ธีระ หยาง 亓淞 และบันเทิงดอทคอม 娛樂達康 ประจำสัปดาห์นี้ (2024-12-08) ฟังรายการคลิกที่นี่
- ในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2024 ฉงเหยาและหลิวเจียชางได้เสียชีวิตลงอย่างต่อเนื่อง การจากไปของ "นักเขียนหญิงในตำนานแห่งไต้หวัน" และ "ปรมาจารย์แห่งดนตรีไต้หวัน" ถือเป็นการสิ้นสุดของยุคสมัย และเป็นที่ระลึกของทั้งคนไต้หวันและเหล่าคนเชื้อสายจีนทั่วโลก ที่ต่างหวนระลึกถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของพวกเขาในวงการละครและดนตรีในอดีต ทั้งสองมีบทบาทสำคัญในศิลปะและวัฒนธรรมบันเทิงของไต้หวัน และยังคงส่งอิทธิพลต่อคนรุ่นหลังจนถึงปัจจุบัน ชีวิตของฉงเหยาและหลิวเจียชางนั้นเต็มไปด้วยความโดดเด่น ไม่เพียงแต่ในเรื่องของความสามารถที่ทำให้พวกเขากลายเป็นตำนานที่โด่งดังอย่างรวดเร็ว แต่ยังรวมถึงเรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยสีสันเบื้องหลังของชีวิตส่วนตัวด้วย วันนี้จึงขอทักทายกันด้วยงานเพลงอมตะในเพลง เหมยฮัว หรือดอกเหมย เพลงปลุกใจชื่อดังของไต้หวัน ที่เติ้งลี่จวินหยิบไปร้องจนโด่งดัง และกลายเป็นผลงานในระดับมหาอมตะนิรันด์กาล แต่หลายท่านยังไม่ทราบว่า ผู้แต่งเพลงนี้ ทั้งเนื้อร้องและทำนองเพลง คือ หลิวเจียชาง เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการบันเทิงจีน-ไต้หวัน และขอร่วมไว้อาลัยให้กับการจากไปของคนบันเทิงชื่อดังทั้งสองท่านนี้ด้วย (ใครอยากฟังเวอร์ชันที่หลิวเจียชางร้องเอง คลิกเข้าไปฟังในรายการได้เลยครับ)

- หลิวเจียชางเป็นที่รู้จักในฐานะอัจฉริยะที่มีความสามารถทั้งในการแต่งเพลงและกำกับภาพยนตร์ แม้ว่าผลงานภาพยนตร์ของเขาจะไม่ได้รับการยกย่องในเชิงศิลปะเสมอไป แต่เพลงประกอบภาพยนตร์กลับกลายเป็นเพลงฮิตที่ยืนยาวเกินกว่าช่วงเวลาที่ภาพยนตร์ออกฉาย ตัวอย่างเช่น เหมยฮัว (Plum Blossom) ซึ่งเขาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ และเพลงประกอบชื่อเดียวกันกลายเป็นเพลงอมตะ และอีกเพลงที่โด่งดังอย่าง "เพลงสรรเสริญสาธารณรัฐจีน" ก็เคยปรากฏในภาพยนตร์ของเขาเช่นกัน (คลิกชม MV จากเสียงร้องของเติ้งลี่จวิน) ในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ ผลงานที่สำคัญที่สุดของหลิวเจียชางคือ หยุนเพียวเพียว (Clouds Fluttering) ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ช่วยเปิดตัวหลินชิงเสียให้โด่งดังในไต้หวัน หลิวเจียชางยังเคยแต่งเพลง "พระจันทร์เต็มดวงที่หอตะวันตก" สำหรับภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากนิยายของฉงเหยา ชื่อเดียวกัน เพลงนี้ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หลิวเจียชางมีชื่อเสียงในวงการเพลง ผลงานที่ได้รับการยกย่องสูงสุดของเขาคือ เหมยฮัว ซึ่งได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์ม้าทองคำ และยังคงเป็นผลงานที่ถูกพูดถึงจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ หลิวเจียชางเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์และสามารถมองเห็นโอกาสจากเหตุการณ์ปัจจุบันได้อย่างชาญฉลาด ตัวอย่างที่โดดเด่นคือกรณีของหลินชิงเสีย หลังจากที่เธอแสดงในภาพยนตร์เรื่องแรก ชวงว่าย (Outside the Window) ซึ่งไม่สามารถฉายในไต้หวันได้เนื่องจากข้อพิพาทด้านลิขสิทธิ์ ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องไปฉายในฮ่องกงและที่อื่นๆ หลิวเจียชางเล็งเห็นว่าหลินชิงเสีย ซึ่งยังเป็นนักแสดงหน้าใหม่ในตอนนั้น กลายเป็นที่สนใจแม้ยังไม่มีโอกาสเปิดตัวในบ้านเกิด เขาจึงเชิญเธอมาร่วมแสดงในภาพยนตร์ที่เขากำกับ หยุนเพียวเพียว (Clouds Fluttering) ก่อนภาพยนตร์ออกฉาย หลิวเจียชางได้โปรโมตภาพยนตร์อย่างหนักโดยเน้นชื่อของหลินชิงเสียเป็นจุดขาย เมื่อภาพยนตร์เข้าฉายในไต้หวันก็ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย และกลายเป็นผลงานที่ทำให้หลินชิงเสียมีชื่อเสียงในไต้หวัน นอกจากนี้ หลิวเจียชางยังแต่งเพลงประกอบ เทียนเจิน หัวพัว ยิ่ว เหมยลี่ (Innocent, Lively, and Beautiful) ซึ่งกลายเป็นเพลงฮิตและช่วยให้เจินหนี นักร้องหญิงที่ขับร้องเพลงนี้ กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ผลงานนี้จึงสร้างชื่อเสียงให้กับทั้งนักแสดงและนักร้องในคราวเดียว

- สำหรับการเสียชีวิตของฉงเหยา นับเป็นข่าวช็อกวงการบันเทิงจีน-ไต้หวันเช่นกัน หลังจากนักเขียนชื่อดังเสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายที่บ้านพักในเขตตั้นสุ่ย ของนิวไทเป รวมสิริอายุได้ 86 ปี โดยฉงเหยามีผลงานโด่งดังมากมาย และที่เป็นที่รู้จักในบ้านเรามากที่สุดน่าจะได้แก่ซีรี่ย์เรื่ององค์หญิงกำมะลอ ที่ทำให้จ้าวเวย หลินซินหรู และฟ่านปิงปิง ก้าวขึ้นเป็นนักแสดงในระดับแนวหน้าของวงการบันเทิง สัปดาห์นี้ขอลากันด้วยผลงานที่ฉงเหยาและหลิวเจียชางเคยทำงานร่วมกัน คือ เพลงม่านประดับฝัน ซึ่งเป็นเพลงประกอบละครรักที่เจ็บปวดหัวใจซึ่งดัดแปลงมาจากผลงานของฉงเหยาที่มีชื่อเดียวกัน โดยฉงเหยาเป็นผู้แต่งเนื้อเพลงและประพันธ์ทำนองโดยหลิวเจียชาง เพลงนี้ซึ่งร้องต้นฉบับโดยเซียวลี่จู และต่อมาได้รับการขับร้องซ้ำโดยนักร้องหลายคน เช่น เฟ่ยอวี้ชิง และ เติ้งลี่จวิน ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นเพลงรักคลาสสิกที่ยังคงถูกพูดถึงจนถึงทุกวันนี้
