱) นักวิจัยจากศูนย์วิจัยการประเมินความเสี่ยงและการจัดการแผ่นดินไหว ยกตัวอย่าง เนื่องจากข้อจำกัดด้านภูมิประเทศ นักวิทยาศาสตร์จึงมีข้อจำกัดต่อการสำรวจและทำความเข้าใจในบริเวณเทือกเขาตอนกลาง จึงหวังว่าการสร้างแบบจำลองจะช่วยให้ทราบลักษณะทางธรณีวิทยาหรือเงื่อนไขความเค้นภายในที่เพียงพอ โดยสามารถจำลองสถานการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่บนเกาะไต้หวันในช่วง 10,000 ปีที่ผ่านมา เพื่อดูว่าจะสามารถจำลองเหตุการณ์แผ่นดินไหว 921 ในปีนั้นได้หรือไม่ หากเปรียบเทียบแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวจำลองกับรอยเลื่อนที่ทราบในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์อาจมีโอกาสค้นหาโครงสร้างแผ่นดินไหวหรือรอยเลื่อนซ่อนเร้นที่มีอยู่ใต้ดินแต่ยังไม่ถูกค้นพบ เพื่อชดเชยข้อบกพร่องในการวิจัย

หม่ากั๋วโฟ่ง กล่าวว่าเมื่อการวิจัยมีความสมบูรณ์มากขึ้น คาดว่าในอนาคตจะสามารถจำลองขนาดของแผ่นดินไหว ขอบเขตการเลื่อนตัว เกิดขึ้นจากโครงสร้างธรณีวิทยาเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ข้อมูลนี้ใช้ในการเตรียมการรับมือ ทำให้เกิดการทบทวนว่าเตรียมพร้อมหรือไม่ และใช้วางแผนการจัดสรรทรัพยากรป้องกันภัยได้เหมาะสม เช่น ในพื้นที่อาคารเก่าที่มีความเสี่ยงสูง จะต้องมีการเสริมความแข็งแรงเพื่อรับมือต่อแผ่นดินไหว

โมเดล 3 มิติเชิงตัวเลขแผ่นดินไหว การตรวจสอบแบบเรียลไทม์ และการเตือนภัยล่วงหน้า

หลี่เสี้ยนจง (李憲忠) นักวิจัยจากสถาบันธรณีศาสตร์ สภาวิจัยแห่งชาติไต้หวัน ได้พัฒนา "แบบจำลองตัวเลขแผ่นดินไหวในไต้หวัน" ที่มีความสามารถในการคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์ทรงพลัง สามารถบันทึกการสังเกตการณ์ โครงสร้างใต้ดิน และข้อมูลอื่นๆ เพื่อสรุปกระบวนการแตกร้าวของแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวและจำลองการแพร่กระจายของคลื่นแผ่นดินไหวได้อย่างแม่นยำ ซึ่งในด้าน "ระบบติดตามแผ่นดินไหวแบบเรียลไทม์" ระบบนี้สามารถตรวจจับแผ่นดินไหวใกล้ไต้หวันได้ทันที ไม่เพียงแต่ช่วยในการรายงานแผ่นดินไหวอย่างรวดเร็ว แต่ยังช่วยให้เข้าใจกระบวนการของแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวในเวลาสั้นๆ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินความเสี่ยงจากภัยพิบัติได้ง่ายขึ้น

หลี่เสี้ยนจงยกตัวอย่างว่า หากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเขตริวกิว อาจทำให้เกิดสึนามิได้ และไต้หวันจะมีเวลาตอบสนองเพียง 10 นาทีถึงครึ่งชั่วโมง โดยระบบนี้สามารถตรวจจับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นภายใน 2 นาที เพื่อช่วยในการตัดสินใจอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที

การช่วยเหลือของแบบจำลองนี้ สามารถระบุได้ว่าหลังแผ่นดินไหวมีพื้นที่ภัยพิบัติที่ร้ายแรงที่สุดอยู่ที่ไหน ซึ่งสามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการจัดส่งกำลังคนเพื่อบรรเทาสาธารณภัย และยังสามารถใช้เพื่อประเมินว่าจะส่งผลกระทบต่อรอยเลื่อนอื่นๆ หรือทำให้เกิดอาฟเตอร์ช็อกหรือไม่

เชื่อมโยงอุตสาหกรรมกับการวิจัยเพื่อเตรียมพร้อมป้องกันภัยพิบัติ

ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ภายหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว  921 การวิจัยแผ่นดินไหวของไต้หวันได้พัฒนาการจำลองภัยพิบัติที่แม่นยำยิ่งขึ้น ผลการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากได้วางรากฐานสำหรับขั้นตอนต่อไปในการป้องกันภัยพิบัติ และมีโอกาสที่จะนำไปใช้ในระดับวิศวกรรม เศรษฐกิจและสังคม.

 

อุตสาหกรรมร่วมมือกับการวิจัยแผ่นดินไหวเพื่อใช้เป็นกลไกป้องกันภัยพิบัติ รวมถึงการประเมินการจัดการความเสี่ยง การป้องกันภัยพิบัติของระบบอัตโนมัติ และการปรับปรุงกฏระเบียบเกี่ยวกับอาคาร รวบรม/เคอเห้าเสียง; ออกแบบ/หวงอวี่เจิน)

6 ข้อมูลการป้องกันภัยพิบัติที่ชาวไต้หวันต้องรู้

“ในไต้หวัน ภัยพิบัติขนาดค่อนข้างรุนแรงอาจเกิดขึ้นทุก ๆ 30 ปี” กล่าวคือ ชาวไต้หวันจะต้องเผชิญกับแผ่นดินไหวใหญ่ไม่น้อยกว่าสองครั้งในช่วงชีวิต” หม่ากั๋วโฟ่งกล่าวว่า หากคุณยังไม่เคยประสบกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว 921 คุณอาจไม่เข้าใจถึงความรุนแรงของมัน แต่ถึงแม้จะยังไม่เคยผ่านเหตุการณ์ดังกล่าว การชีวิตบนเกาะไต้หวันก็ควรมีความตระหนักและเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

6 ข้อมูลการป้องกันภัยพิบัติที่สำคัญและช่องทางการติดตาม

เรียนรู้การป้องกันภัยพิบัติ

1.คู่มือป้องกันภัยพิบัติแผ่นดินไหวและช่วยชีวิตฉบับ Lazy Pack จัดทำโดยผู้สื่อข่าว

ทำความเข้าใจความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม

2. ระบบสำรวจรอยเลื่อนในไต้หวันและหน่วยงานที่ให้บริการประชาชน จัดโดย: ศูนย์สำรวจทางธรณีวิทยาและการจัดการเหมืองแร่ของกระทรวงเศรษฐการ

3. ระบบตรวจสอบพื้นที่อ่อนไหวทางธรณีวิทยา จัดทำโดย: ศูนย์สำรวจทางธรณีวิทยาและการจัดการเหมืองแร่ของกระทรวงเศรษฐการ

4. ระบบตรวจสอบปรากฏการ์ดินเหลวที่เกิดจากแผ่นดินไหว จัดทำโดย: ศูนย์สำรวจทางธรณีวิทยาและการจัดการเหมืองแร่ของกระทรวงเศรษฐการ

เตรียมพร้อมสำหรับการอพยพ

5. ระบบเตือนภัยป้องกันภัยพิบัติ  เป็นระบบที่ประกาศเตือนภัยล่วงหน้าก่อนเกิดแผ่นดินไหว

ติดตามข้อมูลแบบเรียลไทม์

6. ศูนย์พยากรณ์แผ่นดินไหว  จัดทำโดย: กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์แผ่นดินไหวล่าสุด

 

 

ถอดบทเรียนภัยธรรมชาติที่พิพิธภัณฑ์แผ่นดินไหว 921 วันที่ 28 เม.ย. 65

          เวลา 01:47 น. ของวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 1999 กลางดึกสงัดขณะที่ผู้คนหลับใหล เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบศตวรรษของไต้หวัน แผ่นดินไหวขนาด 7.3 แมกนิจูดที่มีจุดศูนย์กลางที่ตำบลจี๋จี๋ทางภาคกลางของเกาะไต้หวัน

คร่าชีวิตประชาชนไป 2,415 คนและบาดเจ็บนับหมื่นคน แรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวรับรู้ไปได้ไกลถึงกรุงไทเป

         แผ่นดินไหวครั้งนั้นส่งผลเสียหายในวงกว้าง เช่น ประตูระบายน้ำล้นเขื่อนสือกังในไถจงพังทลาย และวัดอู่ชังกงในตำบล

จี๋จี๋พังถล่มลงมาทั้งหลัง ปัจจุบันนี้ทั้งสองแห่งนี้ยังคงเก็บซากปรักหักพังไว้เตือนใจถึงแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งนั้น เช่นเดียวกับโรงเรียนมัธยมต้นกวงฟู่ที่ยังคงเก็บอาคารบางส่วนที่พังทลายไว้ และได้รับการปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์แผ่นดินไหว 921 ในเวลาต่อมา

         พิพิธภัณฑ์แผ่นดินไหว 921 อยู่ในเขตอู้เฟิง เมืองไถจง การเดินทางไม่ยากนั่งรถเมล์สาย 50 จากหน้าสถานีรถไฟเมือง

ไถจงไปสุดสายที่พิพิธภัณฑ์แล้วเดินตามทางไปก็จะเห็นอาคารพิพิธภัณฑ์อยู่ไม่ไกล 

          ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็นห้าอาคาร ได้แก่ อาคารรอยเลื่อนเชอหลงผู่ ซึ่งเป็นรอยเลื่อนที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหวเมื่อปีค.ศ. 1999 ให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสาเหตุการเกิดแผ่นดินไหว รอยเลื่อน การเคลื่อนไหวของเปลือกโลก รวมทั้งภาพเกี่ยวกับแผ่นดินไหวครั้งสำคัญในไต้หวันนับแต่อดีตถึงปัจจุบัน  

ภาพที่ 1 ความถี่ของการเกิดอาฟเตอร์ช็อกหลังเกิดแผ่นดินไหว 921

          อาคารวิศวกรรมแผ่นดินไหวที่เป็นห้องกิจกรรมสำหรับเด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับแผ่นดินไหว อาคารภาพยนตร์ที่เดิมเป็นศูนย์กิจกรรมของโรงเรียนที่ปรับปรุงใหม่หลังแผ่นดินไหว ฉายภาพยนตร์ 3D ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับแผ่นดินไหวและจัดแสดงภาพถ่ายเล่าเรื่องราวความเป็นอยู่และสภาพสังคมของผู้คนในช่วงแผ่นดินไหว โดยช่างภาพเสิ่นจ้าวเหลียวออกตระเวนถ่ายภาพของเหยื่อแผ่นดินไหวไม่กี่วันหลังเกิดเหตุการณ์ และยังกลับไปถ่ายภาพหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวในหนึ่งปีต่อมา

ภาพที่ 2 นาฬิกาบอกเวลาที่เกิดแผ่นดินไหว

          อาคารป้องกันภัยพิบัติเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยพิบัติที่เกี่ยวเนื่องกับแผ่นดินไหว เช่น สึนามิ อุทกภัยผ่านเกมและจอทัชสกรีน และอาคารบันทึกการสร้างใหม่ที่รวบรวมเรื่องราวความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนที่ช่วยกันสร้างไต้หวันขึ้นใหม่อีกครั้ง โดยมีการก่อตั้งมูลนิธิการบูรณะแผ่นดินไหวจี๋จี๋เพื่อช่วยผู้ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวฟื้นฟูอาคารสถานที่ขึ้นใหม่

          เราได้รับทราบข้อมูลจากป้ายหน้าอาคารเรียนที่เสียหายหนัก พบว่าสาเหตุที่อาคารโรงเรียนแห่งนี้และอีกหลายแห่งในบริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวพังทลายก็คือ อาคารโรงเรียนมีรูปทรงเป็นลูกบาศก์ผืนผ้าที่ติดตั้งหน้าต่างตามแนวยาวเพื่อระบายอากาศและให้แสงสว่างส่องถึง การออกแบบเช่นนี้ส่งผลให้การต้านทานแรงเฉือนของแนวยาวด้อยกว่าแนวตั้ง เมื่อแรงแผ่นดินไหวขนานกับแนวยาว เสาก็จะพังลงมาได้ง่าย ประกอบกับรอยเลื่อนเฉิงผู่วางตัวแนวเหนือใต้ ทำให้การเร่งตัวของพื้นผิวดินใน

แนวตะวันตกตะวันออกมากกว่าแนวเหนือใต้ ขณะที่โรงเรียนกวงฟู่ตั้งอยู่บนรอยเลื่อนโดยตรงและยังสร้างตามแนวตะวันตก

ตะวันออกด้วย จึงเสียหายหนักเป็นพิเศษ โดยปัจจุบันได้ใช้โครงสร้างอะคริลิกค้ำยันโครงสร้างไว้เพื่อไม่ให้อาคารพังถล่มลงมา 

ภาพที่ 3 อาคารเรียนที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว

ภาพที่ 4 ความเสียหายของคฤหาสน์ตระกูลหลินแห่งเมืองอู้เฟิง

         จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนั้นได้มีการถอดบทเรียนติดตั้งระบบเตือนแผ่นดินไหวในโรงเรียน โดยข้อมูลในพิพิธภัณฑ์ระบุว่า ณ ปี ค.ศ. 2018 มีโรงเรียนประถมและมัธยมต้นกว่าสามพันแห่งในไต้หวันที่ติดตั้งระบบดังกล่าว นอกจากนี้ วันที่ 21 กันยายนของทุกปีหรือเรียกกันในไต้หวันว่าวัน 921 ยังเป็นวันป้องกันภัยพิบัติแห่งชาติ ทุกคนจะต้องเข้าร่วมซ้อมรับมือภัยพิบัติ เช่น ซ้อมหนีไฟ รวมทั้งมีการทดสอบระบบแจ้งเตือนแผ่นดินไหวโดยส่งข้อความเข้าโทรศัพท์มือถือของประชาชน และแจ้งเตือน

สึนามิสำหรับผู้ที่อาศัยแถบชายทะเล

ภาพที่ 5 สภาพอาคารเรียนที่ได้รับความเสียหาย

          ทั้งนี้ ยังเดินไปเที่ยวกวงฟู่ซินชุนที่อยู่ใกล้กับพิพิธภัณฑ์ หมู่บ้านทหารก๊กมินตั๋งที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีร้านอาหารและกิจกรรมต่างๆ แล้วแต่ผู้เช่าพื้นที่จะเข้ามาใช้งาน เราไปวันธรรมดาอาจจะเงียบกว่าช่วงสุดสัปดาห์ แต่ก็พอจะเดินเล่นถ่ายรูปได้ ขากลับเข้าเมืองไถจง ถ้าหากมีเวลาพอยังนั่งรถเมล์สายเดิม หรือสาย 17, 59 แวะที่คฤหาสน์และสวนตระกูลหลินที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง ชมสถาปัตยกรรมบ้านแบบจีนที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ และ Dali Art Plaza ที่มี Art Installation เก๋ๆ ให้ถ่ายรูปไปลงไอจี และนิทรรศการศิลปะหมุนเวียน อย่างตอน

ประเด็นร่วม & Podcast
Podcast การศึกษา
Podcast การศึกษา
เวลาออกอากาศ: วันเสาร์
ประเด็นประจำสัปดาห์

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解